หอโหวต 101 ร้อยเอ็ด: วิวสวยจนลืมแฟนเก่า (ถ้ามี) ใครไม่มาคือพลาด!


โอเค ทุกคน! ฟังนะแก! ถ้าใครคิดว่าร้อยเอ็ดมีแค่ทุ่งนากับควายล่ะก็... คิดผิดมหันต์! เพราะอีฉันเนี่ย เพิ่งไปตะลุย "หอโหวต 101" มาเว้ยแก! คือบอกเลยว่า นี่ไม่ใช่แค่หอคอยธรรมดา แต่มันคือแลนด์มาร์กใหม่ที่สั่นสะเทือนวงการการท่องเที่ยวอีสานแบบไม่ไหวแล้วแม่! ความสูง 101 เมตรตามชื่อเป๊ะๆ คือไม่ได้มาเล่นๆ นะจ๊ะ นี่คือความยิ่งใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองร้อยเอ็ดที่ทำให้ฉันต้องบิน เอ้ย! ไม่ใช่สิ! ต้องนั่งรถมาไกลแสนไกล เพื่อมาพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่ามันปังจริงสมคำร่ำลือหรือเปล่า!

ก่อนอื่นเลย ขอสาปส่งแดดประเทศไทยก่อนค่ะ! ทริปนี้คือทริปทรมานสังขารขั้นสุด! ฉันออกจากบ้านตั้งแต่ไก่โห่ เพราะกลัวรถติด (แต่สุดท้ายก็ติดอยู่ดี แกคิดดู๊!) นั่งรถมาแบบหลังขดหลังแข็ง จิกเบาะจนเล็บจะหลุดไปแล้วหลายรอบ พอลงจากรถเท่านั้นแหละ... โว้ยยยย! นี่มันประตูสู่นรกหรือร้อยเอ็ดคะเนี่ย?! แดดจ้าเบอร์สิบกว่าๆ ผิวฉันคือพร้อมจะกลายเป็นหมูแดดเดียวภายในห้านาที! ฉันต้องงัดทุกสกิลการเอาชีวิตรอดออกมาใช้ ทั้งหมวกปีกกว้างที่ใหญ่เท่าล้อรถสิบล้อ ร่มกันยูวีที่ซื้อมาแพงกว่าค่าตั๋วเครื่องบินอีกมั้ง (ไม่เครื่องบินนี่แหละ รถทัวร์!) ครีมกันแดด SPF 1,000,000 ทาจนหน้าขาววอกเหมือนผีจีน... แต่ถามว่าช่วยมั้ย? ช่วยได้แค่รู้สึกดีว่าได้ทำ! เหงื่อไหลเป็นน้ำตกไนแอการ่า ไม่ใช่แค่หน้า แต่ทั้งตัวคือเหนอะหนะไปหมด! นี่ขนาดพกพัดลมมือถือไปสามอันนะ ยังเอาไม่อยู่เลย! สภาพคือกำลังจะระเหิดกลายเป็นไอแดดไปรวมกับก้อนเมฆบนฟ้า แต่ใจคือสู้ตายเว้ยแก! เพราะเป้าหมายคือ "หอโหวต 101" ที่เขาว่ากันว่า... สวยจนลืมผัวเก่า (ถ้ามี) ใครไม่มาคือพลาด! อีฉันก็เลยต้องอดทนค่ะ ต้องไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา! เดินตากแดดบักโกรกไปถึงหน้าหอโหวต... คือแบบ... อื้อหือ! ความสูง ความอลังการ คือมาแบบไม่เกรงใจแดด ไม่เกรงใจเหงื่อเลยจ้า! ค่าเข้าก็เบาๆ สบายกระเป๋า แค่ 40 บาท (คนไทยนะจ๊ะ) คือคุ้มเกินคุ้ม! คุ้มไม่คุ้ม เดี๋ยวรู้กัน!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

โอ๊ยยยย! มาถึงไฮไลต์ของสายคอนเทนต์แบบเราๆ กันแล้วค่ะ! "หอโหวต 101" เนี่ยนะ ไม่ได้มีดีแค่วิวหลักล้าน แต่จุดถ่ายรูปคือสับจนเมมเต็มมือถือ! เตรียมแบตสำรองมาให้พร้อมนะแม่ ไม่งั้นคือร้องไห้หนักมาก! หอคอยแห่งนี้มีทั้งหมด 35 ชั้น แต่ส่วนที่เราขึ้นไปชมวิวได้คือชั้นสูงสุด นั่นก็คือชั้น 34 ที่เป็นไฮไลต์เด็ดเลยนะจ๊ะ

1. มุมสูงหลักล้าน วิวเมืองปัง ๆ (ชั้น 34)

**พิกัด:** แน่นอนว่าต้องเป็นชั้นบนสุด! ชั้น 34 ที่เป็น Observation Deck นั่นแหละแก! พอลิฟต์เปิดปุ๊บนะ กรี๊ดสลบ! วิวเมืองร้อยเอ็ด 360 องศา คือมันจึ้ง มันอลัง มันเกินเบอร์มาก! เห็นบึงพลาญชัยเป็นรูปหัวใจชัดเจน สวยแบบตะโกน เหมือนอยู่ในซีรีส์เกาหลีที่นางเอกยืนมองวิวแล้วพระเอกตามมาสารภาพรัก! แกจะได้เห็นความเขียวขจีของทุ่งนาที่โอบล้อมเมืองเล็กๆ แห่งนี้เอาไว้ กับตึกรามบ้านช่องที่ดูเหมือนของเล่นจากมุมสูง บอกเลยว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง!

**จัดท่าโพส:** อันนี้สำคัญมาก! ถ้ามาถึงแล้วยืนแข็งทื่อเหมือนรูปปั้นคือพังนะแม่! ต้องมีท่าไม้ตาย!

  • **ฟีลนางพญา:** ยืนหันหลังให้วิวสวยๆ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังสูดอากาศบริสุทธิ์ มืออาจจะยกขึ้นไปจับผมเบาๆ (หรือทำท่าปัดอะไรก็ได้) ให้ดูผมพลิ้วๆ เหมือนมีลมพัดตลอดเวลา แล้วให้ตากล้องกดรัวๆ จากด้านหลังรับรองได้รูปยืนหนึ่ง! ท่านี้คือเน้นโชว์สรีระและความสง่า ให้ดูเป็นผู้หญิงที่มั่นใจและเป็นอิสระ!
  • **ฟีลคนคูลๆ:** ยืนหันข้างเล็กน้อย มือเท้าเอวแบบไม่ตั้งใจ หน้ามองไปไกลๆ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้ง (แต่จริงๆ อาจจะคิดว่า "เที่ยงนี้กินอะไรดีวะ หิวแล้ว") ให้ดูเป็นสาวมั่น ไม่แคร์โลก ไม่ต้องมองกล้องเยอะ ให้ฟีลเผลอๆ แต่มันปังมาก!
  • **ฟีลคิดถึงใครบางคน (ที่ทิ้งเราไปแล้ว):** ยืนพิงกระจกบานใหญ่ หันหน้าออกไปชมวิว ก้มหน้าลงมองพื้น (มองเมืองนั่นแหละ) ทำหน้าเหงาๆ หน่อย เหมือนกำลังระลึกความหลังกับแฟนเก่าที่ทิ้งเราไปเมื่อปีมะโว้ ให้ดูเศร้าแต่แพง! รับรองยอดไลก์พุ่งกระฉูด ดราม่าเรียกเพื่อนเรียกฝูงมาคอมเมนต์เพียบ!

**แสง & สไตล์:** ช่วงที่แนะนำที่สุดคือ **Golden Hour** ค่ะแก! คือช่วงพระอาทิตย์ขึ้น (สำหรับคนตื่นเช้าและขยัน) หรือพระอาทิตย์ตกดิน (สำหรับสายชิลล์ที่ไม่รีบร้อน) แสงมันจะนัวๆ อุ่นๆ ถ่ายออกมาคือผิวสวยออร่าจับ! ได้ฟีลโรแมนติกแบบไม่ต้องปรุงแต่ง! แต่ถ้ามาตอนกลางวันก็ไม่เป็นไรนะ หาจังหวะที่แดดไม่ตรงๆ เลือกมุมที่มีเงาช่วยบ้างก็ได้ สไตล์การแต่งตัวขอแบบ **Minimal Chic** หรือ **Boho Glam** คือจะเข้ากับวิวเมืองมาก! เดรสยาวพลิ้วๆ สีขาว สีเบจ หรือชุดเซ็ตสีเอิร์ธโทน หรือจะเป็นจั๊มสูทเก๋ๆ คือเริ่ด! จะทำให้ดูแพงและกลมกลืนกับบรรยากาศสุดๆ

2. พื้นกระจกใส ใจสั่นเบาๆ (ชั้น 32)

**พิกัด:** ลงมาจากชั้น Observation Deck นิดนึง ก็จะเจอเลยกับ **Skywalk พื้นกระจกใส** ที่ชั้น 32! ใครกลัวความสูงคือมีใจสั่นแน่นอน! บอกเลยว่าขาอ่อนแรงไปชั่วขณะ แต่ต้องลอง! คือมันเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากนะแก! มองลงไปเห็นพื้นข้างล่างแบบชัดแจ๋ว ใครที่มากับเพื่อนแล้วอยากแกล้งเพื่อนคือเหมาะมาก!

**จัดท่าโพส:** โพสท่าบนพื้นกระจกคือต้องเล่นใหญ่!

  • **ฟีลกลัวแต่สู้ (แกล้งทำ):** ค่อยๆ ก้าวขาลงไปบนพื้นกระจกช้าๆ ทำหน้าตาตกใจเล็กน้อย มองลงไปที่พื้นกระจก แล้วให้ตากล้องจับภาพโมเมนต์ "อีฉันกำลังจะร่วงลงไปไหมนะ" คือดูเรียลมาก! ดูเป็นคนเข้าถึงง่าย ขี้เล่น แกล้งๆ กลัวไปงั้นแหละ!
  • **ฟีลตัวแม่ไม่กลัวตาย:** ยืนตรงกลางพื้นกระจกอย่างมั่นคง กางแขนออกเล็กน้อยเหมือนกำลังจะบิน ยิ้มกว้างๆ มองกล้อง! ให้รู้ว่านี่แหละ ตัวแม่ร้อยเอ็ด! ไม่ว่าจะสูงแค่ไหนก็ไม่หวั่น! ท่านี้คือโชว์ความมั่นใจเต็มพิกัด!
  • **ฟีลนั่งชิลล์ๆ:** ถ้าสถานการณ์อำนวยและไม่ขวางทางคนอื่น (สำคัญมาก!) ก็นั่งยองๆ หรือนั่งชันเข่าเล็กน้อย มองลงไปที่พื้นกระจก หรือมองออกไปวิวข้างนอกก็ได้ ให้ดูเป็นสาวสายชิลล์ แต่แฝงความเท่ไว้เบาๆ ได้รูปมุมแปลกๆ ไม่เหมือนใครแน่นอน!

**แสง & สไตล์:** ตรงนี้แสงจะค่อนข้างสว่าง เพราะเป็นกระจกเกือบทั้งหมด แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส หรือชุดที่มีลวดลายเก๋ๆ จะได้ตัดกับพื้นกระจกและวิวข้างล่าง ลองใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อครอป หรือชุดกระโปรงสั้นๆ เก๋ๆ คู่กับรองเท้าผ้าใบสีขาว จะดูทะมัดทะแมง เหมาะกับการเดินเล่นและโพสท่าแบบไม่ต้องกลัวเปื้อน! จะได้ลุคสาวสปอร์ตตี้ที่ดูทะมัดทะแมง แต่ก็ยังคงความขี้เล่นซุกซนเอาไว้!

3. มุมอาร์ต ๆ กับสถาปัตยกรรม (ด้านนอก)

**พิกัด:** อย่าเพิ่งรีบกลับนะแก! ด้านนอกตัวอาคารหอโหวตก็มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปเยอะมาก! ไม่ว่าจะเป็นตรงฐานหอที่สูงตระหง่าน หรือจะเดินห่างออกมาหน่อยให้เห็นหอโหวตเต็มๆ ตัวอาคารสีทองอร่ามตัดกับฟ้าใสๆ คือดีย์งามมาก! ตัวสถาปัตยกรรมของหอโหวตเองก็มีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายที่ผนัง หรือรูปทรงที่ทันสมัย เหมาะกับการถ่ายรูปแนวสตรีทอาร์ต หรือมินิมอลมากๆ

**จัดท่าโพส:**

  • **ฟีลตัวเล็กในโลกกว้าง:** ยืนห่างออกมาหน่อย ให้เห็นหอโหวตแบบเต็มตัว แล้วเราก็ยืนตัวเล็กๆ อยู่ข้างล่าง เงยหน้ามองหอโหวต ทำหน้าตาชื่นชม คือดูเป็นสาวอาร์ตสายสถาปัตย์! ท่านี้คือโชว์ความยิ่งใหญ่ของหอโหวตและทำให้เราดูเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ!
  • **ฟีลเก๋ๆ เดินเล่น:** ทำเป็นเดินผ่านหอโหวตไปแบบไม่ตั้งใจ หันหน้ามามองกล้องเล็กน้อย ยิ้มอ่อนๆ แล้วให้ตากล้องกดรัวๆ ตั้งแต่เดินเข้ามาจนเดินพ้นเฟรม! ได้รูปแนว candid ที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่จริงๆ คือจัดฉากมาอย่างดี!
  • **ฟีลพรีเซ็นเตอร์หอโหวต:** ยืนตรงๆ ชูมือขึ้นฟ้าเล็กน้อย หรือทำท่าเหมือนกำลังชี้ไปที่หอโหวต ยิ้มกว้างๆ ให้รู้ว่าเราอินกับที่นี่มาก! เหมือนกำลังบอกว่า "ทุกคนคะ! ต้องมาที่นี่!" ท่านี้คือเรียกความสนใจได้ดีแน่นอน!

**แสง & สไตล์:** ตรงนี้คือช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก จะได้แสงที่ไม่แรงเกินไป ถ่ายแล้วไม่หน้ามืด ได้แสงเงาที่สวยงาม ช่วยเพิ่มมิติให้กับภาพ สไตล์การแต่งตัวจะมาแบบ **Streetwear** หรือ **Casual Chic** ก็เข้าหมด! เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ กางเกงยีนส์เท่ๆ กับสนีกเกอร์ หรือจะเป็นเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นก็ยังได้ ฟีลแบบพร้อมลุย พร้อมเที่ยว! ลองเลือกเสื้อผ้าที่มีโทนสีตัดกับสีทองของหอโหวตก็จะยิ่งทำให้ภาพดูโดดเด่นขึ้นไปอีก!

☕ พิกัดลับ ดับร้อน

หลังจากที่สู้รบปรบมือกับแดดร้อยเอ็ดมาทั้งวัน จนหนังหน้าจะไหม้และขาจะหลุดออกจากเบ้า (เว่อร์ไปมั้ย แต่มันรู้สึกงั้นจริงๆ!) สเต็ปต่อไปของตัวแม่สายเที่ยวอย่างเราคืออะไรคะ? ก็ต้องหาอะไรดับร้อน ดับกระหายสิคะแก! และแน่นอนว่าทริปนี้ฉันทำการบ้านมาอย่างดี! แพลนไว้แล้วว่าต้องมาเช็คอินที่ **"ร้านกาแฟโบราณข้างวัดบูรพาภิราม"** ที่เขาว่ากันว่าเด็ดจริง อะไรจริง! เพราะใกล้กับบึงพลาญชัยและหอโหวตมากๆ เดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้วจ้า

คือพอเดินมาจากหอโหวตนะ ก็ไม่ได้ไกลมาก แต่อากาศคือร้อนจัดจนรู้สึกเหมือนเดินอยู่กลางทะเลทรายซาฮารา แต่พอเห็นหน้าร้านเท่านั้นแหละ! คือแบบ... โอ๊ยยยย! ฟีลมันได้มากแก! เป็นร้านเล็กๆ เก่าๆ คลาสสิกๆ ที่มีกลิ่นอายความขลังของร้อยเอ็ดแบบเต็มๆ ร้านนี้เขาตั้งอยู่ใกล้ๆ วัดบูรพาภิรามจริงๆ เดินเข้ามาคือสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่รอบๆ วัด ทำให้ความร้อนจากแดดที่แผดเผามาทั้งวันมันลดลงไปเกือบครึ่ง! บรรยากาศภายในร้านคือเรียบง่าย แต่โคตรมีเสน่ห์! เป็นโต๊ะไม้เก่าๆ มีรูปเก่าๆ ติดผนัง พัดลมเพดานโบราณที่หมุนเอื่อยๆ แต่ลมเย็นสบายจนรู้สึกเหมือนสวรรค์โปรด! แอร์ไม่มีนะจ๊ะ แต่ลมธรรมชาติพัดเข้ามาตลอด คือมันฟีลกู้ดมากแก! เสียงชาวบ้านพูดคุยกันเบาๆ กลิ่นหอมๆ ของกาแฟคั่วอ่อนๆ คือมันลงตัวไปหมด! ทำให้รู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ที่เวลาเดินช้าลงและใจเราก็สงบลงไปด้วย

ไม่รอช้า ฉันสั่ง **โอเลี้ยง** กับ **ชาเย็น** มาคนละแก้ว (ใช่ค่ะ! สั่งมาสองแก้วกินคนเดียว! ก็มันร้อนนี่นา! เรื่องของฉัน!)

  • **โอเลี้ยงแก้วแรก:** คือแบบ... อื้อหืออออ! หวานขมกำลังดี หอมกลิ่นกาแฟโบราณแบบที่หาดื่มยากมากในคาเฟ่สมัยใหม่! มันไม่ใช่กาแฟรสชาติซับซ้อนอะไรนะ แต่มันคือความเรียบง่ายที่ลงตัว! เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ดื่มแล้วสดชื่น ตาตื่นทันที! ความเหนื่อยล้าจากการเดินตากแดดมาทั้งวันคือหายไปเกือบหมด! ฟินจนอยากกระโดดกอดคนชง! มันเป็นรสชาติที่ปลุกความสดชื่นจากภายในสู่ภายนอกจริงๆ!
  • **ชาเย็นแก้วที่สอง:** อันนี้คือทีเด็ด! สีส้มส๊มส้มมมม! แบบที่เห็นแล้วต้องถ่ายรูปก่อนดื่ม! รสชาติคือเข้มข้น หอมชามากๆ ไม่ได้หวานเจี๊ยบจนเลี่ยนนะ แต่เป็นความหวานมันกำลังดี! ดื่มแล้วชื่นใจสุดๆ! ยิ่งจิบพร้อมกับมองวิวผู้คนเดินผ่านไปมาแถววัด คือมันเป็นการปิดท้ายทริปที่โคตรคอมพลีทเลยแก! รู้สึกได้เลยว่าความสุขเล็กๆ มันอยู่รอบตัวเรานี่แหละ! บรรยากาศร้านที่เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย ทำให้ได้นั่งพักกายพักใจ มองออกไปข้างนอกก็เห็นคนเดินผ่านไปมา บ้างก็ไปวัด บ้างก็เดินจับจ่ายตลาด ได้เห็นวิถีชีวิตชาวร้อยเอ็ดแบบเรียลๆ เลยแก มันโคตรมีเสน่ห์! ใครมาหอโหวต 101 แล้วไม่แวะมาจิบโอเลี้ยง ชาเย็นร้านนี้คือพลาดของจริง! ต้องมาลองให้ได้นะแม่!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

มาค่ะ! ถึงคราวที่ตัวแม่จะมาแจกทริคการเดินทางและข้อควรรู้สำหรับน้องๆ วัยรุ่นที่อยากจะมาตามรอยความปังของ "หอโหวต 101" ร้อยเอ็ด! ฉันรู้ว่าพวกแกก็อยากมาแต่กลัวหลงใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องห่วง! ตัวแม่จัดการให้!

🚗 การเดินทาง:

  • **รถยนต์ส่วนตัว:** อันนี้คือสะดวกสุด! ปักหมุด GPS ไปที่ "หอโหวต 101" ร้อยเอ็ด ได้เลยค่ะ ไม่ต้องคิดเยอะ! เพราะหอโหวตตั้งอยู่กลางเมือง ใกล้กับบึงพลาญชัยซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญอยู่แล้ว ที่จอดรถก็มีเยอะแยะรอบๆ บริเวณบึงพลาญชัย ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ แต่ถ้ามาช่วงเทศกาล หรือวันหยุดยาว อาจจะต้องวนหานิดนึงนะ เพราะคนก็จะเยอะเป็นพิเศษนิดนึง แต่ก็ยังพอหาได้อยู่ดีแหละ!
  • **รถโดยสารสาธารณะ:**
    • **จากกรุงเทพฯ:** ก็ขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ค่ะ เลือกสายกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด มีให้เลือกหลายบริษัทเลยนะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง (ก็คือหลับยาวๆ ไปเลยค่ะ ตื่นมาอีกทีก็ร้อยเอ็ดแล้ว) รถออกทั้งกลางวันกลางคืน ลองเลือกเวลาที่เหมาะกับแกได้เลย! พอไปถึงสถานีขนส่งร้อยเอ็ด ก็สามารถต่อรถสองแถว หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปในตัวเมือง (ใกล้ๆ บึงพลาญชัย) ได้เลยค่ะ ราคาไม่แพง เหมาๆ ไปก็จะสะดวกหน่อย!
    • **เครื่องบิน:** ถ้าไม่อยากนั่งรถทัวร์นานๆ ก็จองตั๋วเครื่องบินไปลง **สนามบินร้อยเอ็ด (ROI)** ได้เลยค่ะ มีหลายสายการบินเลย! พอถึงสนามบินร้อยเอ็ด ก็สามารถเรียกแท็กซี่ หรือรถเช่า เข้าเมืองได้สบายๆ ระยะทางจากสนามบินเข้าเมืองก็ประมาณ 10-20 กิโลเมตรแล้วแต่ว่าจะไปส่วนไหน ใช้เวลาไม่นานค่ะ สะดวกสบายและรวดเร็วทันใจสายรีบ!
  • **รถไฟ:** อันนี้อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะร้อยเอ็ดไม่มีสถานีรถไฟโดยตรง ต้องนั่งรถไฟมาลงสถานีขอนแก่น แล้วค่อยต่อรถตู้หรือรถโดยสารมาที่ร้อยเอ็ดอีกที ซึ่งอาจจะหลายต่อไปหน่อย ถ้าเวลาจำกัดก็ไม่แนะนำค่ะ แต่ถ้าเป็นสายชิลล์ อยากเดินทางแบบได้เห็นวิวทิวทัศน์ข้างทางไปเรื่อยๆ ก็จัดไปเลยค่ะ!

⏰ ช่วงเวลาที่ควรไป:

  • **Golden Hour คือคำตอบ!** ถ้าอยากได้รูปสวยแสงดีแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์เยอะๆ นะแก แนะนำให้มาช่วง **เช้าตรู่ (ประมาณ 6 โมงเช้า - 8 โมงเช้า)** หรือ **ช่วงบ่ายแก่ๆ (ประมาณ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป)** เพราะแดดจะไม่แรงเกินไป และได้แสงสีทองนวลๆ ถ่ายรูปแล้วผิวผ่อง หน้าไม่ดำ! ที่สำคัญคือบรรยากาศจะดีมาก ไม่ร้อนอบอ้าวเท่าตอนกลางวัน ทำให้เราเดินเล่นถ่ายรูปได้อย่างสบายใจ!
  • **ช่วงกลางวัน:** บอกเลยว่าแดดแรงมาก! แรงแบบชนิดที่ว่ายืนห้านาทีคือเหงื่อท่วมตัว! ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็เตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อมนะแม่! หมวก ร่ม แว่นกันแดด ครีมกันแดดคือห้ามขาด! ทาให้ทั่วถึงแบบไม่มีจุดบอดเลยนะ ไม่งั้นได้ผิวแทนกลับไปแบบไม่ตั้งใจแน่นอน!
  • **ช่วงเทศกาล:** ถ้ามาช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ ก็อาจจะมีคนเยอะเป็นพิเศษ ถ่ายรูปยากหน่อยนะจ๊ะ ต้องแย่งมุมกับคนอื่นเยอะแยะไปหมด แต่ก็จะได้บรรยากาศที่คึกคักไปอีกแบบ ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คน ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีไปอีกแบบ!

⚠️ ทริคควรรู้ & ข้อควรระวัง (จากประสบการณ์จริงของตัวแม่):

  1. **ดื่มน้ำเยอะๆ:** ร้อยเอ็ดคือเมืองแห่งความร้อน! พกน้ำเปล่าติดตัวไว้ตลอดเวลา อย่าให้ขาดเด็ดขาด! ไม่งั้นอาจจะเป็นลมแดดไปก่อนที่จะได้ขึ้นไปถึงชั้น 34 นะแม่! ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ คือสิ่งสำคัญที่สุด!
  2. **แต่งตัวให้สบาย:** เน้นเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ผ้าคอตตอน ผ้าลินินคือเริ่ด! หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าหนาๆ หรือสีเข้มๆ ที่ดูดความร้อน ถ้าอยากใส่ชุดแฟชั่นถ่ายรูปก็หาจังหวะดีๆ รีบถ่ายรีบถอดนะแก! แต่หลักๆ คือขอให้ใส่สบายไว้ก่อนจะได้เดินเที่ยวได้อย่างสนุก!
  3. **รองเท้าสำคัญมาก:** ห้ามใส่ส้นสูงมาเด็ดขาด! เพราะเดินเยอะมาก! ขึ้นหอโหวตก็ต้องเดิน (แม้จะมีลิฟต์แต่ก็ต้องเดินไปยังจุดต่างๆ) เดินหาร้านกาแฟอีก! ขอเป็นรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าแตะที่เดินสบายๆ ดีกว่าค่ะ! ถ้าใส่รองเท้าผิดชีวิตเปลี่ยนแน่นอน!
  4. **เตรียมพาวเวอร์แบงค์:** ถ่ายรูปเยอะแน่นอน! แบตเตอรี่มือถือหมดไวชัวร์ๆ พกพาวเวอร์แบงค์ไปให้พร้อมนะจ๊ะ ไม่งั้นได้ยืนน้ำตาตกในแน่ๆ เพราะพลาดช็อตสำคัญไป!
  5. **ระวังของมีค่า:** แม้ร้อยเอ็ดจะเป็นเมืองที่สงบและน่ารัก แต่ก็ไม่ควรประมาท ระมัดระวังกระเป๋าและของมีค่าของตัวเองให้ดีตลอดการเดินทางนะแก! เก็บไว้ในที่ปลอดภัยเสมอ!
  6. **ศึกษาข้อมูลก่อนไป:** ดูวันเวลาเปิดปิด ค่าเข้าชม (ถ้ามี) ให้ดีก่อนไป จะได้ไม่เสียเที่ยว! ค่าเข้าหอโหวต 101 ตอนนี้คนไทยก็ 40 บาท (ราคาผู้ใหญ่) ไม่แพงเลย! ส่วนชาวต่างชาติ 100 บาท ถ้าจำไม่ผิดนะ! ต้องเช็คอีกที! แต่ที่แน่ๆ คือถูกมากเมื่อเทียบกับความสวยงามที่ได้รับ!
  7. **เปิดใจรับวัฒนธรรมท้องถิ่น:** ร้อยเอ็ดมีอะไรให้ค้นหาเยอะมาก นอกจากหอโหวตแล้ว ก็ยังมีวัดสวยๆ มีตลาดเก่าแก่ (เช่น ตลาดร้อยเอ็ด) ลองเปิดใจลองชิมอาหารท้องถิ่น พูดคุยกับชาวบ้านดูนะแก รับรองว่าจะได้ประสบการณ์ที่ประทับใจกลับไปแน่นอน! ชาวบ้านที่นี่น่ารักและเป็นกันเองมากๆ!

สรุปเลยนะแก! "หอโหวต 101" ที่ร้อยเอ็ดเนี่ย ไม่ได้มีดีแค่ความสูง 101 เมตรตามชื่อนะ แต่มันคือประสบการณ์ที่ครบเครื่องจริงๆ! ตั้งแต่การผจญภัยกับแดดเมืองไทย ไปจนถึงวิวหลักล้านที่ทำเอาลืมหายใจ แล้วปิดท้ายด้วยความฟินแบบไทยๆ ที่ร้านกาแฟโบราณข้างวัด คือมันโคตรคอมพลีททริปเลยแก! ตอนแรกก็คิดนะว่าร้อยเอ็ดจะมีอะไร? แต่พอได้มาสัมผัสแล้วคือต้องยอมใจ! เสน่ห์ของร้อยเอ็ดมันอยู่ที่ความเรียบง่ายแต่โคตรน่ารักนี่แหละ! ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ ฟีลแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร อยากได้รูปสวยๆ เอาไว้ลงโซเชียลแบบยอดไลก์พุ่งกระฉูด และอยากสัมผัสวิถีชีวิตอีสานแท้ๆ แบบที่ไม่ได้มีแค่ทุ่งนา... ต้องมาที่นี่เลยค่ะ! ตัวแม่คอนเฟิร์ม! มาแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน! เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมใจให้แข็งแกร่ง แล้วมาตะลุยร้อยเอ็ดด้วยกันนะแก! ไปค่ะ!

#หอโหวต101 #เที่ยวร้อยเอ็ด #เที่ยวภาคอีสาน #stylestravels #travelthailand

admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads