เอาล่ะค่ะทุกคน! วันนี้ตัวแม่สายเที่ยวจริงจัง ฝีปากกล้าอย่างอิชั้น ก็ได้เวลาออกเดินทางพาทุกคนไปตะลอนทัวร์กันอีกแล้ว! รอบนี้ขอบอกเลยว่าท้าทายสุดๆ เพราะปลายทางของเราคือ จังหวัดพิษณุโลก ดินแดนแห่งความร้อนระอุระดับ 40 องศาเซลเซียส เหมือนยกเตาอบมาไว้กลางแจ้ง! ถามว่ากลัวไหม? กลัว! แต่ในฐานะบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวที่ต้องแบกความหวังของมหาชนชาวโซเชียล การจะมาหวั่นไหวแค่กับแสงแดดเมืองไทยมันเป็นไปไม่ได้ค่ะ! ทริปนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่มาเที่ยว แต่คือการเอาชีวิตรอดจากรังสี UV ที่พร้อมจะเผาผิวให้ไหม้เกรียมเป็นหมูกรอบได้ทุกเมื่อ! อิชั้นต้องเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งครีมกันแดด SPF 1000 PA++++ (เกินจริงไปนิดแต่ใจมันฟู), หมวกปีกกว้างระดับฮูลาฮูป, แว่นกันแดดทรงตัวแม่, และที่ขาดไม่ได้คือน้ำแข็งไสกับน้ำอัดลมเต็มกระติก คือทุกย่างก้าวคือการต่อสู้กับอากาศที่ร้อนปรอทแตกจริงๆ ค่ะคุณน้า! แต่ก็นะ ความสวยงามมันรออยู่ ใครจะไปยอมแพ้ง่ายๆ ล่ะคะ! อดทนไว้ก่อน เพราะภาพสวยๆ ยอดไลก์พุ่งๆ มันหอมหวานกว่าความร้อนระอุพันเท่า!
และแล้วก็มาถึงจุดหมายปลายทางแรกของเราที่พิษณุโลกค่ะทุกคน นั่นก็คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ "วัดใหญ่" นั่นเองค่ะ! สารภาพตามตรงตอนแรกที่ได้ยินชื่อวัดใหญ่ ก็แอบคิดในใจว่า “เอิ่ม... วัดอ่ะเนอะ ก็คงมีแต่พระพุทธรูปสวยๆ ให้กราบไหว้ไหว้พระขอพรตามประสาคนสวยใจบุญแหละมั้ง” คือภาพในหัวคือความสงบ ความขลัง ความเป็นสิริมงคล แต่ใดๆ คือไม่คิดว่ามันจะปังได้เบอร์นี้! พอได้ก้าวเท้าผ่านซุ้มประตูเข้าไปเท่านั้นแหละค่ะแก!! คืออารมณ์แบบ “อ้าว! เฮ้ย! นี่มันไม่ใช่วัดธรรมดานี่หว่า!” คือตัวอาคารคืออลังการงานสร้าง สถาปัตยกรรมคือละเอียดละออวิจิตรบรรจงจนต้องร้องว้าวตั้งแต่หน้าประตูวัด! แล้วยิ่งแดดตอนเที่ยงๆ ที่พิษณุโลกมันสาดส่องลงมานะ คือทองอร่ามไปหมด! ถ่ายรูปมุมไหนก็คือปังไม่ไหว! จากที่จะมาเดินไหว้พระแบบสงบๆ กลายเป็นว่าหามุมถ่ายรูปเพลินจนลืมไปเลยว่าร้อน! (อันนี้พูดจริง ไม่ได้โม้ แค่เหงื่อไหลเป็นทางเหมือนอาบน้ำแค่นั้นเองค่ะ! ซับๆ ไปก่อน!) วันนี้อิชั้นเลยจะมาเปิดพิกัดแบบละเอียดทุกซอกทุกมุมให้ทุกคนได้ตามรอยกันค่ะ เตรียมชุด เตรียมพร็อพให้พร้อม แล้วมาดูกันว่าวัดใหญ่มันจะปังแค่ไหน!
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
มาถึงวัดใหญ่ทั้งที จะให้เดินผ่านไปเฉยๆ โดยที่ไม่ได้รูปสวยๆ กลับไปลงโซเชียลก็คือบาปมหันต์ค่ะ! อิชั้นผู้เป็นตัวแม่ด้านการสร้างคอนเทนต์ ขอเปิดกรุพิกัดลับและเทคนิคการโพสท่าให้ยอดไลก์พุ่งกระฉูดจนเพื่อนต้องถามว่า “ไปถ่ายที่ไหนมา?! ทำไมปังเบอร์นี้?!” มาดูกันเลยค่ะ
1. ซุ้มประตูทางเข้าวัดใหญ่ & พลังแห่งความอลังการ
เริ่มกันที่หน้าประตูทางเข้าวัดเลยค่ะทุกคน! อย่าเพิ่งรีบเดินเข้าไปข้างในนะ! จุดนี้คือซิกเนเจอร์ที่บ่งบอกว่า “ฉันมาถึงพิษณุโลกแล้วนะแก!” ตัวซุ้มประตูใหญ่โต อลังการ มีสถาปัตยกรรมแบบไทยที่วิจิตรบรรจงมาก คือมองปุ๊บก็รู้เลยว่านี่ไม่ใช่ของเล่น! เทคนิคการโพส: ให้ยืนกลางซุ้มประตูเลยค่ะ โพสแบบทรงพลังนิดนึง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มือเท้าเอวเบาๆ หรืออาจจะทำเป็นเดินก้าวเท้าเข้ามาแบบสับๆ แล้วหันกลับมามองกล้องแบบเผลอๆ ก็ได้ค่ะ! ฟีลแบบ “ตัวแม่กำลังก้าวเข้าสู่ความปัง” หรือจะเดินหันหลังให้กล้องแล้วมองขึ้นไปบนยอดซุ้มประตูเหมือนกำลังชื่นชมความงามก็ได้อารมณ์ขลังๆ ดีค่ะ! มุมกล้อง: ให้ตากล้องยืนห่างออกไปหน่อยแล้วถ่ายย้อนขึ้นมา (Low Angle) เพื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่ของซุ้มประตู ตัดกับท้องฟ้าด้านบน จะทำให้เราดูสูงเพรียวและซุ้มประตูก็จะดูอลังการขึ้นอีกสิบเท่า! ช่วงเวลา: แนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่ที่แสงยังไม่แรงมาก หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ที่แสงเริ่มคล้อยต่ำลง จะได้แสงทองๆ สวยมาก! ถ้ามาตอนเที่ยง เตรียมใจรับแดดแรงๆ และเงาที่อาจจะทำให้ภาพมืดได้ค่ะ แต่ถ้าแต่งตัวดีๆ ก็ยังรอด! สไตล์การแต่งตัว: แนะนำชุดเดรสยาวพลิ้วๆ สีขาว สีครีม หรือสีเอิร์ธโทน จะขับให้เราดูโดดเด่นตัดกับสีแดงทองของซุ้มประตูได้ดีมากค่ะ! หรือถ้าอยากได้ลุคสาวมั่น ก็จัดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงผ้าขายาวคลุมรองเท้าไปเลยค่ะ เก๋ๆ ชิคๆ แถมกันแดดได้ด้วย!
2. บริเวณรอบพระวิหารหลวง & ลวดลายวิจิตรศิลป์ที่ต้องซูม
เดินผ่านซุ้มประตูมาแล้ว ก็จะเจอกับ พระวิหารหลวง ที่ประดิษฐานองค์พระพุทธชินราชอยู่ค่ะ! แต่ก่อนจะเข้าไปไหว้พระ ขอแวะเก็บรูปด้านนอกวิหารก่อนนะคะทุกคน! ตัวอาคารพระวิหารหลวงคือละเอียดละออแบบขั้นสุด มีลวดลายปูนปั้น ประดับกระจก และประติมากรรมต่างๆ ที่ละเอียดตามาก! คือเดินไปมองไปจะเห็นดีเทลที่ไม่ซ้ำกันเลย! เทคนิคการโพส: มุมนี้เหมาะกับการถ่ายแบบ Close-up หรือ Mid-shot ให้เห็นลวดลายอันวิจิตรของตัวอาคารข้างหลังเราค่ะ ลองโพสท่าแบบเผลอๆ ทำเป็นกำลังเดินชมความงาม แหงนหน้ามองเพดาน ทำท่าพนมมือ หรือเอามือแตะผนังเบาๆ (แต่ระวังอย่าไปโดนของเสียหายนะ!) หรือจะใช้มุมจากด้านข้างวิหารที่เห็นหลังคาลดหลั่นกันลงมาก็สวยมากค่ะ! มุมกล้อง: ตากล้องควรโฟกัสที่ตัวเราเป็นหลัก แต่ให้ฉากหลังเบลอหน่อยๆ เพื่อขับให้ลวดลายของวิหารเด่นขึ้นมา หรือจะถ่ายแบบเจาะดีเทลที่ผนังแล้วมีเรายืนหันหลังอยู่ในเฟรมเล็กๆ ก็ได้ค่ะ ดูมีความมินิมอลแต่ก็แฝงไปด้วยความขลัง ช่วงเวลา: ช่วงเช้าตรู่ที่คนยังไม่เยอะมาก จะได้ภาพที่โล่งและแสงธรรมชาติสวยงาม หรือช่วงเย็นๆ แสงจะนุ่มนวลและโทนอบอุ่น ถ่ายออกมาแล้วผิวจะผ่องมากค่ะ! สไตล์การแต่งตัว: เสื้อผ้าที่เรียบๆ สีพื้นๆ จะทำให้ลวดลายของวิหารด้านหลังดูเด่นขึ้นค่ะ เช่น เสื้อผ้าสีขาว สีเบจ สีเทา หรือชุดไทยแบบประยุกต์ก็คือเข้ากันมาก! แต่ถ้าใครอยากเป็นจุดเด่น ก็จัดชุดสีสดใสไปเลยค่ะ ตัดกับทองอร่ามของวัด รับรองเกิด!
3. รอบระเบียงคดและเจดีย์ทรงลังกา & ความสงบที่ซ่อนอยู่
หลังจากชื่นชมความอลังการด้านหน้าแล้ว อย่าลืมเดินอ้อมไปด้านหลังหรือด้านข้างวิหารกันนะคะทุกคน! เพราะที่นั่นจะมี ระเบียงคด ที่รายล้อมด้วยพระพุทธรูปปางต่างๆ เรียงรายกันเป็นแถวยาว คือสวยงามและสงบมากค่ะ! และยังมี เจดีย์ทรงลังกา สีทองอร่าม ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังวิหารอีกด้วย! เทคนิคการโพส: สำหรับระเบียงคด ให้โพสท่าแบบนั่งลงบนพื้น (อย่างสุภาพและระมัดระวัง) โดยให้พระพุทธรูปด้านหลังเป็นแบ็กกราวด์สวยๆ มองเหม่อออกไปข้างนอกเหมือนกำลังครุ่นคิด หรือจะยืนพิงเสา มองกล้องแบบสบายๆ ก็ได้ค่ะ! ส่วนเจดีย์ทรงลังกา ก็จัดไปเลยค่ะท่าแหงนหน้ามองฟ้าแบบเผลอๆ หรือจะถ่ายย้อนขึ้นไปให้เห็นปลายยอดเจดีย์ ตัดกับท้องฟ้าก็ได้ความยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน! มุมกล้อง: สำหรับระเบียงคด ลองใช้เลนส์ Wide หน่อยๆ เพื่อเก็บภาพพระพุทธรูปที่เรียงรายไปให้ได้มากที่สุด จะได้ฟีลที่ดูขลังและมีเรื่องราว ส่วนเจดีย์ ลองใช้มุมสูงจากโดรน (ถ้ามีและได้รับอนุญาตนะ!) หรือมุมต่ำจากพื้นดิน เพื่อเน้นความสูงใหญ่ของเจดีย์ค่ะ! ช่วงเวลา: ช่วงไหนก็ได้เลยค่ะสำหรับโซนนี้ เพราะมีร่มเงาจากหลังคาระเบียงคดช่วยบดบังแสงแดดได้ดีมากค่ะ แต่ถ้าอยากได้แสงสวยๆ ก็ช่วงเช้าหรือเย็นเหมือนเดิมค่ะ สไตล์การแต่งตัว: แนะนำเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อย สุภาพ แต่ยังคงความเป็นตัวแม่ของเราได้ค่ะ อาจจะเป็นชุดผ้าไทยประยุกต์ ชุดเดรสยาว หรือกางเกงผ้าขายาวกับเสื้อแขนยาวสีอ่อนๆ เพราะเป็นโซนที่ค่อนข้างสงบและควรให้ความเคารพเป็นพิเศษค่ะ!
☕ พิกัดลับ ดับร้อน
หลังจากที่อิชั้นฟาดฟันกับแดดพิษณุโลกและโพสท่าจนเหงื่อท่วมตัว ได้รูปมาเป็นร้อยเป็นพันรูปจนเมมเต็มแล้ว สิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนี้ก็คือ! น้ำแข็ง! และคาเฟ่ชิลล์ๆ ที่จะช่วยกู้ชีพผิวไหม้เกรียมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง! โชคดีที่ข้างๆ วัดใหญ่ มีร้านลับๆ ที่เหมือนสวรรค์มาโปรด ชื่อว่า "ร้านกาแฟโบราณเจ๊จู" ค่ะคุณน้า! คือร้านนี้ไม่ได้อยู่ในลิสต์ที่หามาเลยนะ แต่เห็นป้ายแล้วรู้สึกว่า “เออ! มันต้องมีอะไรดีแน่ๆ” และก็ไม่ผิดหวังค่ะ! ร้านเป็นตึกแถวเก่าๆ ตกแต่งแบบคลาสสิก มีโต๊ะไม้ เก้าอี้เหล็กง่ายๆ บรรยากาศแบบย้อนยุคหน่อยๆ คือมองเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนหลุดไปในยุค 70s เลยค่ะ ที่สำคัญคือแอร์เย็นฉ่ำชื่นใจมาก! แค่ก้าวขาเข้าไปก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแล้ว!
เมนูเด็ดที่นี่ก็หนีไม่พ้น โอเลี้ยง และ ชาเย็น สไตล์โบราณค่ะ! อิชั้นก็จัดไปเลยค่ะโอเลี้ยงแก้วใหญ่ๆ หวานน้อยแต่เข้มข้นถึงใจ! รสชาติกาแฟคือหอมกรุ่น ไม่จืดชืด ไม่บาดคอ คือดีงามแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลยค่ะ! ได้จิบเข้าไปคำแรกนะ อื้อหืออออ... เหมือนได้รับพลังงานคืนมาเต็มเปี่ยม! ความร้อนที่สะสมมาทั้งวันคือระเหยหายไปหมด! ส่วนเพื่อนที่มาด้วยก็จัดชาเย็นไปค่ะ นางบอกว่าชาเย็นที่นี่คือหอมชามาก หวานมันกำลังดี ไม่เลี่ยน ไม่ต้องบอกว่าหวานน้อย เพราะรสชาติมันกลมกล่อมลงตัวอยู่แล้ว! คือดูดไปคำเดียวก็รู้เลยว่านี่แหละคือชาเย็นในตำนาน! นั่งพักขา ดูดโอเลี้ยงเย็นๆ ไปพลาง มองผู้คนเดินผ่านไปมาข้างนอกร้านไปพลาง คือมันฟินมากค่ะทุกคน! เป็นการปิดท้ายทริปวัดใหญ่ที่สมบูรณ์แบบสุดๆ! ใครมาวัดใหญ่แล้วไม่แวะร้านเจ๊จูนี่ถือว่ามาไม่ถึงนะ! ต้องมาลอง! มาซึมซับบรรยากาศเก่าๆ จิบเครื่องดื่มดับร้อน คือมันดีต่อใจมากจริงๆ ค่ะ!
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
สำหรับวัยรุ่นสายเที่ยวที่อยากจะตามรอยอิชั้นมาพิษณุโลกและมาวัดใหญ่ มีข้อมูลการเดินทางและทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากจะบอกต่อค่ะ เตรียมตัวให้พร้อม จะได้ไม่โป๊ะ!
การเดินทาง:
- รถยนต์ส่วนตัว: สะดวกที่สุดค่ะ! ปักหมุด Google Maps มาที่ "วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร" ได้เลย วัดใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ใจกลางเมืองพิษณุโลก หาง่ายมาก มีที่จอดรถรองรับเยอะพอสมควร แต่อาจจะต้องวนหานิดหน่อยถ้ามาช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวนะคะ
- รถไฟ: สำหรับสายชิลล์! นั่งรถไฟมาลงสถานีพิษณุโลกได้เลยค่ะ จากสถานีไปวัดใหญ่ไม่ไกลมาก จะเดินก็ได้ถ้าอากาศไม่ร้อนจัด (แต่ส่วนใหญ่จะร้อนค่ะแก!) หรือจะเรียกแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถตุ๊กตุ๊กก็สะดวก ราคาไม่แพงมากค่ะ
- รถบัส: ลงที่สถานีขนส่งพิษณุโลก จากนั้นต่อรถสองแถว รถตุ๊กตุ๊ก หรือ Grab เข้ามาที่วัดได้เลยค่ะ
- เครื่องบิน: ถ้ามาจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดไกลๆ การบินมาลงสนามบินพิษณุโลกก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ จากสนามบินมีรถแท็กซี่หรือรถเช่าบริการเข้าเมืองได้เลยค่ะ
ช่วงเวลาที่ควรไป:
- เช้าตรู่ (ประมาณ 7:00 - 9:00 น.): เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดค่ะ! แสงแดดยังไม่แรงมาก อากาศกำลังสบายๆ ที่สำคัญคือคนยังไม่เยอะมาก จะได้รูปที่โล่งๆ สบายตา ไม่ต้องติดนักท่องเที่ยวคนอื่นในเฟรมเยอะแยะ
- บ่ายแก่ๆ (ประมาณ 15:30 - 17:00 น.): เป็นอีกช่วงที่แสงสวยค่ะ แสงจะเริ่มเป็นสีทองๆ นุ่มนวล ถ่ายรูปออกมาแล้วผิวผ่องมาก แต่คนก็อาจจะเริ่มเยอะแล้วเหมือนกันนะคะ
- ห้ามไปช่วงเที่ยงเด็ดขาด!: อิชั้นขอเตือนด้วยชีวิต! นอกจากจะร้อนแบบนรกแตกแล้ว แดดยังจัดจนทำให้หน้ามืด ถ่ายรูปออกมาแล้วมีเงาตกทับมั่ง แสงจ้ามั่ง คือไม่ปัง! สู้ไปหาร้านกาแฟนั่งตากแอร์ดีกว่าค่ะ!
ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นสายเที่ยว:
- แต่งกายสุภาพ: อันนี้สำคัญมากนะคะทุกคน! ถึงแม้เราจะเป็นตัวแม่สายแฟชั่นแค่ไหน แต่มาวัดก็ต้องให้เกียรติสถานที่ค่ะ ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สุภาพ ไม่สั้นจนเกินไป ผู้หญิงควรงดเสื้อแขนกุด สายเดี่ยว เกาะอก และกางเกงขาสั้นเหนือเข่า ส่วนผู้ชายก็งดเสื้อกล้ามค่ะ ถ้าเผลอใส่มา ก็อาจจะต้องหาผ้าคลุมไหล่หรือผ้าถุงมานุ่งก่อนเข้าบริเวณวัด ซึ่งจะมีให้เช่าอยู่บริเวณด้านหน้าวัดค่ะ (แต่เอาจริงๆ คือเตรียมมาเองดีกว่าค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา!)
- กันแดดเท่านั้นคือผู้ชนะ!: อย่าประมาทแดดเมืองไทยค่ะ! ครีมกันแดด SPF สูงๆ หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด คือ Must-have item! ไม่งั้นกลับไปหน้าดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าแน่นอน!
- ดื่มน้ำเยอะๆ: ร้อนแค่ไหนก็ต้องจิบน้ำบ่อยๆ นะคะทุกคน! พกขวดน้ำติดตัวไว้ตลอดเวลา กันฮีทสโตรกค่ะ! เพราะอิชั้นเองก็เกือบจะเป็นลมกลางแดดมาแล้ว!
- รักษามารยาท: วัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรใช้เสียงเบาๆ ไม่วิ่งเล่นส่งเสียงดัง ไม่ขีดเขียนทำลายโบราณสถาน และห้ามปีนป่ายสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อถ่ายรูปนะคะ ถ่ายรูปสวยๆ แบบมีมารยาทดีกว่าค่ะ
- ระมัดระวังทรัพย์สิน: สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน มักจะมีมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่เสมอค่ะ ดูแลกระเป๋า โทรศัพท์มือถือ และของมีค่าอื่นๆ ให้ดีนะคะ อย่าเปิดโอกาสให้โจรค่ะ
บทสรุป
สรุปเลยนะคะทุกคน! วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) พิษณุโลก ไม่ได้มีแค่ความสงบ ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อพระพุทธชินราชให้เราได้มากราบไหว้ขอพรเพียงอย่างเดียว แต่วัดนี้คือแหล่งรวมความปังของสถาปัตยกรรมไทยที่โคตรอลังการ และเป็นพิกัดถ่ายรูปที่เรียกยอดไลก์ได้แบบรัวๆ เลยค่ะ! คือมาที่เดียวได้ทั้งบุญ ได้ทั้งรูปสวยๆ คุ้มค่ากับการเดินทางฝ่าแดดมาพิษณุโลกสุดๆ! ใครที่คิดว่าวัดมันน่าเบื่อ ไม่มีอะไร แค่มาไหว้พระแล้วกลับไป ขอบอกเลยว่าคิดผิดมหันต์ค่ะ! เพราะที่นี่มันซ่อนความพีคไว้เพียบ! แถมยังมีร้านกาแฟโบราณข้างๆ วัดให้ได้ไปดับร้อน เติมพลังอีก! เป็นทริปที่ลงตัวแบบสุดๆ! อิชั้นรับประกันความปัง ใครไม่มาถือว่าพลาดมากค่ะ!
#พระพุทธชินราช #เที่ยวพิษณุโลก #เที่ยวภาคเหนือ #เที่ยววัด #stylestravels #travelthailand