โอ๊ยยยแก! ใครที่คิดว่าแพร่มีแค่หม้อฮ่อม หรือขับรถผ่านไปอีสานเท่านั้น คิดผิดคิดใหม่นะจ๊ะ! เพราะทริปนี้อีฉันแก๊งตัวแม่ ขอสลัดลุคสาวเมืองกรุงมาตะลุยแพร่ เมืองรองที่ซ่อนเพชรเม็ดงามเอาไว้เพียบ! แต่เดี๋ยวก่อน...ก่อนจะไปถึงเพชรเม็ดงามอย่าง 'แพะเมืองผี' เนี่ย ขอเม้าท์มอยเรื่องการเดินทางนิดนึง แบบว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องขับรถไกล แต่มันคือการต่อสู้กับดวงอาทิตย์ที่เหมือนอัปเกรดตัวเองเป็นดวงอาทิตย์สิบดวงจากไซย่าร่างทอง! คือกว่าจะถึงแพร่นะคะ สภาพคือกรอบไปแล้วครึ่งตัว หน้าก็มันแผล็บเหมือนเอาไปทอดในกระทะทองเหลือง ผมก็พันกันยุ่งเหยิงเหมือนเพิ่งไปวิ่งควายมา!
ทริปนี้เริ่มต้นด้วยการรวมตัวของแก๊งค์เรา 4 สาวสุดแซ่บ ที่มีความใฝ่ฝันอยากสัมผัสธรรมชาติแบบอันซีนที่ไม่ใช่แค่คาเฟ่ฟีลป่าปลอมๆ สรุปได้ว่า 'แพะเมืองผี' นี่แหละคือคำตอบ! แต่เส้นทางสู่ความปังมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะจ๊ะ มันโรยด้วยฝุ่นควันและแสงแดดแผดเผา! อีฉันนั่งรถจากกรุงเทพฯ มาเนี่ย ระยะทางประมาณ 550 กิโลเมตร หรือก็คือประมาณ 7-8 ชั่วโมง! คือจะนั่งจนก้นแบนไปถึงไหนก่อน? ระหว่างทางก็ต้องคอยตบมุกกับเพื่อน เพื่อไม่ให้หลับยาวไปจนถึงสระบุรีอีกรอบ นึกว่านั่งรถไฟเหาะตีลังกาที่หยุดพักตามปั๊มน้ำมันไปเรื่อยๆ จนกะเพาะอาหารร้องโหยหวนว่า "แกกินอะไรเข้าไปอีกแล้ว!" แต่พอเราเริ่มเข้าเขตแพร่เท่านั้นแหละแกเอ๊ยยย...วิวสองข้างทางมันเปลี่ยนไป! จากตึกรามบ้านช่องก็กลายเป็นทุ่งนาเขียวขจี ภูเขาสลับซับซ้อน อากาศก็รู้สึกสะอาดขึ้นมานิดนึง แม้แดดยังคงจ้าเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไปไง! คือใจมันฟู มันแบบ...เออ! คุ้มว่ะที่นั่งตูดด้านมาขนาดนี้! พอลงจากรถปุ๊บ สภาพคือหิวแสงมากค่ะ เพราะอยากจะรับวิตามินดีแบบจัดเต็ม (แต่จริงๆ คือรับยูวีไปแล้ว 100%) พร้อมสู้ตายกับแพะเมืองผีที่ว่าเฮี้ยน! ซึ่งตอนแรกก็แอบกลัวนะ ว่าจะเจออะไรแปลกๆ ปะทะบ้างมั้ย แต่พอมาถึงหน้าทางเข้าเท่านั้นแหละ…โอ้โห! มันไม่ใช่แค่ผี แต่มันคือผีดินเว้ยแก! ผีที่มีฟอร์มเป็นธรรมชาติสุดๆ ยิ่งกว่าหน้าสดของอีฉันอีกค่ะซิส!
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
มาถึงแล้ว แพะเมืองผี ที่นี่ไม่ได้มีแค่ความเฮี้ยนนะแก แต่มันมีมุมถ่ายรูปที่โคตรปัง โคตรสับ จนยอดไลก์ต้องพุ่งชนเพดานไปเลยจ้า! ฉันเนี่ยทำการบ้านมาอย่างดี เพื่อที่แก๊งเราจะได้รูปไปลงไอจีแบบไม่ซ้ำใคร และนี่คือพิกัดลับที่ตัวแม่แนะนำเอง!
1. 📍 มุมเปิดตัวอลังการงานสร้าง (ทางเข้าโซนเสาดินหลัก)
จุดแรกที่ต้องประเดิมเลยคือบริเวณทางเข้าโซนเสาดินหลักๆ ที่เราจะเห็นวิวทิวทัศน์ของเสาดินรูปร่างแปลกตา กระจายตัวอยู่เต็มพื้นที่ มันให้ฟีลเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในแกรนด์แคนยอนเวอร์ชั่นมินิ แต่มีความลึกลับและขลังกว่า เพราะฉะนั้นการจัดท่าโพสคือต้องเน้นความอลังการแต่ก็แฝงไปด้วยความคูล! แสงช่วงที่เหมาะคือช่วงเช้าประมาณ 8-9 โมง หรือช่วงบ่ายแก่ๆ 4-5 โมงเย็น แสงจะนุ่มกำลังดี ไม่ใช่แสงกลางวันแสกๆ ที่ถ่ายออกมาแล้วหน้าไหม้ไปเลยจ้ะ! การโพสก็ให้ยืนหันหลังนิดๆ แล้วหันหน้ามามองกล้องแบบเผลอๆ หรือจะใช้มือปัดผมแบบสาวมั่น พร้อมเชิดหน้าขึ้นนิดๆ ให้ดูเหมือนกำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบสุดๆ แนะนำให้ใส่ชุดโทนสีเอิร์ธโทน อย่างสีเบจ ครีม น้ำตาล หรือเขียวขี้ม้า จะช่วยให้กลมกลืนกับฉากหลังที่เป็นสีดินทราย แต่ถ้าอยากให้โดดเด่นก็จัดสีขาวหรือแดงสดไปเลยค่ะ รับรองว่าตัดกับสีดินแล้วเด่นสุดๆ! แนะนำให้มีพร็อพอย่างหมวกปีกกว้างเก๋ๆ หรือแว่นกันแดดสุดชิค เพื่อเพิ่มความคูลอีกระดับ รูปนี้คือเรียกได้ว่าเป็นรูปมาสเตอร์พีซของการเปิดทริปเลยนะแก!
2. 🗿 ซอกหลืบแพะเมืองผี (ระหว่างทางเดินสำรวจเสาดิน)
หลังจากเดินลึกเข้าไปในโซนเสาดิน เราจะเจอซอกหลืบและทางเดินแคบๆ ที่ลัดเลาะไปตามเสาดินแต่ละต้น ตรงนี้แหละคือจุดทองคำสำหรับการถ่ายรูปสไตล์ลึกลับน่าค้นหา! แสงช่วงที่เหมาะคือช่วงที่แดดไม่แรงจัดเกินไป พยายามหาจังหวะที่แสงส่องลงมาเป็นลำๆ ตามซอกเสาดิน มันจะสร้างมิติให้กับรูปภาพได้ดีมากๆ การโพสให้ลองยืนพิงเสาดินแบบไม่ตั้งใจ หรือใช้มือสัมผัสพื้นผิวของดินเบาๆ แล้วมองออกไปนอกเฟรมกล้องแบบครุ่นคิด หรือจะเดินเผลอๆ แล้วให้เพื่อนกดชัตเตอร์รัวๆ ก็ได้ลุคสาวนักผจญภัยสุดๆ! ชุดที่แนะนำคือชุดที่ใส่สบายๆ เดินคล่องตัว อาจจะเป็นกางเกงคาร์โก้กับเสื้อครอป หรือเดรสยาวพลิ้วๆ ที่ไม่เกะกะตอนเดิน ถ้าเป็นเดรสลายดอกเล็กๆ หรือสีพื้นก็เข้ากับธรรมชาติได้ดี ถ่ายออกมาแล้วเหมือนนางเอก MV ที่กำลังหลงทางอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ ได้ฟีลอาร์ตๆ ชิคๆ ที่ไม่ซ้ำใครแน่นอน!
3. ⛰️ มุมสูงพิชิตแพะ (จุดชมวิวท้ายเส้นทาง)
และแน่นอนว่ามาถึงแพะเมืองผีทั้งที จะไม่ขึ้นไปชมวิวจากมุมสูงได้ไงคะซิส! จุดชมวิวท้ายเส้นทางเนี่ยแหละคือไฮไลท์! เราจะได้เห็นภาพรวมของแพะเมืองผีทั้งหมดแบบพาโนรามา เห็นความเวิ้งว้างของทิวทัศน์และรูปร่างหน้าตาของเสาดินที่หลากหลาย เหมือนประติมากรรมธรรมชาติชิ้นโบว์แดง แสงที่ดีที่สุดคือช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน หรือช่วงเย็นๆ ที่แสงเป็นสีส้มทอง มันจะทำให้ภาพดูอบอุ่นและโรแมนติกมากๆ! การโพสก็ง่ายๆ เลยจ้า ยืนหันหลังให้กล้องแล้วกางแขนออกไปกว้างๆ เหมือนกำลังโอบกอดธรรมชาติ หรือจะยืนหันข้างมองออกไปไกลๆ ให้ดูเป็นสาวคิดบวกที่กำลังเก็บเกี่ยวพลังงานดีๆ จากธรรมชาติ แนะนำให้ใส่ชุดที่สีตัดกับท้องฟ้าและแสง อาทิ ชุดสีขาวเรียบๆ หรือเดรสสีสดๆ ที่มีดีไซน์เก๋ๆ รับรองว่ารูปออกมาคือปังเหมือนถ่ายนิตยสารท่องเที่ยว! อย่าลืมพกขาตั้งกล้องไปด้วยนะจ๊ะแก จะได้มีรูปปังๆ กับแก๊งค์เพื่อนแบบครบทุกคน ไม่ต้องมีใครต้องเสียสละเป็นคนถ่ายให้ตลอดทริป! แค่คิดถึงรูปที่จะได้ก็กรี๊ดแล้วปะ!
☕ พิกัดลับ ดับร้อน
หลังจากเดินสำรวจแพะเมืองผีจนเหงื่อซ่ก หน้ามันเยิ้ม ขาสั่นระริกเหมือนเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาสามรอบ สิ่งที่ปรารถนาที่สุดตอนนี้ไม่ใช่อะไรอื่นเลย นอกจากความเย็นฉ่ำและคาเฟอีนที่จะมาปลุกวิญญาณให้กลับคืนร่าง! โชคดีที่อีฉันและแก๊งได้บังเอิญเจอ 'ร้านป้าบุญ ชาชักโบราณ' ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแพะเมืองผีเท่าไหร่เลยค่ะ แบบว่าเดินออกมาจากที่เที่ยว แล้วเลี้ยวขวาเดินไปอีกนิดเดียว เหมือนพรหมลิขิตบันดาลชักพา!
ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างกำแพงวัดเก่าๆ บรรยากาศคือร่มรื่นย์มากกกก มีโต๊ะไม้เก่าๆ ไม่กี่ตัว พัดลมตัวใหญ่ๆ หมุนเอื่อยๆ แต่ลมเย็นสบายจนรู้สึกเหมือนสวรรค์โปรด! กลิ่นหอมของใบชาและกาแฟโบราณลอยฟุ้งออกมาจากร้าน ทำเอาตาที่พร่าเพราะแสงแดดถึงกับลืมกว้างขึ้นทันที อีฉันสั่งโอเลี้ยงมาแก้วนึง แบบหวานน้อยนะป้า (เดี๋ยวเป็นเบาหวานก่อนวัยอันควร!) ส่วนเพื่อนๆ ก็จัดชาเย็น ชาดำเย็นกันไปคนละแก้ว พนักงานหรือก็คือลูกสาวป้าบุญนั่นแหละค่ะ ยื่นแก้วโอเลี้ยงเย็นเจี๊ยบมาให้ พอได้ยกซดเข้าไปเท่านั้นแหละแกเอ๊ยยย...ฟีลลิ่งคือเหมือนมีน้ำตกเอเวอร์เรสต์ไหลลงมาดับไฟในตัว! รสชาติโอเลี้ยงนี่เข้มข้น หอมกลิ่นกาแฟคั่วแบบโบราณที่หาไม่ได้ในร้านกาแฟเชนดังๆ ทั่วไป ความหวานกำลังดี ไม่บาดคอ ไม่เลี่ยน คือมันถูกต้องไปหมดทุกอย่าง! ส่วนชาเย็นของเพื่อนๆ ก็ไม่น้อยหน้า สีส้มนัวๆ รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นชาไทยแท้ๆ ไม่ใช่ชาแบบผงสำเร็จรูปที่ผสมนมเยอะๆ จนแทบไม่เหลือรสชา แค่เห็นเพื่อนซดแล้วตาค้าง อีฉันก็รู้เลยว่านี่แหละคือพิกัดลับที่ชาวแก๊งต้องมาตามรอย! นั่งพักซึมซับบรรยากาศเย็นๆ คุยเรื่องรูปที่เพิ่งถ่ายได้ไปพลางๆ คือเป็นโมเมนต์ที่โคตรฟิน โคตรหายเหนื่อยเลยแกเอ๊ยยย! ใครมาแพร่แล้วไม่แวะร้านป้าบุญ ถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ ขอบอก!
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
เอาล่ะค่ะ ตัวแม่ขอสวมบทบาทเป็นไกด์ทัวร์ส่วนตัวให้แก๊งน้องๆ ที่กำลังคิดจะตามรอยมาที่ แพะเมืองผี ที่แพร่นะคะ ฟังดีๆ ค่ะซิส!
การเดินทาง:
- รถยนต์ส่วนตัว: อันนี้คือสะดวกสุด ปังสุด! จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาขับประมาณ 7-8 ชั่วโมง พิกัดคือ 18.068307, 100.228990 พิมพ์ลง Google Maps ปุ๊บ ก็พุ่งตรงไปเลยจ้า! ถนนหนทางดีค่ะ แต่ขับไกลก็ต้องแวะพักบ่อยๆ เติมน้ำมัน เติมขนม เติมแรงคนขับให้เต็มที่!
- รถประจำทาง: ถ้าไม่อยากขับเอง ก็มีรถโดยสารปรับอากาศจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ บขส. แพร่ ได้เลย พอถึงตัวเมืองแพร่แล้วเนี่ย อาจจะต้องหารถเช่ามอเตอร์ไซค์ รถสองแถว หรือใช้บริการรถเหมา (ซึ่งอาจจะต้องหารถยากหน่อย) เพื่อเข้าไปที่แพะเมืองผี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 20 กิโลเมตร แนะนำให้เช่ามอเตอร์ไซค์ขับเองจะชิคสุด ประหยัดสุด และได้รูปสวยๆ ระหว่างทางด้วย! (แต่ต้องมั่นใจในการขับขี่นะจ๊ะ!)
- เครื่องบิน: อันนี้สบายสุด แต่ก็อาจจะต้องต่อเครื่องหรือลงสนามบินที่ใกล้ที่สุดแล้วต่อรถอีกที (เช่น สนามบินแพร่มีเที่ยวบินน้อย ลองดูสนามบินเชียงใหม่หรือลำปางแล้วเช่ารถขับต่อมา) แต่สำหรับสายประหยัดอย่างเราๆ ก็ขับรถกันไปยาวๆ เลยจ้า!
ช่วงเวลาที่ควรไป:
ขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า ช่วงเช้าตรู่ (ประมาณ 8:00 - 10:00 น.) หรือ ช่วงบ่ายแก่ๆ (ประมาณ 15:00 - 17:00 น.) คือดีที่สุด! แดดจะไม่แรงมาก ถ่ายรูปสวย แสงกำลังดี ไม่ต้องกลัวหน้าไหม้เกรียมเป็นหมูหันกลางแดด! ถ้าไปช่วงกลางวันเนี่ย ตัวแม่ขอเตือนเลยว่าอาจจะได้รูปเหมือนเพิ่งโดนผีแดดเข้าสิง เพราะเหงื่อออกท่วมตัว หน้าเมือก ผมยุ่ง ไม่ปังแน่นอน! ส่วนฤดูที่เหมาะที่สุดคือ ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) อากาศจะเย็นสบาย เดินเล่นได้ฟินๆ ฟ้าใส ถ่ายรูปสวยแน่นอนค่ะซิส!
ข้อควรรู้ & ข้อควรระวัง (ตัวแม่เตือนแล้วนะ!):
- กันแดดเท่านั้น! ที่จะอยู่รอด!: ครีมกันแดด หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด คือ สิ่งจำเป็น ยิ่งกว่าบัตรประชาชน! ถ้าไม่อยากกลับไปพร้อมผิวแทนแบบไม่ตั้งใจนะจ๊ะ!
- รองเท้าดี มีชัยไปกว่าครึ่ง: ที่นี่ต้องเดินเยอะ พื้นเป็นดินทราย บางช่วงมีทางลาดชัน ควรใส่รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าที่กระชับ ไม่กัดเท้า จะช่วยให้เดินสบายตลอดเส้นทาง
- พกน้ำเปล่า: สำคัญมาก! ดื่มน้ำบ่อยๆ ป้องกันภาวะขาดน้ำ เพราะแดดที่นี่ไม่ใช่เล่นๆ
- รักษาสิ่งแวดล้อม: อย่าทิ้งขยะ อย่าไปปีนป่าย หรือขีดเขียนตามเสาดินนะจ๊ะ เราไปเที่ยว ไปชื่นชมธรรมชาติ ก็ต้องช่วยกันดูแลรักษาให้น้องผีดินอยู่กับเราไปนานๆ
- ระวังฝุ่น: บางช่วงอาจมีฝุ่นเยอะ โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง อาจจะพกผ้าปิดจมูกไปด้วยก็ดีนะแก!
- ชาร์จแบตกล้อง & โทรศัพท์ให้เต็ม: รูปสวยๆ รอแกอยู่เพียบ! แบตหมดคือจบนะจ๊ะ!
เป็นไงล่ะแก! แพะเมืองผี ไม่ได้มีแค่ความเฮี้ยนแบบชื่อ แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โคตรมีเสน่ห์ มีความอาร์ต ความธรรมชาติ และความ UNSEEN ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ! มันอาจจะดูเป็นทริปที่ต้องต่อสู้กับหลายสิ่ง ทั้งแดด ทั้งระยะทาง แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่ากับประสบการณ์และรูปสวยๆ ที่แกจะได้กลับไปอวดเพื่อนแน่นอน! ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวที่ไม่ซ้ำใคร อยากลองผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ของธรรมชาติแบบไม่ปลอม ลองปักหมุด 'แพะเมืองผี' ไว้เลย! รับรองว่าแกจะได้เรื่องเม้าท์กลับไปอีกเยอะ! ไปค่ะซิส ไปพิชิตแพะเมืองผีกัน! แล้วมาบอกด้วยนะว่าเจอผีดินตัวไหนหล่อสุด! 😂
#แพะเมืองผี #เที่ยวแพร่ #เที่ยวภาคเหนือ #stylestravels #travelthailand #thailandunseen #travel