พวกแกเอ๊ยยยย… ชีวิตบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวสายตัวแม่ตัวมารดาอย่างฉันนี่มันไม่ง่ายเลยนะเว้ย! โดยเฉพาะเมื่อต้องปะทะกับแดดประเทศไทยที่จ้าซะจนคิดว่าพระอาทิตย์มาอยู่บนหัวตรงๆ! ทริปนี้บอกเลยว่าเกือบตาย! แต่เพื่อคอนเทนต์ เพื่อยอดไลก์ เพื่อรูปสวยๆ ลงไอจี ฉันก็ต้องสู้ค่ะ! จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดมันก็คือการที่ฉันไถฟีดแล้วเจอรูปเกาะกระดาน ตรังนี่แหละแก๊ ภาพมันบาดตาบาดใจจนต้องกรี๊ดในใจสามร้อยแปดสิบรอบ มันสวยจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย คือแบบ…น้ำใสจนเห็นปลาว่ายอวดหุ่นกันเลยทีเดียว ฉันเลยแบบ ‘ไม่ได้การละ! ต้องไปตำ!’ แต่คิดดูดีๆ นี่มันภาคใต้! ฤดูไหนก็ร้อนปรอทแตก! แต่ตัวแม่จะกลัวอะไรแค่ความร้อน! โนค่ะ! ดิฉันแพ็กกระเป๋าอย่างรวดเร็ว พร้อมชุดว่ายน้ำสิบแปดชุด (กันโป๊ะ กันหาย กันเปลี่ยนวันละสองรอบเอาคอนเทนต์) ครีมกันแดดอีกหนึ่งโหลใหญ่ๆ ราวกับจะเอาไปอาบแทนน้ำ เพราะรู้เลยว่าภารกิจนี้คือการเอาชีวิตรอดจากรังสียูวีขั้นสูงสุด! แดดเมืองไทยใครว่าเล่นๆ แกดูผิวฉันสิ นี่ก่อนไปคือบำรุงมาอย่างดี พอจบทริปปุ๊บก็คือได้ของแถมเป็นผิวสองสีแบบไม่ตั้งใจ… ร้องไห้แป๊บ!
กว่าจะไปถึงนะแก ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย! เริ่มจากการนั่งเครื่องบินไปลงตรัง ลงจากเครื่องปุ๊บ สัมผัสแรกที่กระทบผิวคือ “ลมร้อน” ค่ะ ไม่ใช่ลมเย็นสบายๆ เหมือนแอร์ในเครื่องบินนะ แต่มันคือลมร้อนเหมือนใครเอาไดร์เป่าผมมาเป่าใส่หน้า! สภาพคือผมเผ้าที่เซ็ตมาอย่างดีก็คือพังยับเยินตั้งแต่สนามบิน แต่ยังไงก็ต้องสู้ค่ะ! จากนั้นก็ต่อรถตู้เอย รถสองแถวเอย กว่าจะไปถึงท่าเรือปากเมงคือเกือบหมดสภาพ นี่ถ้าไม่ได้แว่นกันแดดอันใหญ่เบอร์สิบมาบังหน้าไว้ ฉันคงได้กลายร่างเป็นปลาทูแดดเดียวไปซะก่อน! แล้วพอนั่งเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะกระดานนะแก ลมทะเลตีหน้าแรงมากกกก! ผมก็คือพันกันเป็นรังนกไปแล้วจ้าาาา! แต่พอเรือเริ่มเข้าใกล้เกาะเท่านั้นแหละ ทุกความเหนื่อยล้า ทุกหยาดเหงื่อ (ที่ไหลเป็นทางเหมือนน้ำตกเอราวัณ) มันหายไปหมดเลยแก! ภาพที่เห็นตรงหน้าคือทะเลสีฟ้าครามใสแจ๋ว เหมือนเอาน้ำเปล่ามาเทลงทะเลอะ! แบบว่าสวยตะโกนนน! สวยจนอยากจะกระโดดลงไปตั้งแต่บนเรือ แต่ก็ต้องเก็บความตัวแม่ไว้ก่อน เพราะต้องเดินลงหาดสวยๆ ไงแก ใครจะไปกระโดดตู้มต้ามแบบไม่คิดชีวิต! ต้องมีสเต็ป ต้องมีจริต! สรุปคือรอดมาได้ด้วยแรงใจ และครีมกันแดด SPF 1,000,000 ค่ะ! เชื่อฉัน!
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
โอ๊ยยยย… มาถึงเกาะกระดานทั้งที ไม่ได้รูปกลับไปลงไอจีรัวๆ 3 เดือนนี่ถือว่าบาปมหันต์ค่ะ! ฉันบอกเลยว่าที่นี่คือสวรรค์ของสายคอนเทนต์แบบตัวแม่ตัวมารดา! ทุกมุมคือยอดไลก์พุ่งกระฉูด จนเพื่อนต้องทักมาถามว่า 'แกไปฟิลิปปินส์มาหรอ?' โนจ้ะ! เกาะกระดาน ตรังบ้านเรานี่แหละ! มาค่ะ ฉันจะเปิดวาร์ปพิกัดถ่ายรูปสับๆ ให้พวกแกไปตามรอย รับรองยอดไลก์ไม่ลด ยอดฟอลไม่หาย มีแต่เพิ่มพูน!
1. มุมหาดทรายขาวเม็ดละเอียด น้ำทะเลไล่เฉดสีฟ้าครามระดับ HD
แกดูสิ! หาดทรายที่นี่คือขาวละเอียดนุ่มเท้ามากกกก! เดินแล้วฟินเหมือนเดินบนพรมกำมะหยี่ ส่วนน้ำทะเลอะแก ใสแจ๋วราวกับแก้วคริสตัล! ไล่เฉดสีตั้งแต่ฟ้าอ่อนๆ ไปจนถึงน้ำเงินเข้ม เหมือนใครเอาสีมาหยดใส่ทะเลอะเริ่ด!
- ท่าโพสฟาดๆ:
- ท่าเผลอแต่ตั้งใจ: ทำเป็นเดินเล่นริมหาด ชายตาเล็กน้อยมองทะเล ยื่นมือไปแตะน้ำแบบเบาๆ แกล้งๆ จับผมที่โดนลมพัด (ทั้งที่เซ็ตมาอย่างดี) ให้เพื่อนถ่ายมุมเผลอๆ จากข้างหลัง หรือจากด้านข้าง ให้เห็นทั้งหุ่นเป๊ะปังและวิวโคตรสวย
- ท่านอนอาบแดดแบบเซเลบ: หาพร็อพมานิดหน่อย เช่น แว่นกันแดดอันใหญ่ หมวกปีกกว้างๆ นอนราบลงบนหาดทรายขาวๆ หันหน้าเข้าหาแดดนิดๆ (แต่ไม่ได้อาบจริงจังนะ เดี๋ยวผิวเสีย) ให้เพื่อนถ่ายมุมกดลงมา จะได้เห็นวิวทะเลด้านหลังตัดกับบิกินี่ตัวจิ๋วของเราคือปัง!
- ท่าเดินในน้ำแบบนางเงือกขึ้นจากทะเล: อันนี้ต้องฝึกหน่อย เดินทอดน่องในน้ำที่สูงระดับเข่า ให้ขาดูเรียวยาว จิกปลายเท้าเล็กน้อย เดินแบบมีจริต สะบัดผมเบาๆ ให้ดูเหมือนเพิ่งขึ้นจากทะเลมาใหม่ๆ พยายามเก็บจังหวะที่น้ำกระเซ็นเล็กน้อย ฟีลแบบนางเอกเอ็มวีเลยแก!
- แสงและเงา: ช่วงเช้าตรู่ประมาณ 7-8 โมงเช้า แสงจะนุ่มนวลกำลังดี ถ่ายแล้วผิวจะดูผ่องเป็นยองใย ไม่แสบตา หรือช่วงบ่ายแก่ๆ 4-5 โมงเย็น แสงสีทองจะทำให้รูปดูอบอุ่นและโรแมนติกขึ้นไปอีกนิด
- ชุดไปรเวท: บิกินี่สีสดใสจัดจ้านเบอร์แรง เช่น สีชมพูบานเย็น ส้มจี๊ด เขียวมิ้นท์ หรือสีนีออนไปเลยแก! มันจะตัดกับสีน้ำทะเลได้ดีมากๆ สวมหมวกปีกกว้าง ถือกระเป๋าหวาย สร้อยคอหอยอะไรประมาณนี้ คือคอมพลีทลุคตัวแม่ที่มาเที่ยวทะเล ไม่ใช่มานั่งสวดมนต์นะจ๊ะ
2. โลกใต้ทะเลที่สวยลืมหายใจ (เตรียมกล้องใต้น้ำให้พร้อม!)
เกาะกระดานเนี่ย เค้าขึ้นชื่อเรื่องปะการังและปลาใต้ทะเลที่สวยงามมากกกก! ฉันบอกเลยว่าถ้ามาแล้วไม่ลงไปดำน้ำตื้นนี่ถือว่ามาไม่ถึง! น้ำใสแบบ HD ก็จริง แต่ใต้น้ำคือยิ่งกว่า HD มันคือ 4K 8K ไปเลยแก!
- ท่าโพสฟาดๆ:
- ท่าสนอร์เกิลแบบสวยๆ: คือเวลาดำน้ำจริงๆ เราอาจจะหน้าตาไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ใช่ป่ะ? แต่เพื่อรูป! ต้องทำค่ะ! จิกกล้อง มองไปในน้ำ ทำเป็นสนใจปลา แต่จริงๆ คือโพส! ให้เพื่อนถ่ายจากด้านบนลงมา หรือถ้ามีกล้องใต้น้ำก็คือจัดไปเลยจ้า ใต้ทะเลก็ยังเป็นตัวแม่ได้!
- ท่าพริ้วไหวไปกับสายน้ำ: อันนี้ยากหน่อย ต้องฝึกกลั้นหายใจ แล้วทำตัวให้เบาที่สุด ให้ร่างกายพลิ้วไหวไปกับกระแสน้ำเล็กๆ น้อยๆ ชูแขนขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังเต้นบัลเลต์ใต้น้ำ ฟีลแบบนางเงือกแอเรียลตอนมีขาใหม่ๆ อะแก! แต่ระวังอย่าไปแตะปะการังนะ เดี๋ยวโดนด่า! และที่สำคัญต้องไม่ทำร้ายธรรมชาติด้วย!
- ท่าจิกกล้องกับน้องปลา: หาน้องปลาที่ชอบมาถ่ายรูปด้วย (แต่ห้ามให้อาหารปลานะจ๊ะ) ทำหน้าฟินๆ มองกล้อง หรือมองน้องปลาแบบเอ็นดู ให้ฟีลแบบเจ้าหญิงดิสนีย์ที่คุยกับสัตว์ได้
- แสงและเงา: ต้องเป็นวันที่แดดจ้ามากๆ! แสงแดดจะส่องลงมาในน้ำ ทำให้สีปะการังและปลามีสีสันสดใสขึ้นมาทันที ยิ่งแสงมาก ยิ่งเห็นชัด ยิ่งสวย
- ชุดไปรเวท: ชุดว่ายน้ำวันพีซแบบเรียบๆ แต่ขับผิว หรือทูพีซที่ใส่แล้วดูคล่องตัวเวลาดำน้ำ เลือกสีที่ตัดกับสีน้ำทะเลได้ดี จะเป็นสีดำ สีขาว สีแดงก่ำๆ คือเริ่ด! แล้วก็อย่าลืมครีมกันแดดแบบ Reef-Safe นะจ๊ะ สำคัญมากกก!
3. มุมสูงจากโขดหิน หรือบนเรือ มองเห็นวิวพาโนรามา
บางทีการยืนอยู่สูงๆ แล้วมองลงมามันก็ให้ฟีลอีกแบบนะแก! ฟีลแบบ “ฉันคือเจ้าหญิงแห่งท้องทะเล!” หรือ “โลกนี้เป็นของฉัน!” อะไรประมาณนั้นเลย
- ท่าโพสฟาดๆ:
- ท่ายืนหันหลังมองทะเลแบบมีสตอรี่: ยืนอยู่บนโขดหินที่ปลอดภัย (ย้ำว่าปลอดภัยนะแก อย่าหาทำอะไรเสี่ยงๆ) หรือบนเรือที่จอดนิ่งๆ หันหลังให้กล้อง มองออกไปในทะเลกว้างๆ ปล่อยผมพลิ้วไปตามลม เงยหน้าเล็กน้อย ให้เพื่อนถ่ายมุมกว้างๆ ให้เห็นทั้งตัวเราและวิวทะเลแบบสุดลูกหูลูกตา ฟีลแบบกำลังครุ่นคิดถึงความรัก หรือกำลังวางแผนยึดโลกอยู่!
- ท่านั่งริมเรือแบบเท่ๆ: นั่งห้อยขาลงไปในทะเล (ถ้าเรือจอดอยู่กับที่และน้ำใสปลอดภัยนะ) มือเท้าคางเล็กน้อย หรือเท้าแขนกับขอบเรือ ทำหน้าแบบอินดี้ๆ ไม่ต้องมองกล้องก็ได้ ให้ฟีลแบบผู้หญิงเท่ๆ ที่มาเที่ยวคนเดียว
- ท่ายืนยกแขนชูขึ้นฟ้าแบบมีความสุข: อันนี้คลาสสิก แต่ยังไงก็ปัง! ยืนยืดตัวให้สุด แขนสองข้างชูขึ้นฟ้า มองไปที่ขอบฟ้าแบบมีความสุข ให้ฟีลปลดปล่อยสุดๆ รูปนี้จะสื่อถึงความแฮปปี้ได้ดีมากๆ
- แสงและเงา: ช่วง Golden Hour คือช่วงที่ต้องจัดค่ะ! ประมาณ 5-6 โมงเย็น แสงอาทิตย์จะเริ่มอ่อนลง เปลี่ยนเป็นสีทองสวยๆ ถ่ายแล้วผิวจะดูออร่าจับ หรือจะถ่ายช่วงเที่ยงๆ ที่แดดเปรี้ยงๆ ก็ได้นะแก แสงแดดจะทำให้สีฟ้าของน้ำทะเลกับสีขาวของหาดทรายดูตัดกันคมชัดมาก เหมือนภาพในโปสการ์ดเลย!
- ชุดไปรเวท: ชุดเดรสยาวพริ้วๆ สีขาว หรือสีเอิร์ธโทน จะทำให้รูปดูซอฟต์ลง หรือจะใส่เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์คลุมบิกินี่แบบเท่ๆ ก็ได้ค่ะ ที่สำคัญคือพร็อพต้องมี! หมวกปีกกว้างๆ แว่นกันแดดอันใหญ่ๆ กระเป๋าสาน อะไรที่ดูเป็นสาวชาวเกาะแต่ก็ยังดูแฟชั่น! จัดไปเลยแก!
☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด
พอขึ้นจากทะเลมานะแก สภาพคือสวยแต่ตาย! ตัวเหนียวเหนอะหนะ ผมพันกันยุ่งเป็นป่าอเมซอน หน้าคือมันเยิ้มเพราะโดนทั้งแดดทั้งน้ำทะเล แต่จิตใจมันโหยหาอะไรเย็นๆ หวานๆ มาดับกระหาย! ก็เลยต้องออกตามล่าหาพิกัดดับร้อนตามสไตล์ตัวแม่ที่รักการกิน! เดินสำรวจแถวท่าเรือปากเมง (ก่อนจะนั่งเรือกลับฝั่งนะแก หรือจะแวะก่อนลงเรือไปเกาะก็ได้) ฉันไปเจอร้านกาแฟโบราณร้านนึงที่แบบ…คือที่สุด! ชื่อร้าน 'กาแฟป้าแต๋ว สูตรตำรับเมืองตรัง' คือแค่ชื่อก็กินขาดแล้วแก! ร้านอยู่ข้างๆ วัดอะไรสักอย่างนี่แหละ (ฉันจำชื่อวัดไม่ได้ ขออภัยในความชะล่าใจ แต่ร้านหาไม่ยากเชื่อสิ!)
ร้านเป็นห้องแถวไม้เก่าๆ หน่อยอะแก แต่มีความคลาสสิกมากกกก! เหมือนย้อนไปสมัยคุณแม่ยังสาว หน้าร้านมีถังน้ำแข็งใบใหญ่ๆ กับแก้วใส่น้ำแข็งเรียงราย พอเดินเข้าไปนะ กลิ่นกาแฟคั่วหอมฟุ้งแตะจมูกทันที ให้ฟีลแบบ 'ใช่เลย! นี่แหละคือสิ่งที่ฉันตามหา!' ป้าแต๋วเจ้าของร้านก็น่ารักมาก ถามอะไรก็ตอบหมด แกเล่าว่าสูตรกาแฟนี้เป็นของอากงอาม่าที่ส่งต่อกันมานานเป็นร้อยปี! โหแก! นี่มันตำนานเลยนะ!
ฉันไม่รอช้า จัดไปเลยค่ะ 'โอเลี้ยง' เข้มข้นหวานมันกับ 'ชาเย็น' แบบไทยๆ ป้าแต๋วชงแบบโบราณจริงๆ นะแก คือเทไปเทมา โชว์ลีลาเหมือนบาร์เทนเดอร์ แต่เป็นบาร์เทนเดอร์แบบไทยๆ ฟีลแม่มดปรุงยา! พอได้มาปุ๊บนะแก… ยกซด! โหยยยย! โอเลี้ยงคือนัวมากกก! เข้มข้นถึงใจ หอมกลิ่นกาแฟคั่วแบบไม่เกรงใจใคร ความหวานก็คือกำลังดี ไม่เลี่ยนบาดคอ กินแล้วตาตื่น สมองแล่นทันที ส่วนชาเย็นนี่ก็คือหอมกลิ่นชาไทยแบบออริจินัลมากๆ! หวานมันกลมกล่อม นมแน่นๆ ชงกับน้ำแข็งเกล็ดเล็กๆ ที่ป้าแกบดเอง คือฟินลืม! ดื่มไปคำแรกนะแก เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจที่ฟื้นคืนชีพจากความเหนื่อยล้าและแดดอันแผดเผาเมื่อกี้ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งพร้อมลุยต่อได้อีกสามร้อยเจ็ดสิบสองทริปเลยแก! บรรยากาศร้านก็คือชิลล์มาก นั่งดูคนเดินไปเดินมา เพลินๆ ฟังเสียงรถราวิ่งผ่านไปมา เป็นการพักผ่อนที่แตกต่างจากความวุ่นวายบนเกาะดีนะแก ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านจริงๆ คือต้องมาโดน! ต้องมาลองตำ! ถ้าพลาดถือว่าบาป!
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
เอาล่ะค่ะ! หลังจากที่ฉันสาดความปังของเกาะกระดานไปขนาดนี้แล้ว หลายคนคงคันไม้คันมืออยากจะตามรอยกันแล้วใช่ไหมล่ะ? มาค่ะ! ตัวแม่จะบอกทริคและข้อมูลการเดินทางแบบเจาะลึกที่ไม่มีในตำราเรียน ให้พวกแกไปเที่ยวกันแบบสบายๆ ไม่ต้องมานั่งเอ๋อว่า 'ไปทางไหนวะ?'
วิธีการเดินทางไปเกาะกระดาน (ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายามของตัวแม่!)
- เครื่องบิน: วิธีที่เร็วที่สุดก็คือบินตรงไปลง 'สนามบินตรัง' เลยจ้ะแก! มีหลายสายการบินให้เลือกสรร หาโปรดีๆ จองล่วงหน้านานๆ จะได้ราคาเริ่ดๆ หน่อยนะ
- จากสนามบินสู่ท่าเรือ: พอลงจากเครื่องปุ๊บ ก็มีรถตู้ของบริษัททัวร์ หรือรถแท็กซี่คอยให้บริการไป 'ท่าเรือปากเมง' ซึ่งเป็นท่าเรือหลักสำหรับการเดินทางไปเกาะกระดาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที - 1 ชั่วโมง ค่ารถก็แล้วแต่ว่าไปกี่คนนะแก ลองต่อรองราคาดู ถ้าไปกันหลายคนหารกันก็คุ้มอยู่
- จากท่าเรือสู่เกาะกระดาน: พอถึงท่าเรือปากเมงแล้ว ก็มีสองตัวเลือกหลักๆ คือ
- เรือหางยาว: อันนี้จะชิลล์หน่อย ราคาถูกกว่า เหมาะกับคนที่อยากชมวิวไปเรื่อยๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ข้อดีคือถ่ายรูปได้เยอะ แต่นั่งนานหน่อยนะแก บางทีก็แอบร้อน
- เรือสปีดโบ๊ท: อันนี้คือสายซิ่ง สายรีบ เหมาะกับคนเวลาน้อย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที - 1 ชั่วโมง ราคาจะสูงกว่าเรือหางยาว แต่ข้อดีคือเร็วทันใจ ไม่เสียเวลา (และผมอาจจะไม่ยุ่งมากเท่าเรือหางยาว) แนะนำให้จองล่วงหน้าไปเลยนะแก จะได้ไม่ต้องไปลุ้นหน้างาน
ช่วงเวลาที่ควรไป (เลือกให้ถูกนะแก ไม่งั้นได้เจอแต่ลมกับฝน!)
ช่วงเวลาที่เกาะกระดานสวยที่สุด ฟ้าใสที่สุด น้ำเป็นสีฟ้าครามใสแจ๋วที่สุดก็คือช่วง 'ฤดูแล้ง' ค่ะแก หรือก็คือประมาณเดือน 'พฤศจิกายน – เมษายน' ของทุกปี เพราะช่วงนี้ทะเลจะสงบ แดดจ้ากำลังดี (แต่ก็ต้องระวังแดดนะแก!) ท้องฟ้าก็คือเป็นใจให้ถ่ายรูปมากๆ ถ้าไปช่วงกรกฎาคม-ตุลาคม ก็อาจจะเจอฝนได้นะแก แล้วบางทีเกาะก็ปิด ต้องเช็กข้อมูลดีๆ ก่อนไปนะ!
ทริคควรรู้สำหรับวัยรุ่นสายเที่ยว (ตัวแม่ขอเตือน!)
- ครีมกันแดดคือชีวิต: อย่าได้ลืม! จัดไปเลย SPF 50+++ ขึ้นไป แบบที่กันน้ำได้ด้วย เพราะแกต้องลงน้ำ! ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง ไม่ต้องกลัวเปลือง ผิวสำคัญกว่า! เลือกแบบ Reef-Safe ด้วยนะแก ช่วยรักษาน้องปะการังด้วย
- หมวก แว่นกันแดด เสื้อคลุม: นี่คืออุปกรณ์จำเป็นในการเอาชีวิตรอดจากแดดเมืองไทย! เตรียมไปให้พร้อม ป้องกันแสงแดดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่งั้นได้ผิวแทนแบบไม่ตั้งใจนะจ๊ะ (แต่ถ้าใครอยากผิวแทนก็จัดไปเลย!)
- จองที่พัก/เรือล่วงหน้า: โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ที่พักบนเกาะมีไม่เยอะนะแก ต้องรีบจอง ไม่งั้นได้นอนเต็นท์ริมหาด (ซึ่งก็อาจจะดีไปอีกแบบ แต่นอนห้องแอร์สบายกว่าป่ะ?)
- พกเงินสดติดตัว: บางร้านบนเกาะอาจจะยังไม่รับโอน หรือสัญญาณไม่ดี พกเงินสดไปบ้างก็ดีนะแก เผื่อฉุกเฉิน
- เคารพธรรมชาติ: สำคัญมากกกก! ห้ามเหยียบปะการัง ห้ามให้อาหารปลา ห้ามทิ้งขยะลงทะเล เก็บขยะกลับมาทิ้งบนฝั่งด้วยนะแก เรามาเที่ยวแล้วก็ต้องช่วยกันดูแลบ้านของน้องปลา น้องปะการังด้วย! เป็นนักท่องเที่ยวสายกรีนแบบตัวแม่ตัวมารดาค่ะ!
- ยาประจำตัว: ถ้าใครมีโรคประจำตัวหรือแพ้อะไร พกยาไปด้วยนะแก บนเกาะอาจจะไม่มียาครบครันเหมือนในเมือง
แกเอ๊ยยยย… บอกเลยว่าทริปเกาะกระดาน ตรังในครั้งนี้คือที่สุดของที่สุด! มันไม่ใช่แค่การเที่ยวทะเล แต่มันคือการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความท้าทาย (เรื่องแดด เรื่องผมพัง) และความสุขแบบสุดขีด! ความสวยของน้ำทะเลที่นี่มันตราตรึงใจจนอยากจะย้ายมาอยู่เลยแก! ถึงแม้จะต้องสู้กับแดดเมืองไทยจนตัวดำ (แต่ใจยังสู้!) ผมยุ่งเป็นรังนกตลอดเวลา แต่ทุกหยาดเหงื่อที่เสียไปมันคุ้มค่ากับภาพสวยๆ และประสบการณ์ที่ได้กลับมาจริงๆ! ถ้าใครกำลังมองหาสวรรค์บนดินที่ยังคงความดิบความธรรมชาติอยู่บ้าง แต่ก็ยังถ่ายรูปออกมาได้ปังแบบสิบเต็มสิบ ไม่หัก! เกาะกระดานคือคำตอบค่ะ! รีบไปตำนะแก ก่อนที่ความลับนี้จะกลายเป็นความลับที่ทุกคนรู้หมด! แล้วฉันจะหาที่เที่ยวลับๆ ที่ไหนมาลงคอนเทนต์อีกเนี่ยยยย! ฮ่าๆๆๆ
#เกาะกระดาน #เที่ยวตรัง #เที่ยวภาคใต้ #เที่ยวทะเล