แกรรร! ก่อนอื่นเลยนะ ขออนุญาตกรี๊ดดดดให้กับอุณหภูมิประเทศไทยที่ฟาดหน้าแบบไม่ยั้ง ณ ตอนที่เท้าแตะจังหวัดพังงา! คือกะจะมาเที่ยวฟีลบิกินี่ตัวจิ๋ว ถ่ายรูปแซ่บ ๆ สรุปได้ใส่เสื้อแขนยาวขายาวกันแดดรัว ๆ จ้าแม่! (แต่ก็ยังแซ่บนะ ไม่หวั่น!) ทริปนี้บอกเลยว่าเป็นการเดินทางที่ท้าทายผิวสุด ๆ แต่ด้วยความเป็นตัวแม่ที่พร้อมฟาดทุกสภาวะอากาศ เราก็มุ่งหน้าสู่ อ่าวพังงา แบบไม่รอช้า เพราะได้ยินกิตติศัพท์มานานว่าที่นี่คือตำนาน คือของจริง คือสวรรค์ของคนชอบถ่ายรูป และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นไง!
การเดินทางเริ่มต้นจากสนามบินภูเก็ตนะ เพราะยังไงก็ใกล้สุด! พอลงเครื่องปุ๊บ สภาพคือพร้อมสู้แดดเมืองไทยไปเลยสิคะ! เช่ารถตู้พร้อมคนขับที่รู้เส้นทางแบบป้าข้างบ้าน รู้จักทุกตรอกซอกซอย คือดีงามมากแก ไม่ต้องมานั่งกูเกิ้ลแมพให้งง แถมคนขับใจดี เปิดเพลงฮิตติดหูตลอดทาง ไม่ต้องกลัวเงียบ! นั่งชมวิวสองข้างทางไปเรื่อย ๆ แอบเห็นสวนยางพาราเอย ป่าชายเลนเอย คือพังงานี่มันเขียวชอุ่มมากเว้ยแก แดดแรงเบอร์สิบแต่ต้นไม้ก็ยังสู้ชีวิต! ระหว่างทางก็จัดเต็มทั้งครีมกันแดด หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด และเสื้อคลุมกัน UV คือเตรียมตัวมาดีกว่านี้ก็คงต้องห่อตัวเองด้วยกระดาษฟอยล์แล้วอะ! แอบเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติบางคนคือมาแบบชิลล์ ๆ เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น ตัวเปล่าเล่าเปลือย ฉันนี่ได้แต่ถอนหายใจและภาวนาให้ผิวพวกเธอไม่ไหม้เกรียมกลับบ้านนะจ๊ะ สงสารผิวแทนนนน!
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
มาถึงไฮไลต์ของงาน! ที่นี่คือคอมโบเซ็ตของการถ่ายรูปเลยแก ไม่ว่ามุมไหนก็ปัง ก็จึ้ง ก็ยอดไลก์พุ่งกระฉูด ใครบอกมา เกาะตาปู แล้วได้รูปไม่สวย ฉันจะเดินไปตบปากด้วยพรอพแต่งรูปของฉันเลย! เตรียมชุดให้พร้อมนะเพื่อน เพราะนี่คือการฟาดฟันกับแดดและผู้คนเพื่อรูปที่ใช่!
-
1. ฟาดที่ "เกาะตาปู" แบบไม่ติดผู้! (ยากแต่ต้องทำ!)
มุมในตำนานที่ใครมาก็ต้องได้! คือตรงหน้า เกาะตาปู ที่เป็นแท่งหินปูนปักอยู่กลางทะเลนี่แหละแก๊! ความพีคคือมันสวยแบบตะโกนมาก ยิ่งถ้าแสงช่วงเช้าตรู่ที่แดดยังไม่เปรี้ยงมาก หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน คือแสงจะละมุนนัวมาก ฟิลเตอร์ไม่ต้อง! วิธีโพส: ทำเป็นเผลอ ๆ หันข้าง มองไปไกล ๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวัง หรือทำเป็นเดินแบบเบา ๆ จิกเท้าเข้าหากล้องนิดหน่อย หรือจะหันหลังแล้วชูสองนิ้วขึ้นฟ้าแบบ "ฉันมาถึงแล้วนะ!" ก็ได้หมด! แต่ต้องเน้นนะว่า "ห้าม" เดินไปใกล้เกาะตาปูเด็ดขาด เพราะเค้าห้ามขึ้นไปเหยียบ เดี๋ยวระบบนิเวศจะพัง ต้องถ่ายจากฝั่ง เกาะปันหยี (หรือเกาะใกล้ๆ) เท่านั้น! สไตล์การแต่งตัว: แนะนำชุดเดรสพลิ้ว ๆ สีสันสดใสตัดกับน้ำทะเลสีเขียวมรกต หรือจะเป็นชุดบิกินี่แซ่บ ๆ มีเสื้อคลุมบาง ๆ ก็เริ่ดไม่ไหว! แต่ถ้าอยากได้ฟิลล์สายแฟชั่นนิสต้าก็จัดชุดคูล ๆ โทนเอิร์ธโทนไปเลยจ้ะ แต่ใดๆ คือต้องมั่นใจ เพราะแดดมันแรงจนต้องทน!
-
2. มุมลับ ๆ บนถ้ำลอด (ถ้าได้ไปนะ)
ถ้าโชคดีและทัวร์พาไปพายเรือแคนูเข้าถ้ำลอดนะแก จุดนี้คือโคตรของโคตรจะเริ่ด! คือมันจะเป็นทางเข้าถ้ำเล็ก ๆ ที่มีหินงอกหินย้อยลงมาแบบอลังการงานสร้างอะ! แสงจะส่องลงมาเป็นลำ ๆ ผ่านรอยแยกของถ้ำ ซึ่งมันสร้างมิติให้รูปได้แบบสับมาก! วิธีโพส: นั่งบนเรือแคนูแล้วทำท่ากึ่งยืนกึ่งนั่ง ยื่นมือไปแตะน้ำทะเลเบา ๆ หรือเงยหน้าขึ้นไปมองแสงที่ส่องลงมาแบบเผลอ ๆ อินเนอร์คือ "ฉันคือนางเงือกที่หลุดมาจากเทพนิยาย" หรือจะถ่ายมุมเสยขึ้นไปเห็นหินย้อยกับท้องฟ้าที่ลอดเข้ามาเล็กน้อยก็สวยไม่แพ้กัน สไตล์การแต่งตัว: ชุดที่ใส่ตอนพายแคนูส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นอยู่แล้วใช่ปะ ก็ขอให้เป็นสีสันที่ตัดกับสีเขียวของน้ำทะเล เช่น เหลืองสด ส้มสด หรือแดงไปเลยจ้ะ จะได้ไม่กลืนกับธรรมชาติ ถ่ายออกมาแล้วโดดเด่นสะดุดตา รับรองได้ยอดไลก์แบบไม่ทันตั้งตัว!
-
3. เจาะลึก "เขาพิงกัน" ตึกพิงกันของจริง!
ไหนใครว่าตึกพิงกันมีแต่ที่กรุงเทพฯ! ที่พังงาก็มีนะจ๊ะ! เขาพิงกัน คือภูเขาหินปูนสองลูกที่พิงกันอยู่จริง ๆ แบบเหมือนมีใครเอาไปตั้งไว้ แถมข้างในยังมีถ้ำเล็ก ๆ ให้เดินเข้าไปถ่ายรูปได้อีกด้วยนะ! มุมนี้คือได้ฟิลล์ผจญภัยแบบกรุบกริบ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความปัง วิธีโพส: ยืนพิงกำแพงหินแบบชิค ๆ มองออกไปที่ทะเล หรือจะทำเป็นเดินเข้าไปสำรวจถ้ำแบบลึกลับน่าค้นหา หรือจะหันหลังให้กล้องแล้วเอามือเท้าเอวแบบตัวแม่ที่มาสำรวจโลกก็เริ่ด! สไตล์การแต่งตัว: ชุดที่ดูทะมัดทะแมงนิดนึงจะเหมาะกับมุมนี้มาก! อาจจะเป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อครอปเก๋ ๆ หรือจะเป็นเสื้อผ้าโทนธรรมชาติ เช่น เขียวขี้ม้า น้ำตาล ครีม เพื่อให้กลมกลืนกับบรรยากาศ แต่ก็ต้องมีจุดเด่นนะ ไม่งั้นจะดูเหมือนกลมกลืนจนหายไปกับธรรมชาติ!
☕ พิกัดลับ ดับร้อน
หลังจากที่ตากแดด ฟาดฟันกับมวลมหาประชาชน และโพสท่าจนขาแทบลากอยู่กลางทะเลอ่าวพังงามาทั้งวัน สภาพคือไม่เหลือแล้วแก! ผิวอาจจะไหม้เกรียมไปบ้าง แต่ใจยังสู้! สิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนั้นคือความเย็นชื่นใจที่จะมาช่วยปลอบประโลมจิตใจและร่างกายที่อ่อนล้า และใช่ค่ะ! ฉันไปเจอพิกัดลับที่เริ่ดไม่ไหว! มันคือร้านกาแฟโบราณเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ข้างวัดในเมืองพังงา (ขอไม่บอกชื่อวัดนะ เดี๋ยวคนไปเยอะแล้วจะเสียความเป็นพิกัดลับ!) บรรยากาศร้านคือโคตรจะคลาสสิก! เก้าอี้ไม้เก่า ๆ โต๊ะหินอ่อน พัดลมเพดานหมุนเอื่อย ๆ ที่ช่วยพัดความร้อนออกไปจากตัวฉันได้บ้าง พอเดินเข้าไปคือกลิ่นกาแฟโบราณหอมกรุ่นแบบเตะจมูกมาก! สั่งเลยค่ะ "โอเลี้ยง" หนึ่งแก้วใหญ่ ๆ หวานน้อยแต่ขอน้ำแข็งเยอะ ๆ และ "ชาเย็น" แบบเข้มข้นอีกหนึ่งแก้ว! โอเลี้ยงนี่คือที่สุด! รสชาติเข้มข้น หอมกาแฟคั่วแบบโบราณที่หาไม่ได้ตามร้านกาแฟอินดี้ในกรุงเทพฯ คือมันกลมกล่อม หวานกำลังดี เย็นชื่นใจจนตาตื่นเลยแก! ส่วนชาเย็นนี่ก็เด็ดไม่แพ้กัน! สีส้มนัว ๆ รสชาติชาเข้มข้น หอมนมสด ไม่หวานเลี่ยนเลยสักนิด คือดื่มเข้าไปแล้วความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันมันหายไปเลยนะ เหมือนได้ชาร์จแบตแบบเต็มร้อยอะ! นั่งพักชิลล์ ๆ ดื่มด่ำบรรยากาศเก่า ๆ มองผู้คนเดินผ่านไปมา คือมันฟินมากจนไม่อยากลุกเลยอะแก! แนะนำว่าใครมาพังงาแล้วอยากได้ฟิลล์สโลว์ไลฟ์แบบไม่เหมือนใคร ต้องลองแวะมาโดนร้านแนว ๆ นี้เลยนะ ได้รีเฟรชร่างกายก่อนกลับไปลุยต่อในวันพรุ่งนี้แน่นอน!
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
สำหรับเพื่อน ๆ วัยรุ่นสายลุยที่อยากตามรอยความปังนี้ มาดูกันว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง!
-
1. การเดินทาง:
เริ่มต้นที่สนามบินภูเก็ตง่ายสุดค่ะแก! เพราะพังงาอยู่ไม่ไกลจากภูเก็ตมากนัก พอลงเครื่องที่ สนามบินภูเก็ต ก็จะมีบริการรถตู้เช่าพร้อมคนขับ หรือรถแท็กซี่ไปส่งที่ท่าเรือแถบกระบี่หรือพังงาเองเลยก็ได้ (ท่าเรือส่วนใหญ่ที่ไปอ่าวพังงาก็เช่น ท่าเรือสุระกุล หรือท่าเรือดอนสัก แต่ส่วนใหญ่ทัวร์จะจัดการให้จากโรงแรมในพังงาหรือภูเก็ต) แนะนำให้จองแพ็กเกจทัวร์ One Day Trip ไปเลยจะสะดวกที่สุด เพราะเค้าจะดูแลเรื่องเรือหางยาวหรือเรือสปีดโบ๊ทที่จะพาเราไปชมเกาะตาปู ถ้ำลอด เขาพิงกัน และพาไปพายเรือแคนูตามจุดต่างๆ ด้วย คือนั่งสวย ๆ อย่างเดียวไม่ต้องคิดเยอะ! ราคาแล้วแต่แพ็กเกจและจำนวนคน แต่ถือว่าคุ้มนะแก ไม่ต้องมานั่งวางแผนเองให้ปวดหัว แค่เตรียมชุด เตรียมกล้อง เตรียมเมมให้พร้อมก็พอ!
-
2. ช่วงเวลาที่ควรไป:
ช่วงที่เริ่ดที่สุดคือปลายปีจนถึงต้นปีค่ะแก ประมาณพฤศจิกายนถึงเมษายนเนี่ย อากาศจะกำลังดี แดดจ้าแต่ฝนไม่ค่อยตก ทำให้เราได้รูปสวย ๆ น้ำทะเลใส ๆ แบบไม่มีกั๊ก! แต่ถ้าใครจะไปช่วงหน้าฝน (พฤษภาคม-ตุลาคม) ก็ไม่ใช่ว่าไม่สวยนะ อาจจะเจอฝนปรอย ๆ บ้าง แต่ก็ทำให้บรรยากาศดูเขียวชอุ่มชื่นใจไปอีกแบบ แต่อาจจะต้องเช็กพยากรณ์อากาศดี ๆ ก่อนไปจะได้ไม่เจอฝนตกหนักจนเที่ยวไม่สนุก และที่สำคัญคือช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว ผู้คนจะเยอะเป็นพิเศษ! ถ้าไม่อยากถ่ายรูปติดหัวคนเป็นร้อย แนะนำให้ไปช่วงวันธรรมดา หรือไปแต่เช้าตรู่ให้ได้เป็นกรุ๊ปแรก ๆ ของวัน ฟาดไปเลยค่ะรูปสวย ๆ แบบไม่มีใครมาเบียด!
-
3. ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นสายลุย:
แกรรร! สิ่งสำคัญที่สุดคือ "กันแดด" ค่ะ! เน้นย้ำเลยว่าต้องโบกแบบไม่ยั้ง! SPF 50 PA+++ คือพื้นฐาน ต้องเติมระหว่างวันด้วยนะจ๊ะ ไม่งั้นผิวจะไหม้เกรียมเป็นไก่ย่างห้าดาว! พกหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด และเสื้อคลุมแขนยาวไปด้วยคือช่วยได้เยอะมาก! เรื่องรองเท้าก็สำคัญนะ เลือกแบบที่เดินสะดวก ไม่ลื่น เพราะบางจุดอาจจะต้องเดินขึ้นลงบันได หรือบนพื้นหินที่เปียกได้ และที่สำคัญ พก Power Bank ไปให้พร้อม เพราะต้องถ่ายรูปเยอะมาก! แบตโทรศัพท์คือไหลเป็นน้ำแน่นอนจ้า! สุดท้ายเลยคือดูแลข้าวของมีค่าดี ๆ นะคะแก เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมาก อะไรก็เกิดขึ้นได้ ระวังโดนล้วงกระเป๋า หรือของหล่นหายลงทะเลไป แล้วจะมานั่งเสียใจทีหลังไม่คุ้มนะ!
เอาเป็นว่าอ่าวพังงา (โดยเฉพาะเกาะตาปู) นี่คือที่สุดของความปัง ใครยังไม่เคยมาถือว่าพลาดมาก! มันสวยจริง สวยแบบตะโกน สวยจนต้องบอกต่อ! ถึงแม้จะต้องฟาดฟันกับแดดและผู้คนไปบ้าง แต่บอกเลยว่ารูปที่ได้กลับมาคือคุ้มค่าทุกหยดเหงื่อ! เตรียมกล้อง เตรียมชุด เตรียมใจให้พร้อม แล้วมาฟาดกันที่พังงาเลยจ้า!
#อ่าวพังงา #เที่ยวพังงา #เที่ยวภาคใต้ #travelthailand #stylestravel