ทุกคนคะ! แกรู้ไหมว่าการตัดสินใจบินไปปัตตานีในเดือนกรกฎาคมเนี่ย มันคือการเอาชีวิตรอดที่แท้ทรู! อีเว้นต์หลักคือหลบแดดค่ะคุณน้าาาา! คือตอนแรกก็คิดว่า 'เหยแก! ปัตตานีมีอะไรวะ? มีแค่มัสยิดกลางป้ะ?' แต่แกเอ๊ยยยยยยย! พอก้าวเท้าลงจากสนามบินหาดใหญ่แล้วต่อรถตู้มาถึงปัตตานีเท่านั้นแหละ ชีวิตอิฉันก็เปลี่ยนไปตลอดกาล! แดดเมืองไทยคือของจริง! ไม่ใช่เล่นๆ ไม่ใช่แค่ผิวแทน แต่คือผิวไหม้เกรียม! คิดภาพออกป้ะ? นั่งรถตู้มาแบบกร้านแดดกร้านลม หน้าคือเยินยิ่งกว่าตูดลิง แต่ใจก็สู้ไง เพราะมาทั้งทีจะมาแค่บ่นไม่ได้ ตัวแม่จะแคร์เพื่อ! ระหว่างทางคือคิดในใจว่า นี่ฉันมาทำอะไรที่นี่วะเนี่ยะ? ทำไมไม่ไปทะเลสวยๆ นอนอาบแดดที่ภูเก็ต หรือไปชิลล์คาเฟ่ที่เชียงใหม่! แต่เอาจริงนะ พอรถตู้เลี้ยวเข้าเขตเมืองปัตตานี แล้วสายตาไปปะทะกับยอดโดมสีทองอร่ามที่สาดแสงสะท้อนกับท้องฟ้าสีครามจ้าๆ ของวันนั้นอ่ะนะ... กรี๊ดดด! คือมันอลังการงานสร้างจนต้องปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา แล้วคว้าแว่นกันแดดมาใส่แทบไม่ทัน! ภาพที่เห็นคือมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีที่สูงตระหง่านอยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่อง คือมันสวยแบบตะโกนว่า 'แก! นี่คือดูไบ! นี่คืออินเดีย! นี่คือความฝันของตัวแม่สายเดินทางที่ไม่ต้องมีเงินล้านก็มาได้!' มันสวยจริงจัง สวยแบบต้องปาดเหงื่อ ซับเมคอัพที่เริ่มละลาย แล้วตั้งใจว่าจะต้องได้รูปปังๆ กลับไปแน่นอน ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยผิวสีแทนเบอร์ไหนก็ตาม!
แต่ก่อนจะถึงความปัง เราก็ต้องผ่านด่านอรหันต์คือการเอาตัวรอดจากแดดไงคะ แกรู้ไหมว่าความร้อนมันทะลุทะลวงจนรู้สึกว่าผิวชั้นกำลังจะสุกเป็นหมูย่างวิเชียรบุรี! ระหว่างทางเดินจากจุดจอดรถไปที่มัสยิดนี่คือเกือบจะเป็นลมไปแล้วหลายรอบ แต่คือต้องสู้! ต้องยืนหยัด! ต้องไปให้ถึง! เพราะนี่คือภารกิจของบล็อกเกอร์สายจริงจังที่ต้องนำเสนอสิ่งดีๆ ให้ลูกเพจเห็น ว่าปัตตานีไม่ได้มีแค่ที่คนเคยได้ยิน แต่มีมุมที่สวยตะลึงจนต้องถอนหายใจออกมาเป็นคำว่า "ฮูววววว..." ยาวๆ ตอนแรกคิดว่ามาถึงแล้วคงได้รูปสวยๆ เลย แต่พอเห็นความใหญ่โตอลังการของตัวมัสยิดที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบอาหรับและอินเดียที่ได้รับอิทธิพลจากทัชมาฮาล ผสมผสานกับสไตล์ท้องถิ่นที่เรียบหรูแล้วเนี่ย ใจมันเต้นตึกตักเหมือนตอนเห็นผู้ชายหล่อๆ เลยแกเอ๊ย! คือทุกรายละเอียดมันดูประณีตไปหมด ตั้งแต่ซุ้มประตู โดมสีทองอร่าม ลวดลายฉลุประดับ ไปจนถึงสวนหย่อมที่จัดแต่งอย่างสวยงาม นี่แหละคือเหตุผลที่ต้องยอมทนแดด ทนร้อน และยอมให้ผิวเกรียมเพื่อมาเช็คอินที่นี่! บอกเลยว่าปัตตานีจึ้งไม่ไหว! ใครไม่มาถือว่าพลาดมาก!
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
เอาล่ะ! หลังจากเอาชีวิตรอดจากแดดมาได้แล้ว มาถึงไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือพิกัดถ่ายรูปยังไงให้ได้ยอดไลก์พุ่งกระฉูด จนเพื่อนต้องทักว่า “แกไปดูไบมาเหรอ!” บอกเลยว่ามัสยิดกลางปัตตานีเนี่ย เขามีมุมให้สับเยอะมาก! เตรียมชุดมาให้พร้อม แล้วมาฟังเคล็ดลับจากตัวแม่ได้เลยจ้ะ!
มุมที่ 1: หน้าซุ้มประตูใหญ่ อลังการงานสร้าง
มุมนี้คือมุมมหาชนที่ใครมาก็ต้องได้รูปกลับไป! แกเห็นประตูทางเข้าใหญ่ๆ ที่มีโดมสีเขียวอยู่ด้านบนไหมคะ นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นความปัง! แสงที่พีคที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ประมาณ 7-8 โมงเช้า หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ประมาณ 4-5 โมงเย็น แดดจะเริ่มเป็นสีทองนวลๆ ไม่ใช่แสงตรงๆ ที่ทำให้หน้าดำเป็นถ่าน แต่อย่างที่บอกไป แดดที่ปัตตานีมันไม่ปรานีใคร! ถ้าหลบแดดช่วงเช้าไม่ทัน ก็ต้องสู้กับแดดเปรี้ยงๆ ตอนกลางวันไปเลยจ้ะ! แต่เคล็ดลับคือให้หันหลังให้แดดนิดหน่อย เพื่อให้หน้าสว่าง หรือไม่ก็หามุมที่แสงตกกระทบเฉียงๆ แล้วใช้ร่มบังแดดให้คนถ่าย! สำหรับการโพสท์ท่า แนะนำให้โพสท์แบบเผลอๆ มองขึ้นไปบนฟ้าแบบกำลังชื่นชมสถาปัตยกรรม หรือจะเดินหันหลังให้กล้องแบบเก๋ๆ แขนเหยียดตรงออกไปเล็กน้อยเหมือนกำลังจะก้าวเข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์! อีกท่าที่ปังคือยืนตรงกลางประตู เปิดแขนออกกว้างเหมือนจะโอบกอดความอลังการของมัสยิด แล้วยืดตัวให้สุด ปลายเท้าจิกเล็กน้อย ให้ขาดูยาวเรียวไปถึงดาวอังคาร! ชุดที่แนะนำคือชุดที่สีตัดกับตัวมัสยิดสีขาว เช่น เดรสยาวพริ้วๆ สีแดงเบอร์กันดี สีน้ำเงินโคบอลต์ หรือถ้าอยากได้ลุคเรียบหรู ก็จัดชุดสีเบจ สีครีม หรือสีขาวไปเลย แล้วหาผ้าคลุมไหล่สีสันสดใสมาเป็นพร็อพ ก็คือปังไม่ไหว!
มุมที่ 2: ระเบียงโค้งซุ้มทางเดินสไตล์อาหรับ
พอผ่านประตูใหญ่เข้ามาแล้ว แกจะเห็นทางเดินที่มีเสาโค้งๆ ซ้อนกันเป็นแนวยาวใช่ไหมคะ? มุมนี้แหละคือ "จุดลับ" ที่จะทำให้รูปแกดูมีมิติและน่าค้นหา! มันให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในพระราชวังอาหรับอะไรทำนองนั้นเลย! ช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายมุมนี้คือช่วงแดดแรงๆ กลางวันนี่แหละ เพราะเงาของซุ้มประตูจะตกกระทบลงบนพื้นและผนัง ทำให้เกิดแพทเทิร์นแสงและเงาที่สวยมาก! แสงเงาเหล่านี้แหละที่จะทำให้รูปแกดูมีเลเยอร์ ไม่แบนราบ! การโพสท์ท่า แนะนำให้เดินทอดน่องแบบช้าๆ แล้วให้คนถ่ายกดรัวๆ แบบแคนดิด จับจังหวะที่เท้ากำลังก้าว ใบหน้าหันไปมองไกลๆ เหมือนกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องสำคัญ (แต่จริงๆ คิดว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี) หรือจะลองยืนพิงเสาโค้งแล้วเอามือเท้าคาง ทำหน้าเหงาๆ แต่ดูแพง! หรือจะถ่ายแบบ Perspective Shot ให้เห็นซุ้มประตูเรียงยาวไปจนสุดทาง ก็คือดึงดูดสายตาคนดูได้ดีสุดๆ! แนะนำให้ใส่ชุดที่ดูเรียบง่ายแต่มีดีเทล เช่น ชุดเดรสผ้าลินินสีขาวสะอาดตา หรือชุดเซ็ตเสื้อกับกางเกงผ้าพลิ้วๆ สีเอิร์ธโทน เพื่อให้กลมกลืนกับสถาปัตยกรรม แต่ยังคงความชิคและดูแพงอยู่เสมอ! อย่าลืมใส่แว่นกันแดดทรง Cat Eye เพื่อเพิ่มความเฉี่ยวให้ลุคด้วยนะจ๊ะ!
มุมที่ 3: ภายในลานกว้างและรายละเอียดโดมทอง
หลังจากถ่ายมุมด้านนอกกันจนหนำใจแล้ว (และเหงื่อท่วมตัว) ก็มาที่ลานกว้างด้านในของมัสยิดกันบ้างค่ะ ถ้าช่วงที่แกไปมีการเปิดให้เข้าชมด้านในอาคารหลัก ก็เข้าไปชมความสวยงามของภายในได้เลย (แต่ต้องแต่งกายสุภาพมากๆ นะคะ ทั้งหญิงและชาย) แต่ถ้าไม่ได้เข้าชม การถ่ายรูปที่ลานกว้างด้านนอกก็ปังไม่แพ้กัน! มุมนี้เราจะเน้นความอลังการของโดมทองคำที่ทอประกายระยิบระยับยามโดนแสงอาทิตย์! ลองหามุมแหงนหน้าถ่ายขึ้นไปบนโดมให้เห็นรายละเอียดของลวดลายและท้องฟ้าสีครามเป็นฉากหลัง จะได้รูปที่ดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามมาก! การโพสท์ท่า แนะนำให้ยืนกลางลาน กางแขนออกเล็กน้อยเหมือนกำลังรับพลังงานดีๆ จากสถานที่ หรือจะนั่งยองๆ ลงไปบนพื้น (ถ้าพื้นสะอาดนะแก!) แล้วเงยหน้ามองขึ้นไปบนโดม ปล่อยให้แสงตกกระทบใบหน้าเบาๆ ฟีลแบบกำลังสงบจิตสงบใจ แต่ดูแพง! อีกทีก็นั่งหันหลังให้โดมทอง แล้วให้คนถ่ายซูมถ่ายครึ่งตัว ให้เห็นแค่ช่วงไหล่และโดมอยู่ด้านบน สื่อถึงความสงบและอลังการพร้อมกัน! ชุดที่แนะนำสำหรับมุมนี้คือชุดที่สุภาพมิดชิด แต่ยังคงความแฟชั่น เช่น ชุดเดรสยาวคลุมเข่าแขนยาว หรือกางเกงขายาวกับเสื้อแขนยาว ผ้าคลุมผมสำหรับผู้หญิงก็เป็นพร็อพที่สวยงามและเหมาะสมมากๆ ค่ะ ให้เลือกผ้าคลุมผมสีพื้นๆ อย่างสีขาว ครีม หรือเบจ ก็จะยิ่งทำให้ลุคดูสง่างามและมีสไตล์ขึ้นไปอีก!
☕ พิกัดลับ ดับร้อน
หลังจากสับขาถ่ายรูปจนขาลากและเมคอัพเริ่มเยิ้มแล้วเนี่ย (ไม่ต้องห่วงค่ะทุกคนเป็นเหมือนกัน!) สิ่งที่เราต้องการที่สุดในตอนนี้คือ "ความเย็น" และ "ความสดชื่น" ใช่ไหมคะ?! ไม่ต้องไปไกลเลยค่ะ! พอออกมาจากมัสยิดกลางปัตตานีนะ เดินเลี้ยวซ้ายมาหน่อย จะมีร้านกาแฟโบราณเล็กๆ ตั้งอยู่ข้างทาง บรรยากาศอาจจะไม่ได้หรูหราเหมือนคาเฟ่ดังๆ แต่บอกเลยว่านี่แหละคือพิกัดลับที่แท้ทรู! ก้าวเข้าไปปุ๊บ กลิ่นหอมของกาแฟโบราณคั่วใหม่ๆ ก็แตะจมูกทันที! อื้อหืออออ... ฟีลมันได้! คุณป้าเจ้าของร้านน่ารักมาก ยิ้มแย้มต้อนรับ แถมยังชวนคุยอย่างเป็นกันเองอีกด้วยนะ!
สิ่งที่เราสั่งไปดับร้อนคือกาแฟโบราณ "โอเลี้ยง" กับ "ชาเย็น" ค่ะแก! โอเลี้ยงของที่นี่คือโคตรเด็ด! รสชาติเข้มข้น หอมกรุ่นกาแฟคั่วแบบไทยๆ ไม่หวานโดด แต่กลมกล่อมลงตัวสุดๆ ดื่มไปคำแรกนะ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันกับแดดที่แผดเผาเมื่อกี้คือหายเป็นปลิดทิ้ง! มันคือความฟินระดับ 1000%! น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบที่ค่อยๆ ละลายในปากคือสวรรค์บนดินชัดๆ! ส่วนชาเย็นของที่นี่ก็ไม่น้อยหน้าค่ะคุณ! สีส้มสวยงามแบบออร์แกนิก ไม่ใช่สีส้มแบบเคมีสังเคราะห์! รสชาติชาเข้มข้น หอมมันนมสดแบบละมุนลิ้น หวานกำลังดี ไม่หวานจนแสบคอ แต่ก็ไม่จืดจนไร้อารมณ์! ดูดไปคำแรกคืออยากจะกรี๊ดออกมาให้โลกได้รับรู้ว่า "นี่แหละ! ชาเย็นในฝัน!" บรรยากาศร้านก็เป็นกันเองสุดๆ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้เก่าๆ ไม่กี่ตัว มีพัดลมเป่าเย็นฉ่ำ เสียงพูดคุยของคนท้องถิ่นที่เข้ามาอุดหนุน กลิ่นอายของวิถีชีวิตแบบปัตตานีแท้ๆ คือมันดีต่อใจมากแก! ได้นั่งพักดื่มเครื่องดื่มอร่อยๆ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายแบบนี้หลังจากตะลอนมาทั้งวันนี่คือสุดยอดของการพักผ่อนจริงๆ ค่ะ บอกเลยว่าใครมามัสยิดกลางปัตตานีแล้วไม่แวะร้านกาแฟโบราณข้างทางนี่คือพลาดมากนะ! ต้องมาลองเองแล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง!
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
เอาล่ะค่ะทุกคน สำหรับใครที่อยากตามรอยตัวแม่มาสัมผัสความอลังการของมัสยิดกลางปัตตานีบ้างเนี่ย ฟังทางนี้ให้ดีๆ นะคะ! การเดินทางมาปัตตานีอาจจะไม่ได้สะดวกสบายเท่ากรุงเทพฯ หรือเมืองท่องเที่ยวหลักๆ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของวัยรุ่นสายลุยอย่างเราแน่นอนค่ะ
วิธีการเดินทาง:
- เครื่องบิน: วิธีที่สะดวกที่สุดคือบินมาลงที่ สนามบินหาดใหญ่ (Hatyai International Airport - HIA) จังหวัดสงขลา ค่ะ จากนั้นก็ต่อรถตู้โดยสารสาธารณะจากสนามบินมาที่สถานีขนส่งปัตตานี หรือจะเช่ารถยนต์ขับเองมาก็ได้ ใช้เวลาเดินทางจากหาดใหญ่มาปัตตานีประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง (แล้วแต่ความเร็วคนขับ) ราคาค่ารถตู้ก็ประมาณ 100-150 บาทต่อคน บอกคนขับได้เลยว่าลงที่ตลาดเทศบาลปัตตานี แล้วค่อยต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือรถตุ๊กๆ ไปมัสยิดอีกที
- รถไฟ: ถ้าเป็นสายชิลล์ ชอบชมวิวข้างทาง ก็สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานีปัตตานีได้เลยค่ะ แต่ใช้เวลานานหน่อย เหมาะสำหรับคนที่อยาก Slow Life จริงๆ
- รถโดยสารประจำทาง: มีรถทัวร์จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ กรุงเทพฯ มาลงที่สถานีขนส่งปัตตานีโดยตรง แต่ก็ใช้เวลาเดินทางนานมากๆ ค่ะ ประมาณ 12-14 ชั่วโมง ใครที่งบน้อย เวลาน้อย (หรือกลัวเมคอัพเยิ้มระหว่างทาง) แนะนำเครื่องบินจะสะดวกกว่าค่ะ
ช่วงเวลาที่ควรไป:
ขีดเส้นใต้หนาๆ เลยว่า “เช้าตรู่” หรือ “ช่วงบ่ายแก่ๆ” คือคำตอบที่ดีที่สุด!
- เช้าตรู่ (ประมาณ 06:00 - 08:00 น.): แสงกำลังสวยมากค่ะคุณ! แดดไม่แรงมาก ถ่ายรูปออกมาผิวจะดูผ่องเป็นยองใย แถมคนยังน้อย ได้รูปปังๆ แบบไม่มีใครมาบังเฟรมแน่นอน!
- บ่ายแก่ๆ (ประมาณ 16:00 - 18:00 น.): ช่วง Golden Hour ที่ทุกคนรัก! แสงจะออกสีทองนวลๆ ทำให้มัสยิดดูมีมิติ สวยงามราวกับภาพวาด แถมอากาศก็เริ่มเย็นลงมานิดหน่อยพอให้หายใจได้สะดวกขึ้น
ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นสายเที่ยว:
- การแต่งกาย: อันนี้สำคัญที่สุดค่ะ! มัสยิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เราต้องให้ความเคารพนะคะ ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ควรแต่งกายให้สุภาพมิดชิด ผู้หญิงควรใส่เสื้อแขนยาว กางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า ห้ามใส่เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้นเด็ดขาด! แนะนำให้พกผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่ๆ หรือผ้าคลุมผมไปด้วย เผื่อกรณีที่ชุดไม่พร้อม ก็ยังสามารถใช้ผ้าคลุมช่วยได้ค่ะ ผู้ชายก็ควรใส่กางเกงขายาว เสื้อมีแขน ไม่ใส่เสื้อกล้ามนะคะ
- การถอดรองเท้า: ก่อนจะเข้าไปในบริเวณตัวอาคารมัสยิด จะมีจุดให้ถอดรองเท้าค่ะ ควรใส่รองเท้าที่ถอดง่าย ไม่ใช่รองเท้าผ้าใบผูกเชือกที่ถอดทีต้องนั่งแงะ! แล้วก็ควรเก็บรองเท้าให้เป็นระเบียบ ไม่วางเกะกะขวางทาง
- ความเงียบสงบ: มัสยิดเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจ ควรสำรวมกาย วาจา ใจ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่วิ่งเล่น ไม่คุยโทรศัพท์เสียงดัง ควรปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ เพื่อไม่เป็นการรบกวนผู้อื่นที่กำลังทำละหมาด หรือทำกิจกรรมทางศาสนาอยู่นะคะ
- ความปลอดภัย: แม้ว่าปัตตานีจะไม่ได้มีข่าวดีๆ บ่อยนัก แต่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างมัสยิดกลางก็ค่อนข้างปลอดภัยค่ะ แต่ก็ควรระมัดระวังตัวอยู่เสมอ ไม่ไปในที่เปลี่ยว ไม่กลับดึกเกินไป และไม่แสดงทรัพย์สินมีค่าโจ่งแจ้งจนเกินไป เพื่อความสบายใจในการท่องเที่ยวของเราเองค่ะ
- เตรียมอุปกรณ์กันแดด: อย่างที่บอกไป แดดที่ปัตตานีคือของจริง! พกครีมกันแดด หมวก แว่นกันแดด ร่ม และน้ำดื่มขวดใหญ่ๆ ไปด้วย! ไม่งั้นอาจจะสุกเป็นปลาเผาได้ก่อนจะได้รูปสวยๆ นะคะ
โดยรวมแล้ว ปัตตานีเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ ค่ะ ใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวเดิมๆ ที่คนส่วนใหญ่ไปกัน ตัวแม่ขอแนะนำให้มาเยือนมัสยิดกลางปัตตานีเลยค่ะ รับรองว่าแกจะต้องประทับใจกับความสวยงาม ความสงบ และความอบอุ่นของผู้คนในท้องถิ่นแน่นอน มันคือสถาปัตยกรรมที่สวยอลังการงานสร้าง ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วเพื่อนต้องเข้าใจผิดว่าอยู่ดูไบ แต่แกไม่ต้องบินไปไกลขนาดนั้น! แค่ปัตตานีนี่แหละ สวยไม่แพ้กันเลยจ้า!
#มัสยิดกลางปัตตานี #เที่ยวปัตตานี #เที่ยวภาคใต้ #เที่ยว3จังหวัดภาคใต้ #ภาคใต้