ชวนเปิดวาร์ป 'พระธาตุนาดูน' วัดสวยกลางทุ่ง ที่ได้ทั้งบุญและรูปโคตรปัง!

 

ทุกคนขา! แก๊งค์เพื่อน พี่ ป้า น้า อา น้องๆ ที่กำลังไถฟีดอยู่ตรงนี้ฟังทางนี้! อิฉันบล็อกเกอร์สายจริงจังแต่ฝีปากกล้าตัวแม่คนเดิม เพิ่มเติมคือผิวแทนขึ้นอีกนิด (แต่สวยเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วงค่ะ!) วันนี้จะมาพาทุกคนไปเปิดวาร์ปสถานที่ที่หลายคนอาจจะร้องอ๋อ แต่บางคนอาจจะร้องว่า "ห้ะ? สารคามมีอะไร?" เอาล่ะค่ะ ดิฉันได้ยินคำถามนี้มาเยอะมากจนต้องไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเองว่าเมืองมหาสารคามเนี่ย มันมีดีอะไรมากกว่าแค่คำว่า "เมืองแห่งการศึกษา" ที่ใครๆ ก็ชอบพูดถึงกันนักหนา! บอกเลยว่าทริปนี้ไม่ง่าย เพราะนี่คืออีสานค่ะคุณ! แดดเมืองไทยที่ว่าแรงแล้ว เจอแดดอีสานเข้าไปนี่คือผงะ! ผิวแทนสู้ชีวิตมากแม่ แต่เพื่อคอนเทนต์ เพื่อไลก์ เพื่อรูปสวยๆ และเพื่อพิสูจน์ว่าดิฉันคือตัวแม่สายเที่ยวจริงจัง ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ยกเว้น UV Index ที่ขึ้นเลขสองหลัก! การเดินทางสู่พระธาตุนาดูนจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับซันสกรีนที่ทาจนหน้าขาวเหมือนทาสีบ้าน โบกวนไปค่ะ ไม่กลัวแดดค่ะ กลัวดำค่ะ!

เอาจริงนะ ทริปนี้คือทริปทรหดเบอร์สิบ! ออกเดินทางตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่ (เพราะดิฉันขับรถเองค่ะคุณพี่ ไม่มีสารถีหล่อๆ มาช่วยขับให้ ฮืออออ) รถติดไฟแดงทุกแยกที่ไม่มีไฟแดง (งงไหมคะ? ก็ความจริงรถติดน้อยจนน่าตกใจ) ถนนหนทางก็นั่งยาวๆ ไปค่ะ เปิดเพลงตื๊ดๆ สลับกับเพลงลูกทุ่งหมอลำคลอไปเบาๆ เพราะบรรยากาศมันได้! แวะเติมพลังด้วยข้าวเหนียวหมูทอดข้างทางไปสองสามร้าน (ก็คนมันหิวนี่คะ) พอไปถึงสารคามปุ๊บเท่านั้นแหละ แดดทักทายยิ่งกว่าเพื่อนสนิทที่ไม่เจอกันมาชาติเศษ! นี่มัน 10 โมงเช้า หรือ 10 โมงเที่ยงคะเนี่ย? แต่ด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะพิชิตพระธาตุนาดูน เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่ามหาสารคามก็มีของดี ไม่ได้มีแค่มหาลัยกับทุ่งนาเขียวๆ อย่างที่คิด ดิฉันก็เลยไม่ย่อท้อ คว้าหมวกปีกกว้างสุดอลังการเหมือนคุณนายไปเดินชายหาดที่ภูเก็ต มาสวมหัวอย่างมั่นใจ! ขาก็เริ่มก้าวเข้าสู่เขตพุทธมณฑลอีสานแห่งนี้ด้วยสองเท้าที่พร้อมจะเดินหน้าถ่ายรูปสุดฤทธิ์ พลังบุญจะช่วยให้ไม่ดำใช่ไหมคะ พระธาตุขาช่วยลูกช้างด้วย! พร้อมแล้วก็ลุยเลยค่าาาาา!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

เอาล่ะ! มาถึงไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย (โดยเฉพาะตัวดิฉันเอง!) เพราะมาวัดสวยขนาดนี้ ไม่ได้รูปปังๆ กลับไปนี่คือบาปบุญคุณโทษนะจ๊ะ! พระธาตุนาดูนไม่ได้มีแค่ความศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นโลเคชั่นถ่ายรูปที่โคตรอลังการดาวล้านดวง! ใครว่าวัดถ่ายรูปยาก? มโนค่ะ! มาค่ะ เดี๋ยวตัวแม่จะไกด์ให้!

  1. มุมมหาชนคนแห่ตาม: พระธาตุองค์ใหญ่กับฟ้ากว้าง!

    นี่คือมุมที่พลาดไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณ! ลองนึกภาพพระธาตุสีขาวเด่นตระหง่านอยู่กลางทุ่งนา (ถ้ามาช่วงหน้าฝนหรือหลังเกี่ยวข้าว อาจจะได้ฟีลทุ่งหญ้าแห้งๆ ที่ก็สวยไปอีกแบบนะ!) ยิ่งถ้าได้มาช่วงเช้าตรู่ที่แสงทองกำลังสาดส่อง หรือช่วงเย็นที่แสงเป็นสีส้มอมชมพูนะ บอกเลยว่าองค์พระธาตุจะส่องประกายระยิบระยับ ถ่ายรูปออกมาคือเหมือนหลุดมาจากโปสการ์ด! ทริคการโพส: ไม่ต้องไปยืนติดองค์พระธาตุแบบซูมอินเห็นรูขุมขนค่ะ! ถอยออกมาหน่อย ให้เห็นองค์พระธาตุเต็มองค์ พ้อยท์คือให้เห็นความยิ่งใหญ่ของสถานที่ ให้ตัวเราดูเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับความอลังการของพระธาตุ! โพสแบบหันหลังเดินไป หันข้างยื่นมือไปข้างหน้าเหมือนกำลังจะเดินเข้าไปสู่ประตูแห่งบุญ (แต่จริงๆ แค่จะหันไปเช็กผมหน้าม้า) หรือจะยืนตรงๆ พนมมือไหว้แบบสวยๆ ก็ได้ แต่ให้มีจิกปลายเท้าเล็กน้อย เก็บหน้าท้อง ยืดอก ผายไหล่! หรือจะแกล้งทำเป็นเผลอๆ มองไปทางอื่นแบบสวยสับ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดคอให้ยาวดุจนางหงส์ ย้ำนะคะว่าต้องพ้อยท์ขา! สไตล์การแต่งตัว: แนะนำเป็นชุดผ้าฝ้าย ผ้าลินิน สีเอิร์ธโทน ครีม ขาว เบจ เขียวขี้ม้า หรือสีเหลืองมัสตาร์ด จะทำให้ตัดกับสีขาวของพระธาตุและสีเขียวของท้องทุ่งได้ดีมาก! หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีฉูดฉาดเกินไปนะคะ เดี๋ยวจะแย่งซีนพระธาตุหมด! หรือถ้าอยากได้ฟีลเกาหลีหน่อยๆ ก็จัดเดรสยาวพลิ้วๆ เลยจ้า พร็อพก็พวกหมวกสาน กระเป๋าสาน คือเข้ากันสุด!

  2. มุมซูมดีเทลลายปูนปั้น: ความงดงามที่ซ่อนอยู่

    หลายคนอาจจะมองข้ามความละเอียดอ่อนขององค์พระธาตุไป แต่บอกเลยว่ารายละเอียดลายปูนปั้นประดับประดาต่างๆ คือโคตรวิจิตร! เดินเข้าไปใกล้ๆ เลยค่ะคุณ ส่องดูให้ทั่วทุกด้าน จะเห็นลวดลายเทพพนม ลายเครือเถา และสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาต่างๆ ที่สวยงามมากๆ ทริคการโพส: มุมนี้เหมาะกับการถ่ายแบบครึ่งตัวหรือโคลสอัพค่ะ! ลองยืนหันข้างเล็กน้อย ให้เห็นลายปูนปั้นเป็นแบ็คกราวด์เก๋ๆ ยกมือขึ้นมาจับผมเบาๆ หรือแกล้งทำเป็นอ่านป้ายข้อมูล (ทั้งๆ ที่อ่านไม่ออก!) หรือจะเอียงหน้าเล็กน้อย มองขึ้นไปบนองค์พระธาตุด้วยแววตาซาบซึ้ง เหมือนกำลังพินิจพิจารณาความงามอย่างตั้งใจ! ให้ช่างภาพ (หรือเพื่อนที่โดนบังคับมาเป็นตากล้อง) ถ่ายจากมุมต่ำขึ้นไปเล็กน้อย จะช่วยให้ดูสูงเพรียว และเห็นความยิ่งใหญ่ของลายเส้นได้ชัดเจนค่ะ แสง: มุมนี้แสงจะเล่นกับเงาได้ดีมาก ลองหามุมที่แสงส่องกระทบให้เกิดมิติของลายปูนปั้น จะได้ภาพที่ดูมีชีวิตชีวาและลึกลับน่าค้นหา! การแต่งตัว: เน้นความเรียบง่าย แต่มีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ เช่น เดรสผ้าฝ้ายแขนกระดิ่ง หรือเสื้อคอจีนเก๋ๆ จะดูเข้ากับความคลาสสิกของลายปูนปั้นค่ะ

  3. มุมสระน้ำด้านหน้า: สะท้อนเงา พราวเสน่ห์

    หน้าพระธาตุนาดูนจะมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมุมที่โคตรจะ Unseen แต่ถ่ายออกมาแล้วได้รูปสวยไม่แพ้มุมอื่นเลย! ทริคการโพส: ให้ยืนอยู่ตรงขอบสระ หรือบริเวณที่น้ำนิ่งๆ โดยให้มีองค์พระธาตุสะท้อนอยู่ในน้ำค่ะ! จังหวะที่น้ำนิ่งๆ จะสะท้อนเงาองค์พระธาตุได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองกระจกบานใหญ่! โพสแบบหันหลังให้กล้องแล้วมองไปยังพระธาตุ หรือจะยืนหันข้างเล็กน้อย ให้เห็นทั้งตัวเราและเงาสะท้อนในน้ำ หรือจะนั่งห้อยขาลงไปริมน้ำ (ถ้ามีจุดที่ปลอดภัยและไม่ผิดกฎนะ!) แบบสบายๆ ก็ได้ฟีลกำลังพักผ่อนอย่างสงบ! แกล้งทำเป็นก้มดูเงาในน้ำอะไรแบบนี้ แสง: มุมนี้เหมาะกับช่วงเช้าที่ฟ้าเปิด หรือช่วงเย็นที่แสงพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า แสงจะนุ่มนวลและไม่แรงเกินไป ทำให้ภาพมีมิติและดูอบอุ่น การแต่งตัว: แนะนำให้ใส่ชุดสีสันอ่อนๆ พาสเทล หรือสีขาว จะช่วยให้ดูละมุนละไม ยิ่งเป็นเดรสยาวๆ พลิ้วๆ ยิ่งดูดีค่ะ เหมือนนางในวรรณคดีมานั่งชมเงาจันทร์ (แต่จริงๆ คือชมเงาพระธาตุ)

☕ พิกัดลับ ดับร้อน

หลังจากการฟาดฟันกับแดดมหาสารคามที่แรงยิ่งกว่าสปอตไลท์งานคอนเสิร์ต Taylor Swift แล้ว ร่างกายก็ต้องการคาเฟอีนและน้ำตาลอย่างเร่งด่วนค่ะคุณ! บล็อกเกอร์ตัวแม่คนนี้จะพาไปเปิดวาร์ปร้านกาแฟโบราณสุดคลาสสิก ที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากพระธาตุนาดูน ซึ่งเป็นเหมือนโอเอซิสกลางทะเลทรายที่ช่วยชุบชีวิตดิฉันให้ฟื้นคืนชีพกลับมาพร้อมลุยต่อได้อีกครั้ง!

ร้านนี้ชื่อว่า "ร้านโอเลี้ยงเจ๊พร" ค่ะ! แค่ชื่อก็บ่งบอกถึงความโบราณ ความออริจินัลแล้วป่ะ? พอเดินเข้าร้านไปปุ๊บ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วโบราณก็ลอยมาแตะจมูกทันที บรรยากาศร้านคือเรียบง่ายมาก โต๊ะไม้ เก้าอี้พลาสติกสีแดง มีพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ พัดคลายร้อน แต่ความรู้สึกมันโคตรอบอุ่นและได้ฟีลโอลด์สคูลแบบสุดๆ! เหมือนนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ที่ได้ไปนั่งร้านน้ำชาข้างตลาดกับคุณปู่คุณย่าเลยค่ะ.

สั่งเลยค่ะ ไม่ต้องคิดเยอะ! "โอเลี้ยง" หนึ่งแก้วหวานน้อย! (เพราะกลัวเบาหวาน แต่ถ้าไม่หวานก็ไม่สดชื่นป่ะ!) พอเจ๊พรส่งแก้วมาให้เท่านั้นแหละ แก้วใหญ่มากกก! ชงมาแบบเข้มข้นจัดเต็ม สีดำเข้มข้นจนเหมือนจะดูดวิญญาณได้! ยกกระดกเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละ... "อื้อหือออออ!" มันใช่! รสชาติกาแฟโบราณแท้ๆ หอมเข้มข้น กลมกล่อม หวานกำลังดี ไม่บาดคอ! ความเย็นของน้ำแข็งกระทบกับความร้อนในร่างกายที่สะสมมาทั้งวันคือฟินจนขนลุก! เหมือนได้กลับไปเกิดใหม่! อีกแก้วที่ดิฉันสั่งมาแบ่งกับเพื่อนก็คือ "ชาเย็น" ค่ะคุณ! สีส้มส๊มส้มสวยงามอร่ามตามากแม่! กลิ่นหอมชาไทยตีขึ้นจมูกมาเลยจ้า รสชาติคือหวานมัน นมข้นหวานมาเต็ม นมสดไม่ยั้ง! ดื่มเข้าไปคำเดียวคือสดชื่น ซาบซ่า ได้แรงบันดาลใจในการไปเที่ยวต่ออีกเป็นร้อยกิโลเลยทีเดียวเชียว! เจ๊พรใจดีมากด้วย คอยชวนคุย บอกเล่าเรื่องราวของพระธาตุให้ฟัง แถมมีขนมถ้วยฟู ข้าวเกรียบปากหม้อทำเองวางขายอีก คือมาที่นี่ได้ทั้งความฟิน ทั้งพลังงาน และความประทับใจกลับไปเต็มเปี่ยมเลยค่ะ!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

สำหรับแก๊งค์วัยรุ่นตัวจี๊ดที่อยากจะตามรอยบล็อกเกอร์ตัวแม่ไปเที่ยวพระธาตุนาดูนแบบสวยสับไม่หลุดธีม! ฟังทางนี้ค่ะ! ดิฉันมีทริคเด็ดๆ มาฝาก!

  • การเดินทาง:

    ขับรถส่วนตัว: อันนี้คือ Best option ค่ะ! เพราะพระธาตุนาดูนอยู่ห่างจากตัวเมืองมหาสารคามพอสมควร (ประมาณ 60 กว่ากิโลเมตร) การมีรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุด GPS คือเพื่อนซี้ของคุณค่ะ! ปักหมุด "พระธาตุนาดูน" ไปเลย ไม่มีหลงชัวร์ๆ ระหว่างทางอาจจะเจอทางที่แบบ… "เอ่อ นี่มันถนนหรือทางเดินควายคะ?" บ้างเป็นบางช่วง แต่โดยรวมคือขับง่ายค่ะ วิวสองข้างทางคือทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา สวยงามตามแบบฉบับอีสานบ้านเฮา!

    รถสาธารณะ: ถ้าไม่มีรถส่วนตัว ก็พอไปได้ค่ะ! ขึ้นรถตู้หรือรถโดยสารจากกรุงเทพฯ มาลงที่สถานีขนส่งมหาสารคามก่อน จากนั้นก็ต้องหารถเหมาเข้าไปที่พระธาตุนาดูนค่ะ อาจจะเป็นรถสองแถว รถแท็กซี่ หรือจะโบกรถแถวนั้น (ซึ่งก็อาจจะยากหน่อย) แนะนำให้ไปกันหลายๆ คนแล้วแชร์ค่ารถจะคุ้มกว่าค่ะ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป:

    เช้าตรู่ (06.00-09.00 น.) หรือ ช่วงเย็น (16.00-18.00 น.): เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดค่ะ! เพราะจะได้แสงสวยๆ ไว้ถ่ายรูปแบบสับๆ โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ อากาศจะเย็นสบาย แสงทองกำลังส่องอ่อนๆ คือได้รูปเทพๆ กลับไปแน่นอน! ส่วนช่วงเย็นก็จะได้แสงสีส้มอมชมพูโรแมนติกสุดๆ แถมแดดก็ไม่แรงเท่าช่วงกลางวันด้วยค่ะ หลีกเลี่ยงช่วง 10 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมงนะคะ ถ้าไม่อยากได้ผิวแทนแบบไม่ตั้งใจ!

    ฤดูที่เหมาะสม: ถ้าอยากเห็นทุ่งนาเขียวขจีรอบองค์พระธาตุ แนะนำช่วงหน้าฝน (มิ.ย.-ต.ค.) ค่ะ แต่ก็ต้องระวังเรื่องฝนตกและทางอาจจะแฉะนิดหน่อย ส่วนหน้าหนาว (พ.ย.-ก.พ.) อากาศจะเย็นสบาย ถ่ายรูปสวย แต่ทุ่งนาอาจจะแห้งแล้งบ้าง ส่วนหน้าร้อน (มี.ค.-พ.ค.) คือท้าทายสุดๆ ค่ะคุณ ถ้าใจไม่แข็งพอ ขอให้พกพาวเวอร์แบงค์และซันสกรีนมาเยอะๆ นะ!

  • ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นสายเที่ยว:

    • แต่งกายสุภาพ: ถึงจะเป็นสายแฟชั่นแค่ไหน แต่มาวัดก็ต้องให้เกียรติสถานที่นะคะ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่โป๊เกินไป ควรสวมเสื้อที่มีแขน และกางเกง/กระโปรงคลุมเข่าค่ะ (แต่ยังคงความปังได้นะ!)
    • อุปกรณ์กันแดด: หมวก แว่นกันแดด ร่ม (ร่มพับได้พกติดตัวไปเลยค่ะ! เป็นพร็อพถ่ายรูปก็ยังได้) และที่สำคัญที่สุดคือ! ครีมกันแดด SPF 50++! ทาซ้ำทุกสองชั่วโมงไปเลยค่ะคุณ อย่าได้ย่อท้อ!
    • น้ำดื่ม: พกน้ำเปล่าติดตัวไปเยอะๆ เลยค่ะ ฮีดายเดรทสำคัญมาก!
    • Power Bank: แบตมือถือหมดคือจบเห่ ถ่ายรูปไม่ได้ ไลฟ์ไม่ได้ อัปสตอรี่ไม่ได้ เท่ากับไม่ได้มาค่ะ! พก Power Bank มาชาร์จให้พร้อมสรรพ!
    • รองเท้าที่สบาย: คุณต้องเดินเยอะนะคะ เลือกใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าแตะที่เดินสบายๆ ค่ะ ส้นสูงเก็บไว้ใส่เดินห้างก่อนเนาะ!
    • เคารพสถานที่: อย่าส่งเสียงดัง หรือทำอะไรที่ไม่เหมาะสมนะคะ เรามาเอาบุญและมาถ่ายรูปสวยๆ ค่ะ

เป็นไงคะทุกคน! ใครว่ามหาสารคามไม่มีอะไรน่าสนใจ? ดิฉันขอเถียงขาดใจเลยค่ะ! พระธาตุนาดูน ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้เราได้มาไหว้พระขอพรเท่านั้น แต่ยังเป็นโลเคชั่นถ่ายรูปที่สวยจนลืมหายใจ! ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งรูป ได้ทั้งความทรงจำดีๆ ที่ต้องสู้แดดอย่างทรหด! ทริปนี้สอนให้รู้ว่า ความสวยงามและประเพณีดีๆ มันซ่อนอยู่ในทุกจังหวัดของไทยจริงๆ ค่ะ แค่เราต้องเปิดใจ ออกไปค้นหา และยอมแลกกับแดดนิดหน่อย (แต่ได้รูปโคตรปัง!) ใครที่กำลังเบื่อๆ อยากหาที่เที่ยวใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร ลองมาที่มหาสารคาม แล้วคุณจะประหลาดใจกับเสน่ห์ของเมืองนี้เหมือนดิฉันค่ะ! ไปค่ะ! จัดกระเป๋าแล้วไปกันเลย! 

#พระธาตุนาดูน #เที่ยวมหาสารคาม #เที่ยวอีสาน #เที่ยววัด 

admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads