เขาค้อ เพชรบูรณ์: ที่พักใจวัยรุ่น! ไปซบหมอกฟินๆ


ทุกคนขา! แกรรร คือฉันจะมาป้ายยาสถานที่พักใจวัยรุ่นที่โคตรจะจึ้ง ที่โคตรจะปังแบบตะโกน จนเพื่อนแกต้องทักมาถาม "แกไปที่ไหนมา?! ทำไมรูปสวยขนาดนี้!" ใช่ค่ะ ไม่ใช่ที่ไหนไกล เขาค้อ เพชรบูรณ์นี่เอง! ฟังนะ ก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้เนี่ย ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ อีเว้นท์มันเยอะตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้าน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็แดดเมืองไทยมันเบอร์ 1000! เบอร์แรง! เบอร์เผา! ออกจากบ้านมาก็คิดว่าตัวเองกำลังเข้าเตาอบแล้วไหมแกรรร ฉันแพ็คกระเป๋ามาอย่างดี เตรียมชุดฟาดๆ มาเป็นสิบ แต่กว่าจะไปถึงคือเหงื่อท่วม ตั้งแต่หัวจรดเท้า นี่กะจะไปเป็นสาวเหนือฟีลคุณหนูผู้ดี แต่สภาพคือทาสแดดดีๆ นี่เองจ้า! รถเมล์ รถตู้ รถอะไรที่ว่าแอร์เย็นๆ ก็เอาไม่อยู่จริงๆ นะ กว่าจะหลุดพ้นจากเมืองกรุงมาได้คือแทบจะถอดวิญญาณออกมาทิ้งไว้กลางทางแล้ว

แต่พอรถเริ่มไต่ระดับขึ้นเขาเท่านั้นแหละแกรรร อากาศมันเริ่มเปลี่ยนไง จากความร้อนระอุระดับนรก ก็เริ่มมีลมพัดเย็นๆ มาปะทะหน้าเบาๆ ฟีลเหมือนเจอโอเอซิสกลางทะเลทรายอ่ะ คิดดู! คือฉันนี่แหบตากล้องเลยนะว่า "เปิดกระจก! ด่วน! ขอสูดอากาศบริสุทธิ์!" แล้วแกเอ๊ย พอได้ลมเย็นๆ มาปะทะหน้าเท่านั้นแหละ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาจากการทำงาน (ปลอมๆ) การอ่านหนังสือ (ที่ไม่เคยอ่านจริง) และการตามเทรนด์โซเชียลทั้งวันคือหายเป็นปลิดทิ้ง! มันดีต่อใจมากๆ แถมวิวระหว่างทางคือเริ่ดไม่ไหว เห็นภูเขาลูกแล้วลูกเล่าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา เหมือนสวรรค์กำลังเรียกหา คือมันสวยจนอยากจะร้องกรี๊ดดดดดออกมาดังๆ ให้สะเทือนทั้งเขาค้อเลยอ่ะแก ฟีลเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่งที่ไม่มีเดดไลน์ ไม่มีงานงอก และที่สำคัญ ไม่มีแดดแผดเผา! ใครที่กำลังมองหาที่หนีร้อน (หนีงาน หนีแฟน หนีชีวิตจริง) มาเขาค้อคือตอบโจทย์ที่สุดแล้วจริงจริ๊ง! เตรียมชุดสวยๆ มาให้พร้อม แล้วมาฟาดคอนเทนต์ให้โซเชียลแตกไปเลย!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

เอาล่ะแก! มาถึงพาร์ทสำคัญที่ "ตัวแม่" อย่างฉันจะมาเปิดพิกัดและทริคการฟาดรูปให้ปังจนเพื่อนต้องกดเซฟ ไม่ใช่แค่ไลก์นะแก ต้องเซฟ! เตรียมเมมมือถือให้ว่าง ชาร์จแบตให้เต็ม พาวเวอร์แบงค์ต้องมี สำคัญกว่าบัตรประชาชนก็คือแบตกล้องนี่แหละ! เข้าใจยัง?!

  1. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว: ตำนานแห่งความอลังการที่ต้องมาให้เห็นกับตา! แกรรร วัดอะไรจะสวยขนาดนี้! ความโมเสกสีสันสดใส วิบวับไปทั้งวัด แถมยังอยู่บนเขาที่เห็นวิวทิวทัศน์รอบด้านคือจึ้งไม่ไหว!
    • มุมกล้อง: สำหรับที่นี่นะ ให้เดินขึ้นไปตรงระเบียงด้านบนของวัดที่มองเห็นเจดีย์องค์หลักแบบเต็มๆ ตาทั้งองค์ หรือจะลงมาถ่ายจากด้านล่างที่เห็นเจดีย์ตัดกับฉากหลังภูเขาสีเขียวก็ได้ฟีลไปอีกแบบ ส่วนท่าโพส? ห้ามยืนตรง! ห้ามยืนแข็ง! ให้หันหลังให้กล้องแล้วมองออกไปไกลๆ ทำเป็นเผลอๆ ฟีลกำลังใช้ความคิด หรือจะใช้มือปัดผมเบาๆ ให้ดูมีวอลลุ่มก็ได้ หรือจะนั่งลงบนบันไดหินอ่อนแล้วทำเป็นอ่านหนังสือทิพย์ (แต่ต้องถ่ายให้เห็นวิวข้างหลังนะ!) ให้ดูเป็นสาวงามผู้เข้าถึงธรรมะแบบมีสไตล์!
    • แสง: ช่วงเช้าตรู่ประมาณ 7-8 โมงเช้าคือดีที่สุด! แสงจะนุ่มนวลกำลังดี ไม่ย้อนแสง หน้าไม่มืด ถ่ายแล้วผิวจะผ่องเป็นยองใย หรือช่วงบ่ายแก่ๆ 4 โมงเย็นก็ยังพอไหว แต่ต้องระวังเงาจากองค์ประกอบวัดนิดนึงนะแก
    • สไตล์การแต่งตัว: วัดสวยขนาดนี้ ชุดเราต้องไม่แกง! แนะนำชุดเดรสยาว ผ้าพลิ้วๆ สีขาว สีเอิร์ธโทน หรือสีพาสเทลอ่อนๆ ที่ไม่ฉูดฉาดเกินไป เพราะเราต้องเคารพสถานที่ด้วยนะแก แต่ก็ยังคงความ "ตัวแม่" ได้ด้วยดีเทลลูกไม้ หรือผ้าชีฟองเบาๆ ที่เวลาลมพัดแล้วมันจะสะบัดเบาๆ ถ่ายออกมาคือจึ้ง! อย่าลืมพกเสื้อคลุมหรือผ้าพันคอเก๋ๆ ไปด้วย เผื่อต้องคลุมไหล่ตามกฎระเบียบของวัด และยังเอามาพร็อพถ่ายรูปได้อีกด้วยนะ ฟาดไปเลย!
  2. ทุ่งกังหันลม & Pino Latte: สองโลเคชั่นนี้คือเพื่อนบ้านกัน! ไปที่เดียวได้รูปสองสไตล์ จึ้ง!
    • มุมกล้อง: ที่ทุ่งกังหันลมนะแก ให้เดินเข้าไปใกล้ๆ กังหันลมอันใหญ่ๆ ฟีลแบบเราตัวจิ๋วแต่ใจใหญ่! มุมยอดฮิตคือเดินไปกลางทุ่งหญ้าแล้วหันหลังให้กล้อง ยื่นมือออกไปเหมือนจะเอื้อมคว้ากังหันลม หรือจะยืนตรงกลางทางเดินแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า ฟีลอินกับธรรมชาติสุดๆ! ส่วนที่ Pino Latte คือมุมยอดฮิตคือระเบียงที่ยื่นออกไปเห็นวิวภูเขาแบบพาโนรามา ถ่ายจากด้านหลังให้เห็นวิวเต็มๆ หรือจะนั่งจิบกาแฟทำเป็นเผลอๆ มองออกไปก็คือได้รูปสวยๆ ไม่ซ้ำใครแล้ว!
    • แสง: ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกคือทองคำ! แสงจะนวลๆ ส้มๆ ทองๆ ถ่ายออกมาแล้วผิวจะดูแพง ดูคุณหนูสุดๆ ส่วนที่ Pino Latte คือแสงธรรมชาติสาดเข้ามาดีมาก เลือกมุมติดกระจก ถ่ายย้อนแสงนิดๆ ก็จะได้ภาพเงาที่ดูอาร์ตๆ ไปอีก!
    • สไตล์การแต่งตัว: เอาให้เข้ากับฟีล "สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย" ไปเลยแก! เสื้อกันหนาวคิ้วท์ๆ แบบโอเวอร์ไซส์ หมวกไหมพรมเก๋ๆ กางเกงยีนส์สักตัว หรือจะใส่ชุดเดรสยาวๆ สีขาวหรือสีครีมที่ตัดกับความเขียวของภูเขา ถ่ายออกมาคือโคตรดี! จัดเต็มไปเลย!
  3. จุดชมวิวเขาค้อ (จุดยอดฮิตตรงที่ทำการ): อันนี้คือจุดที่ใครๆ ก็ต้องมา! มันเห็นวิวแบบ 360 องศาเลยแก!
    • มุมกล้อง: ให้ถ่ายแบบมุมกว้างที่เห็นความอลังการของภูเขาแบบไกลสุดลูกหูลูกตา หรือจะใช้มุมต่ำเงยขึ้นเล็กน้อยให้เห็นเรากำลังยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขา ฟีลเหมือนราชินีแห่งขุนเขา! หรือจะถ่ายแบบซูมเข้ามาที่หน้าเรา แล้วมีวิวภูเขาเบลอๆ เป็นฉากหลังก็ได้ฟีลแบบ "ฉันอยู่ตรงนี้แล้วนะ!"
    • แสง: ช่วงเช้าตรู่คือดีงามพระรามแปด หมอกจะลอยเอื่อยๆ ทำให้รูปดูมีมิติ ดูลึกลับ น่าค้นหา หรือช่วงเย็นๆ พระอาทิตย์ตกดิน แสงจะอุ่นๆ เหมาะกับการถ่ายรูปที่ให้ฟีลอบอุ่นและโรแมนติก
    • สไตล์การแต่งตัว: ชุดที่ดูอบอุ่นแต่ไม่เทอะทะ เสื้อแขนยาวผ้านุ่มๆ กางเกงผ้าขายาว หรือกระโปรงยาวคลุมเข่า เลือกสีที่เข้ากับธรรมชาติ อย่างสีเขียวขี้ม้า สีกากี สีน้ำตาล เพื่อให้เรากลมกลืนกับวิว แต่ก็ยังโดดเด่นออกมาได้ด้วยแอคเซสเซอรี่อย่างหมวกปีกกว้าง หรือผ้าพันคอที่ดูดีมีสไตล์!

☕ พิกัดลับ ดับร้อน

หลังจากฟาดรูปจนเมมเต็มแบตหมดไปแล้ว ความเหนื่อยล้าก็เริ่มคืบคลานเข้ามาใช่มั้ยแกรรร? แต่ไม่ต้องห่วง! "ตัวแม่" อย่างฉันมีพิกัดลับสำหรับดับร้อน ดับความเหนื่อย และเติมพลังให้ชีวิตให้แกแล้ว! ปกติเขาค้อมันก็จะมีร้านกาแฟเก๋ๆ วิวสวยๆ เยอะแยะไปหมดแหละ แต่บางทีมันก็เยอะจนเลือกไม่ถูก แถมบางร้านก็ราคาแรงแบบกินแล้วแทบจะต้องขายไต! ฉันเลยอยากจะแนะนำร้านสไตล์บ้านๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เดินลงมาจากวัดมาไม่ไกลมากนัก แกจะเจอร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า "ร้านป้าจิ๋มโอเลี้ยงโบราณ" คือร้านนี้ไม่ได้มีวิวปังแบบคาเฟ่หรูๆ หรอกนะแก แต่สิ่งที่ป้าแกให้มาคือความจริงใจและรสชาติกาแฟที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว!

พอเดินเข้าร้านป้าจิ๋มไปนะแก กลิ่นกาแฟคั่วบดโบราณมันหอมฟุ้งแตะจมูกตั้งแต่ก้าวแรกเลยอ่ะ ฟีลเหมือนย้อนวัยไปสมัยเด็กๆ ที่ปู่ย่าตายายชอบนั่งจิบกาแฟโบราณกัน นี่ฉันสั่ง "โอเลี้ยง" มาจิบดับกระหายนะแก แล้วบอกเลยว่าแก้วเดียวคือตื่นทั้งวัน! รสชาติกาแฟคือเข้มข้นถึงใจ หอมกลิ่นคั่วที่เป็นเอกลักษณ์ หวานแบบกำลังดี (ถ้าไม่ชอบหวานก็บอกป้าแกได้นะ) กินเข้าไปคำแรกคือความเหนื่อยล้าจากแดดเมืองไทยและจากการเดินขึ้นลงเขาค้อคือหายเป็นปลิดทิ้ง! มันสดชื่นแบบบอกไม่ถูกจริงๆ นะแก! เหมือนร่างกายได้รีบูทตัวเองใหม่ แล้วป้าจิ๋มแกก็ใจดีมากกกกกกก ยิ้มแย้มแจ่มใส ใครถามอะไรป้าแกก็ตอบหมด คือได้ทั้งกาแฟอร่อย ได้ทั้งความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกลับบ้าน แล้วที่สำคัญนะ ราคาคือเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ของวัยรุ่นอย่างเราๆ สุดๆ! แก้วละไม่กี่สิบบาท แต่รสชาติหลักร้อยหลักพันไปเลย! คือมันดีกว่าการไปนั่งจิบกาแฟแพงๆ ตามคาเฟ่ชื่อดังหลายร้านด้วยซ้ำนะฉันบอกเลย! ลองไปโดนดูนะแก แล้วจะติดใจ!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

เอาล่ะแก! ถึงพาร์ทสำคัญที่ "ตัวแม่" จะมาสรุปข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้ให้พวกแกได้ตามรอยแบบไม่งง ไม่พลาด ไม่พัง! เตรียมจดไว้ให้ดีนะ!

  1. วิธีการเดินทาง:
    • รถยนต์ส่วนตัว/รถเช่า: อันนี้คือสะดวกสบายที่สุด! เพราะเขาค้อคือภูเขา! การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งมันต้องมีรถส่วนตัวเท่านั้นแก! ระยะทางจากกรุงเทพฯ ก็ประมาณ 400 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ถ้ามีรถส่วนตัวนี่คือเริ่ดสุดแล้ว ไปไหนมาไหนก็คล่องตัว จะแวะถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ตามใจฉัน!
    • รถทัวร์/รถตู้: ถ้าใครไม่มีรถส่วนตัว ก็สามารถนั่งรถทัวร์หรือรถตู้จากกรุงเทพฯ มาลงที่หล่มสักหรือตัวเมืองเพชรบูรณ์ก่อนได้นะแก แต่! พอไปถึงแล้วคือต้องหารถเช่ามอเตอร์ไซค์ (ถ้าขับแข็ง) หรือเหมารถสองแถว/รถกะบะให้เขาพาเที่ยวเอา ซึ่งราคาก็อาจจะแรงนิดนึง หรือถ้ามากันหลายคนก็อาจจะหารกันไหวอยู่! แนะนำว่าถ้ามากันน้อยคน ไม่มีรถส่วนตัว ไปเช่ารถยนต์ขับเองจาก กทม. ยังจะคุ้มกว่า เพราะสะดวกกว่าเยอะเลยแก!
  2. ช่วงเวลาที่ควรไป:
    • หน้าฝน (มิ.ย.-ต.ค.): นี่แหละคือตำนานหมอก! แกจะเห็นหมอกลอยต่ำๆ ปกคลุมไปทั่วภูเขา ฟีลเหมือนเรากำลังลอยอยู่บนสวรรค์ มันสวยมากจริงๆ นะ แต่ก็ต้องทำใจกับฝนตกปรอยๆ บ้างนะแก
    • หน้าหนาว (พ.ย.-ก.พ.): ใครเป็นสายล่าลมหนาว ห้ามพลาด! อากาศจะเย็นสบายถึงขั้นหนาวจัดในตอนกลางคืนและเช้าตรู่ บางทีมี "เหมยขาบ" หรือแม่คะนิ้งให้เห็นด้วยนะแก คือมันฟินมากกกก! ท้องฟ้าจะเปิดโล่ง ถ่ายรูปสวยแน่นอน แต่คนก็จะเยอะเป็นพิเศษนะแก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว
    • หน้าร้อน (มี.ค.-พ.ค.): ถ้าแกไม่ไหวกับแดดเมืองกรุงจริงๆ จะหนีมาเขาค้อช่วงนี้ก็ได้นะแก เพราะบนเขามันก็ยังเย็นกว่าข้างล่างเยอะแหละ แต่มันก็อาจจะไม่ฟินเท่าหน้าฝนหรือหน้าหนาวนะ
  3. ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นสายเที่ยว:
    • ยาดม/ยาแก้เมารถ: ถนนหนทางบนเขาค้อคือคดเคี้ยวเลี้ยวลด ยิ่งกว่าชีวิตฉันอีกแก! ใครเมารถง่ายๆ พกยาไว้ให้พร้อม ไม่งั้นทริปพังก่อนถึงที่นะจ๊ะ!
    • เสื้อกันหนาว/เสื้อคลุม: ไม่ว่าจะมาฤดูไหน กลางคืนบนเขาก็คือเย็นนะแก! พกเสื้อกันหนาวหรือเสื้อคลุมติดกระเป๋าไว้เสมอ จะได้ไม่ป่วย!
    • โลชั่นกันยุง: ยุงบนเขาคือตำนานไม่แพ้หมอกนะแก! ทากันไว้ดีกว่ามานั่งเกาจนผิวลายนะจ๊ะ!
    • พาวเวอร์แบงค์: อย่างที่บอกไป! สำคัญกว่าบัตรประชาชนคือแบตกล้องและแบตมือถือ! แกต้องถ่ายรูปเยอะแน่ๆ ชาร์จให้เต็มและพกพาวเวอร์แบงค์ไปเยอะๆ!
    • จองที่พักล่วงหน้า: โดยเฉพาะถ้าไปช่วงวันหยุดยาวนะแก! ที่พักคือเต็มเร็วมาก! ไม่อยากเป็นคนไร้บ้านกลางเขาค้อ จองล่วงหน้าไปเลย!

เป็นไงล่ะแก! เขาค้อที่ฉันเล่ามาให้ฟังวันนี้คือมันไม่ได้มีแค่หมอกกับวิวสวยๆ นะแก แต่มันคือการเดินทางที่ให้เราได้พักใจ ได้พักกาย ได้หนีจากความวุ่นวายในชีวิตจริงมาอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่โคตรจะจึ้ง! ฉันประทับใจมากจริงๆ กับความสวยงามของธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์ และความสงบที่หาได้ยากในเมืองกรุง มันเป็นทริปที่เติมพลังให้ฉันพร้อมกลับไปสู้รบกับทุกสิ่งอย่างในชีวิตได้อย่างเต็มที่! ใครที่กำลังเหนื่อย ท้อ หรือแค่เบื่อๆ อยากหาที่ไปฟาดคอนเทนต์สวยๆ ให้เพื่อนๆ อิจฉา ฉันขอป้ายยาเลยว่า "เขาค้อ" คือคำตอบ! ไม่ผิดหวังแน่นอน เชื่อ "ตัวแม่" คนนี้ได้เลยแก! จัดกระเป๋าแล้วไปกันเลย!

#เขาค้อ #เที่ยวเพชรบูรณ์ #เที่ยวเขา #ภาคเหนือ



admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads