เกาะช้าง: ไปแล้วไม่เจอช้าง...แต่เจอความปังที่ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์!



กรี๊ดดดดด! แกเอ๊ยยยยยย! ฉันจะมาเม้าท์ทริปที่ผ่านมาแบบฉ่ำ ๆ สะบัด ๆ ให้ฟังแบบไม่มีกั๊ก ไม่มีจกตา เพราะฉันคือตัวแม่ตัวคลอดบุตรที่แท้ทรู ทริปนี้คือเกาะช้างจ้ะ จังหวัดตราดที่เค้าว่ากันว่าน้ำทะเลใสเริ่ด ป่าไม้เขียวขจี อะดิ! ฉันก็จัดเลยสิคะ ไม่รอช้า แพลนมาตั้งแต่เดือนที่แล้วว่าต้องไปฟาดไปเช็คอินให้ได้! ก่อนอื่นเลยคือภารกิจหฤหรรษ์กับการจัดกระเป๋า บอกเลยว่านี่คือการต่อสู้ที่แท้จริง! ชุดว่ายน้ำ 10 ชุด เสื้อคลุมอีก 5 เดรสพลิ้ว ๆ อีก 3 รองเท้าแตะแฟชั่นอีก 2 คู่ หมวกปีกกว้างที่ซื้อมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะอีก 1 ใบ เครื่องสำอางที่ต้องพร้อมฟาดแบบกันน้ำกันเหงื่อได้ 24 ชั่วโมงอีกหนึ่งกองพะเนิน ยัด ๆ ไปค่ะ ยัดจนกระเป๋าแทบปริ สภาพคือแบกบ้านไปเที่ยวอะแก คิดดู!

แล้วการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตราดก็คือการผจญภัยในแดนอเวจีของจริง! นั่งรถบัสไปยาว ๆ 6-7 ชั่วโมง ท่ามกลางแดดประเทศไทยที่แผดเผาชนิดที่ว่าผิวสองสีของฉันนี่แทบจะกลายเป็นสามสีได้เลย ณ จุดนั้น! กันแดดทาไปครึ่งหลอดแล้วก็ยังรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะละลายกลายเป็นแอ่งน้ำบนเบาะรถ หน้ามันเยิ้มยิ่งกว่ากระทะทอดไข่เจียว! แต่ฉันก็ยังสู้ชีวิตค่ะ สู้สุดใจขาดดิ้น เพราะเป้าหมายคือทะเล! เป้าหมายคือรูปปัง ๆ! พอถึงท่าเรือเฟอร์รี่เท่านั้นแหละ โล่งอกไปนิดนึง ได้สูดอากาศทะเล (ที่ผสมกับกลิ่นน้ำมันเรือนิดหน่อย) แล้วก็ขึ้นเรือข้ามฟากไปเกาะช้าง การเดินทางบนเรือก็คือฟิลแบบ "ฉันคือผู้รอดชีวิต" ที่กำลังจะไปเปิดโลกใหม่! พอเท้าแตะเกาะช้างเท่านั้นแหละ กรี๊ดดดดด! ความเหนื่อยล้าเมื่อกี้หายไปหมดสิ้น เพราะลมทะเลมันดีต่อใจจนอยากจะเต้นเพลง 'Shape of You' กลางท่าเรือเลยแก! สิ่งที่ประทับใจตั้งแต่แรกคือบรรยากาศมันชิลล์มากกกกกกกก สงบกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ที่นี่แหละจะเจอความปังที่แท้ทรูที่ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

อะมาจ้ะสายคอนเทนต์ สายสร้างตำนานตัวแม่ ห้ามพลาดเด็ดขาดกับพิกัดถ่ายรูปที่ฉันคัดสรรมาให้แบบละเอียดลึก เจาะทุกมุม ทุกองศา รับรองว่ายอดไลก์พุ่งกระฉูด ยอดฟอลเพิ่มรัวๆ จนเพื่อนต้องอิจฉา! เตรียมเมมมือถือให้พร้อม เพราะงานนี้รูปเยอะกว่าจำนวนมื้ออาหารที่กินแน่นอนค่ะ!

มุมที่ 1: หาดทรายขาว (White Sand Beach) - ช่วงเวลา Golden Hour อันเลอค่า!
แกเอ๊ยยยยยยย ถ้ามาเกาะช้างแล้วไม่มาฟาดรูปที่หาดทรายขาวตอนพระอาทิตย์ตกดินเนี่ย ถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ! แสงสีทองของช่วง Golden Hour คือที่สุดของที่สุด! มันสาดส่องลงมาที่ผิวเราแบบเป็นฟิลเตอร์ธรรมชาติที่ไม่ต้องพึ่งแอป ไม่ต้องเข้า Lightroom ให้เสียเวลา แค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายก็ได้รูปปัง ๆ เลยค่ะ! สำหรับมุมนี้ ฉันแนะนำให้โพสแบบ "นางพญาผู้เลอโฉม" ค่ะ ลองเดินสะบัดผมแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่จริง ๆ คือซ้อมหน้ากระจกมาเป็นร้อยรอบแล้วว่าจะหันซ้าย 45 องศา แล้วบิดตัวเล็กน้อยให้เห็นหุ่นเพรียว ๆ หรือจะลองนั่งหันหลังเหม่อมองทะเลแบบกะพริบตาเป็นจังหวะเพลงช้า ๆ แล้วให้เพื่อนแอบถ่ายจากด้านหลังก็ได้ฟิลแบบ “ฉันผู้มาพร้อมความเศร้าสร้อยแต่ก็ยังสวย” หรืออีกโพสคือ ยืนกอดอกเชิ่ดหน้าสู้แดดสู้ลม (แต่แอบหลับตาข้างนึงเพราะแดดมันแรงจริงแก!) ส่วนชุดที่ใส่มาฟาดมุมนี้ ขอแบบเดรสพลิ้ว ๆ สีขาว สีครีม หรือพาสเทลไปเลยจ้ะ จะได้เป็นนางฟ้าตกสวรรค์ที่แท้ทรู หรือถ้าใครมั่นใจในเรือนร่างก็จัดชุดว่ายน้ำวันพีซแซ่บ ๆ สีเจ็บ ๆ ไปเลยค่ะ รับรองว่าเด่นเป็นสง่ากลางหาดแน่นอน!

มุมที่ 2: น้ำตกคลองพลู (Klong Plu Waterfall) - ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ สดชื่นไม่จกตา!
เบื่อทะเลแล้วใช่ไหม? อะ! มาเปลี่ยนฟิลเป็นสายธรรมชาติกับน้ำตกคลองพลูบ้างค่ะ ที่นี่คืออีกหนึ่งพิกัดลับที่ปังไม่แพ้กันเลยนะ! แสงที่นี่จะเป็นแบบรำไร ๆ ลอดผ่านใบไม้ลงมา มันให้ฟิลแบบมู้ดแอนด์โทน คุมโทนไอจีได้แบบสบาย ๆ เลยค่ะ โพสที่ฉันแนะนำสำหรับมุมนี้คือฟิลแบบ "สาวมั่นในป่าใหญ่" ค่ะ ลองนั่งชันเข่ามองน้ำตกแบบขรึม ๆ แต่แอบเหล่กล้องนิดนึงให้รู้ว่าถ่ายอยู่ หรือยืนพิงต้นไม้ใหญ่แบบเออ! ฉันนี่แหละเมรีผู้โดดเดี่ยวที่กำลังตามหาพระเพื่อนพระแพงอยู่ (อันนี้ล้อเล่นนะแก!) หรือจะลองเล่นน้ำเบา ๆ ทำเป็นผมเปียกแบบธรรมชาติแต่จริง ๆ คือเพิ่งสระมาแล้วรีบมาถ่ายก็ได้ฟิลแบบเซ็กซี่เบา ๆ ได้ความสดชื่นไปอีกแบบ สำหรับชุดที่ฟาดมุมนี้ แนะนำเป็นบิกินี่ตัวเก่งที่ซ่อนไว้ข้างใน แล้วคลุมด้วยเสื้อคลุมซีทรูพลิ้ว ๆ หรือกางเกงขาสั้นกับเสื้อครอปดีไซน์เก๋ ๆ ก็ได้ลุคที่ดูสบาย ๆ แต่ก็ยังคงความแซ่บไว้อย่างลงตัวค่ะ รับรองว่าได้รูปสวย ๆ จนเพื่อนต้องทักว่า “ไปป่ามา หรือไปถ่ายแบบมาแก?”

มุมที่ 3: จุดชมวิว (Viewpoint) - มุมสูงเห็นอ่าว ฟิล CEO หญิงพันล้าน!
อ่ะ ถ้าอยากได้รูปที่เห็นวิวแบบพาโนรามา เห็นน้ำทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา ต้องมาที่จุดชมวิวเลยค่ะ ที่นี่จะทำให้แกเห็นภาพรวมของเกาะช้างได้อย่างชัดเจน มันให้ฟิลแบบ "ฉันคือ CEO หญิงพันล้านที่กำลังมองเห็นอนาคตที่สดใสของตัวเอง" แสงที่นี่จะเป็นแสงธรรมชาติกลางวันจ้า ๆ เลยค่ะ แดดแรงไปนิดแต่หน้าต้องสู้! โพสที่แนะนำคือ ยืนกอดอกเชิ่ดหน้ามองวิวมุมสูงแบบมีอนาคตอันสดใสอยู่เบื้องหน้า หรือจะหันหลังกางแขนออก เหมือนจะโผบินไปกับนกก็ได้ฟิลลิ่งแบบอิสระเสรี แต่ระวังตกนะจ๊ะแก! หรือจะนั่งไขว่ห้างบนระเบียง มองลงไปเบื้องล่างแบบฉ่ำ ๆ แล้วให้เพื่อนกดชัตเตอร์รัว ๆ ก็ได้รูปที่ดูแพงมาก! ส่วนชุดที่เหมาะกับมุมนี้ ขอเป็นชุดแม็กซี่เดรสสีสันสดใส หรือชุดเซ็ตผ้าลินินสบาย ๆ ที่ดูแพงแต่ก็ยังคล่องตัวเวลาเคลื่อนไหวค่ะ รับรองว่ารูปที่ได้จะทำให้ทุกคนต้องอิจฉาและอยากตามรอยมาที่นี่ทันที!

☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด

หลังจากที่ตากแดด ตากลม เดินถ่ายรูปกันจนเหงื่อท่วม ตัวเยิ้มยิ่งกว่าปลาหมึกย่าง ก็ได้เวลามาหาอะไรดับร้อนให้ชื่นใจกันแล้วค่ะ! ฉันไปเจอพิกัดลับที่อยากจะบอกต่อแบบตะโกน! ร้านนี้ชื่อว่า "ร้านป้าสมศรี โอเลี้ยงโบราณ" ค่ะ อยู่ไม่ไกลจากวัดเลยนะ ฟิลแบบร้านกาแฟโบราณริมถนนเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ แต่บอกเลยว่าคุณภาพคับแก้วมาก! บรรยากาศร้านคือดีต่อใจสายวินเทจแบบฉันสุด ๆ โต๊ะไม้เก่า ๆ พัดลมตัวใหญ่ ๆ ที่หมุนเอื่อย ๆ พะเน้าพะนอความร้อนให้คลายลง มีรูปเก่า ๆ ติดเต็มผนังไปหมด ให้ฟิลเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคคุณป้าคุณยายยังสาวเลยค่ะ

เมนูที่ฉันสั่งคือ โอเลี้ยง ค่ะแก! ขอสารภาพเลยว่าแก้วแรกที่ดูดเข้าไปนี่คือกรี๊ดดดดด! ในใจ! รสชาติคือของจริงไม่จกตา! เข้มข้น หวานมันกำลังดี ไม่หวานเจี๊ยบจนแสบคอ แต่ก็ไม่ได้จืดชืดจนไร้อารมณ์ บอกเลยว่าโอเลี้ยงแก้วนี้คือยาชูกำลังชั้นเลิศที่ทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ความเหนื่อยล้าได้ในทันที ไม่ต้องไปหาหมอดูก็รู้ว่าโอเลี้ยงแก้วนี้จะพาเราตื่นไปฟาดฟันกับแดดได้อีกหลายยกเลยค่ะ! ต่อด้วย ชาเย็น ของป้าสมศรีอีกแก้ว! โอ๊ยยยยยยยยยยยย! หอมกลิ่นชาไทยแท้ ๆ แบบไม่ได้ใช้ผงสำเร็จรูปใด ๆ ทั้งสิ้น หวานมันกลมกล่อม ดับร้อนได้แบบสะเด็ดสะเด่า เหมือนได้ปลุกวิญญาณความสดชื่นกลับมาให้ร่างกายอีกครั้ง ฉันนี่แทบจะสั่งกลับบ้านไปอีกสิบแก้วเลยนะแก! ไม่แค่นั้นนะ ป้าสมศรียังมีขนมปังปิ้งเนยนมกับปังปิ้งสังขยาให้เราได้ฟาดอีก! ขนมหวานล้างปากที่อร่อยจนอยากจะเหมากลับบ้าน สรุปคือร้านป้าสมศรีนี่แหละคือที่พึ่งยามยากของเราชาวตัวแม่ผู้สู้แดดสู้ชีวิตในเกาะช้างค่ะ ฟื้นคืนชีพจากแดดแรง ๆ ได้แบบไม่ต้องพึ่งหมอผีเลยทีเดียว!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

สำหรับสายเที่ยวตัวแม่ตัวคลอดบุตรที่กำลังจะตามรอยมาเกาะช้างเนี่ย ฉันมีข้อมูลการเดินทางและทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝาก รับรองว่าทริปของแกจะปังแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น!

การเดินทาง:
* จากกรุงเทพฯ ไปตราด: สำหรับฉันเลือกนั่งรถทัวร์ปรับอากาศจากเอกมัยไปลงที่ตราดค่ะ บอกเลยว่านั่งจนก้นด้าน! 🤣 ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นเตรียมหมอนรองคอ หมอนรองก้น หนังสือ หรือซีรีส์เรื่องโปรดไปให้พร้อมเลยนะจ๊ะ ไม่งั้นจะเบื่อตายซะก่อน! แนะนำให้จองตั๋วรถล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว ไม่งั้นจะอดไปเที่ยวเอาได้ง่าย ๆ นะแก! พอถึงท่ารถตราดแล้วก็จะมีรถสองแถวหรือรถตู้คอยให้บริการไปส่งที่ท่าเรือเฟอร์รี่ค่ะ อย่าลืมต่อรองราคาให้ดี ๆ นะ!

* จากตราดไปเกาะช้าง: พอถึงท่าเรือเฟอร์รี่แล้วก็ซื้อตั๋วขึ้นเรือไปเกาะช้างได้เลยค่ะ เรือจะออกเป็นรอบ ๆ ฉันว่ามันได้ฟิลเหมือนได้นั่งเรือยอร์ชส่วนตัว (แต่เป็นยอร์ชแบบมีเพื่อนร่วมทริปอีกร้อยกว่าคน) วิวทะเลระหว่างทางคือสวยมากกกก ลมพัดเย็นสบายสุด ๆ ประมาณ 30-45 นาทีก็ถึงเกาะช้างแล้วค่ะ! * การเดินทางบนเกาะ: พอถึงเกาะช้างแล้ว ถ้าแกเป็นสายซิ่ง รักความเร็ว และมั่นใจในการขับมอเตอร์ไซค์ เช่ามอเตอร์ไซค์เลยค่ะ! สะดวกสุด ๆ อยากไปไหนก็ไปได้เลย แต่! แต่! แต่! ฉันขอเน้นย้ำเลยนะว่าถนนบนเกาะช้างบางจุดมันชันมากกกก แถมโค้งเยอะอีกด้วย มือใหม่หัดขับมอไซค์ระวังตัวนะลูก เดี๋ยวจะกลายเป็นตัวแม่กลิ้งลงเขาเอาได้นะจ๊ะ! ใส่หมวกกันน็อกให้เรียบร้อย ขับขี่ด้วยความระมัดระวังค่ะ หรือถ้าใครเป็นสายชิลล์ ไม่รีบร้อน นั่งรถสองแถวก็ได้ค่ะ มีให้บริการทั่วเกาะเลย แต่อาจจะต้องรอนานหน่อย แล้วก็แพงกว่ามอเตอร์ไซค์นิดนึงนะ

ช่วงเวลาที่ควรไป:
ฉันแนะนำให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ค่ะแก! ช่วงนี้แหละที่ปังที่สุด! อากาศดี๊ดี ไม่ร้อนจัดจนเหงื่อไหลเป็นน้ำตก ไม่ค่อยมีฝนตกด้วย ถ่ายรูปแล้วหน้าไม่ละลาย แดดกำลังดี ผิวแทนแบบฉันนี่คือเฉิดฉายสุด ๆ!

ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นตัวแม่:
* แดด! ฉันพูดคำนี้อีกรอบ! แดดเกาะช้างคือของจริง! กันแดด SPF 500 ไปเลยจ้ะ ทาไปเยอะ ๆ เหมือนโบกปูนหน้า อย่าลืมทาซ้ำบ่อย ๆ ด้วยนะ! หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด ต้องมีติดตัวตลอด ไม่งั้นจะกลายเป็นปลาแดกเผาได้ง่าย ๆ นะแก! * ยุง! ยุงที่เกาะช้างก็คือดุไม่แพ้แดดเลยค่ะ พกสเปรย์กันยุงไปเลยจ้ะ ไม่งั้นจะกลายเป็นเหยื่อโอชะของพวกมันได้ง่าย ๆ นะ! * งบประมาณ: เตรียมเงินไปให้พร้อม! เพราะของกินอร่อย ของฝากน่ารักมันล่อตาล่อใจมาก ๆ ค่ะแก! จะได้ไม่มาเสียใจทีหลังว่า "รู้งี้เอาเงินมาเยอะ ๆ ดีกว่า!" * จองที่พัก: ถ้าจะมาช่วงไฮซีซั่น หรือช่วงวันหยุดยาว จองที่พักล่วงหน้าไปเลยจ้ะ! ไม่งั้นจะไม่มีที่นอนแล้วต้องไปกางเต็นท์หน้าหาดเอาได้นะ (อันนี้ก็โรแมนติกดี แต่ระวังยุงนะแก!)

สรุปเลยนะแก! แม้ว่าทริปเกาะช้างของฉันในครั้งนี้จะไม่ได้เจอช้างจริง ๆ ตามชื่อเกาะ (แอบเสียใจนิดนึงนะ) แต่ฉันก็ได้เจอความปังที่ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ ได้เจอความสวยงามของธรรมชาติที่มันจึ้งใจมาก! ทั้งทะเลใส ๆ น้ำตกชุ่มฉ่ำ ผู้คนน่ารัก ๆ และอาหารอร่อย ๆ ที่ทำให้ฉันรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจจนอยากจะอยู่ต่ออีกสักเดือน! เกาะช้างคือที่ที่ทำให้ฉันค้นพบว่าความปังไม่จำเป็นต้องมาจากฟิลเตอร์ แต่มันมาจากประสบการณ์และเอเนอร์จี้ที่เต็มเปี่ยมของเราต่างหาก! ใครกำลังหาที่เที่ยวชิลล์ ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ ไม่ต้องคิดเยอะ! ตามรอยฉันมาเลยจ้ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน! 

#เกาะช้าง #เที่ยวตราด #travelthailand, 

admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads