บุกวัดร่องขุ่น เชียงราย: วัดขาวจั๊วะ รูปปัง ไม่ต้องพึ่งแอป!


กรี๊ดดดดดด! แก๊!!!! แดดเมืองไทยนี่มันไฟนรกของจริงนะยะ ไม่ได้พูดเล่น! คือตอนแพลนทริปเชียงรายอะ ก็ฟีลแบบว่าอยากไปแอ่วเหนือ สูดอากาศดีๆ ชมธรรมชาติ แต่อิเจ๊ลืมไปอย่างนึงค่ะ...แดดประเทศไทยมันไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร! ทริปนี้คือแบบสู้ชีวิตสุดๆ ตั้งแต่ออกจากบ้านที่กรุงเทพฯ เช้าตรู่ตีห้า ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีก็คือต้องลากสังขารตัวเองไปสนามบินแล้วอะคุณน้อง นั่งเครื่องบินมาก็คือหลับเป็นตาย เพราะรู้ว่าถ้าไม่ตุนแรงไว้ เดี๋ยวไปเจอแดดเชียงรายมีหวังละลายกลายเป็นปุ๋ยต้นไม้หน้าวัดแน่นอนค่ะ พอเครื่องแตะรันเวย์ปุ๊บ ความตื่นเต้นก็พุ่งปรี๊ดดดด! แต่พอได้ก้าวเท้าออกจากสนามบินเท่านั้นแหละค่ะ เหมือนโดนเตาอบเคลื่อนที่จู่โจม! อีเจ๊นี่แบบกรี๊ดในใจเลยนะ "โอ๊ยยยยยย! นี่มันพ.ศ.อะไรคะเนี่ยะ ทำไมแดดยังแรงเบอร์นี้!!!" ต้องงัดเสื้อคลุมกัน UV หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดดใบเขื่อง และครีมกันแดด SPF 50++++ ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเหมือนคนบ้า ทริปนี้คือขอตั้งชื่อเล่นว่า "ทริปเอาชีวิตรอดจากแดดเมืองไทย" เลยค่ะ!

แต่ถึงแดดจะแรงเบอร์สิบแปดมงกุฎขนาดไหน อีเจ๊ก็ไม่หวั่นค่ะ! เพราะเป้าหมายของเราวันนี้คือการไปเยือน "วัดร่องขุ่น" หรือที่ชาวแก๊งเรียกว่า "วัดขาวจั๊วะ" ที่เลื่องลือระบือไกลว่าสวยตาแตก สวยจนต้องยกมือกุมอก! คือบอกเลยนะว่าเห็นรูปในไอจีมาก็เยอะ แต่ก็ยังไม่เชื่อสายตาตัวเองจนกว่าจะได้มาเห็นด้วยตาคู่นี้! พอรถค่อยๆ วิ่งเข้าใกล้วัดเท่านั้นแหละค่ะคุณขา ภาพแรกที่เห็นคือแบบ...กรี๊ด! มันขาวอะไรขนาดนั้น! ขาวแบบขาวตะโกน ขาวแบบไม่แคร์สื่อ ขาวแบบที่รูปที่ถ่ายออกมาไม่ต้องพึ่งแอป VSCO หรือ Lightroom ใดๆ เลยค่ะแม่! นี่แหละคือเหตุผลที่อีเจ๊ยอมสู้กับแดด ยอมละลายเป็นโจ๊ก เพราะความสวยของวัดนี้มันเกินเบอร์จริงๆ คุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อที่เสียไปค่ะคุณผู้ชม! เตรียมกล้อง เตรียมเมม เตรียมพาวเวอร์แบงค์ให้พร้อมเลยนะยะ เพราะรูปปังๆ กำลังจะบังเกิด!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

เอาล่ะสาวๆ หนุ่มๆ ที่อยากได้รูปโปรไฟล์ปังๆ ยอดไลก์ทะลุล้านฟังทางนี้! อีเจ๊จะมาเปิดพิกัดแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของวัดร่องขุ่นที่รับรองว่าสับจนเพื่อนต้องทักว่าไปทำบุญหรือไปถ่ายแบบ! เพราะวัดนี้เค้าสร้างมาเพื่อเป็นรันเวย์ส่วนตัวของพวกเราจริงๆ ค่ะคุณขา ไม่ว่าจะหันมุมไหนก็คือมีแต่คำว่า "ปัง" เท่านั้นค่ะ

มุมที่ 1: สะพานแห่งการข้ามภพ (The Bridge of "Hands from Hell")

โอ๊ยยยย! มาวัดร่องขุ่นแล้วไม่ถ่ายตรงสะพานนี้คือมาไม่ถึงนะยะ! มุมนี้คือไฮไลต์เลยค่ะคุณขา เพราะมันมี "มือเป็นร้อยเป็นพัน" ยื่นออกมาจากนรกภูมิ เหมือนจะจับเราดึงลงไป! ฟีลแบบว่าเราคือผู้ก้าวข้ามจากความชั่วร้ายขึ้นมาสู่โลกแห่งความดีงามและสงบสุขบนสะพานสีขาวบริสุทธิ์นั่นแหละค่ะ วิธีโพสท่าให้อลังการงานสร้างคือ ยืนกลางสะพานเลยค่ะคุณน้อง! ยืดอก ผายไหล่ เชิดหน้าเล็กน้อย มองตรงไปข้างหน้าแบบสวยๆ เดินแบบมั่นๆ อย่าไปกลัวมือผีที่ยื่นมานะคะ คิดซะว่าเค้าแค่มาต้อนรับ! สำหรับชุดนะคะ แนะนำให้ใส่ชุดที่สีคอนทราสต์กับสีขาวของวัดค่ะ เช่น สีดำสนิท สีแดงแรงฤทธิ์ หรือสีเขียวมรกต จะช่วยให้ตัวเราเด่นเด้งออกมาจากพื้นหลังสีขาวโพลนได้ดีมาก! ส่วนแสงที่ดีที่สุดคือช่วงเช้าตรู่ที่คนยังไม่เยอะมาก หรือช่วงบ่ายแก่ๆ หลังบ่ายสามโมงไปแล้ว แสงจะไม่แข็งเกินไป และจะได้เงาที่สวยงาม ช่วยเพิ่มมิติให้ภาพดูมีเรื่องราวมากขึ้นค่ะ อย่าลืมหันหลังให้มือผีแล้วยกมือขึ้นทำท่าเหมือนกำลังปลดปล่อยพันธนาการก็เก๋นะคะ!

มุมที่ 2: อุโบสถสีขาววิบวับระยิบระยับ (The Main White Ubosot - สวยจนแสบตา!)

หลังจากเดินข้ามสะพานมาแล้ว เราก็จะเจอกับอุโบสถสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยกระจกเงาเล็กๆ วิบวับไปทั้งหลัง! โอ๊ยยยยยย สวยแบบตะโกน สวยแบบที่เห็นแล้วต้องยกมือทาบอก! มุมนี้คือต้องถ่ายแบบเก็บรายละเอียดความอลังการงานสร้างของสถาปัตยกรรมค่ะ ยืนห่างออกมานิดนึงเพื่อให้เห็นอุโบสถทั้งหลัง ยิ่งถ้าได้เลนส์ Wide angle มาก็คือเริ่ด! ถ่ายจากมุมล่างขึ้นบนก็จะทำให้อุโบสถดูสูงใหญ่และสง่างามมากขึ้นค่ะ ทริคคือให้หามุมที่คนน้อยที่สุดนะคะ เพราะมุมนี้คือฮอตฮิตติดลมบน ใครๆ ก็อยากได้รูปสวยๆ ยืนรอคิวกันยาวเหยียดเลยค่ะ ท่าโพสก็ง่ายๆ เลยค่ะ ยืนตรงๆ มองกล้องแบบมั่นๆ หรือจะหันข้างมองไปทางอุโบสถเหมือนกำลังชื่นชมความงามก็ได้ฟีลสายอาร์ตเบาๆ หรือจะลองนั่งพับเพียบเรียบร้อยที่บันไดหน้าอุโบสถก็ได้ฟีลลูกคุณหนูผู้อยู่ในชุดขาว ชุดที่เหมาะกับมุมนี้คือชุดไทยประยุกต์สีขาวบริสุทธิ์ หรือชุดสีอ่อนๆ พาสเทล ก็จะเข้ากับบรรยากาศวัดได้ดีค่ะ แต่ถ้าอยากเด่นก็จัดสีสดไปเลยค่ะ รับรองว่าตัดกับพื้นหลังขาวจั๊วะได้แบบปังไม่ไหว!

มุมที่ 3: ห้องน้ำทองคำอร่าม (The Golden Toilet - หรูหราจนลืมไปว่ามาเข้าห้องน้ำ!)

และอีกหนึ่งมุมที่ห้ามพลาด! ที่เป็น Signature ของวัดร่องขุ่นและสร้างความฮือฮาให้กับโลกโซเชียลมาแล้ว นั่นก็คือ "ห้องน้ำทองคำ" นั่นเองค่ะคุณผู้ชม! กรี๊ดดดดด! คือใครจะไปคิดว่าห้องน้ำจะสวยได้ขนาดนี้! สวยจนลืมไปเลยว่าเข้ามาทำธุระ! มุมนี้คือต้องถ่ายแบบเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ไปเลยค่ะคุณน้อง! ถ่ายแบบให้เห็นความทองอร่ามของห้องน้ำที่ตัดกับสีขาวของวัดได้แบบลงตัวสุดๆ ยืนโพสท่าแบบเผลอๆ เหมือนกำลังจะก้าวเข้าห้องน้ำ แต่คือสวยแพงเวอร์! หรือจะยืนพิงกำแพงทองแบบสบายๆ มองไปข้างหน้าแบบมี Story ก็ได้ฟีลลิ่งแบบว่า "ฉันไม่ใช่นักท่องเที่ยวธรรมดานะยะ ฉันคือตัวแม่ตัวคลอดบุตรที่มาเข้าห้องน้ำหรูหราค่ะ" ชุดที่ใส่มาถ้ามีเครื่องประดับทองๆ ด้วยก็จะยิ่งเข้ากันได้ดีค่ะ หรือจะถือกระเป๋าสีทองเล็กๆ ก็ได้ฟีลแบบผู้ดีเก่ามาเที่ยววัด! แสงที่ดีที่สุดคือตอนกลางวันแดดจัดๆ ค่ะ เพราะจะทำให้ห้องน้ำทองคำเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนทองคำแท้ๆ แบบไม่จกตา ถ่ายมุมเสยขึ้นไปให้เห็นยอดแหลมๆ ของห้องน้ำทองคำก็จะยิ่งดูอลังการงานสร้างขึ้นไปอีกค่ะ มั่นๆ เข้าไว้นะคะสาวๆ เพราะมุมนี้คือมุมลับที่น้อยคนจะรู้ว่ามันสวยและถ่ายรูปขึ้นมาก!

☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด

หลังจากที่สู้ชีวิตกับการโพสท่าตากแดดจนเหงื่อหยดติ๋งๆ กลายเป็นนางงามตู้กระจกไปแล้วเนี่ยะ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการหาอะไรเย็นๆ ชื่นใจมาดับร้อนค่ะคุณผู้ชม! เดินออกจากวัดมานิดเดียว ไม่ต้องไปไหนไกลเลยค่ะ คุณจะเจอกับร้านกาแฟโบราณเล็กๆ ชื่อร้าน "ป้าจันทร์โอเลี้ยง" คือแค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกถึงความคลาสสิกของแทร่! ร้านป้าจันทร์เป็นร้านเล็กๆ ห้องแถวไม้เก่าๆ ฟีลเหมือนย้อนยุคไปสมัยคุณย่าคุณยายยังสาวๆ เลยค่ะ บรรยากาศแบบบ้านๆ มีโต๊ะไม้ไม่กี่ตัว พัดลมหมุนเอื่อยๆ แต่บอกเลยว่านี่แหละคือสวรรค์น้อยๆ ของอีเจ๊ในตอนนี้! ป้าจันทร์แกชงกาแฟเอง ชงแบบโบราณจริงๆ ค่ะ ใช้ถุงชงกาแฟผ้าๆ นั่นแหละ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน

อีเจ๊นี่ไม่รอช้า จัด "โอเลี้ยง" แก้วใหญ่มาหนึ่งค่ะ! คือพอได้ยกกระดกเท่านั้นแหละ...กรี๊ดดดดด! ความหวานเข้มข้นที่มาพร้อมกับความขมปลายลิ้นนิดๆ ของกาแฟ บวกกับน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ มันคือรสชาติแห่งความฟินค่ะคุณขา! เหมือนได้ชุบชีวิตจากความเหนื่อยล้ามาทั้งวันเลยก็ว่าได้! มันไม่ใช่โอเลี้ยงหวานจ๋อยแบบที่อื่นนะยะ อันนี้คือหวานกำลังดี หอมกาแฟคั่วแบบโบราณแท้ๆ คือมันกลมกล่อมลงตัวแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลยค่ะ ใครที่ไม่ได้ดื่มกาแฟก็ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะ "ชาเย็น" ของป้าจันทร์ก็คือเด็ดไม่แพ้กัน! ชาไทยสีส้มอิฐแบบข้นๆ นัวๆ ไม่หวานจัดเกินไป แต่ได้ความหอมมันจากนมที่ใส่มาแบบไม่หวง! ดูดไปคำแรกคือแบบ...อื้อหืออออ! นี่แหละชาไทยในฝัน! คือมันใช่ มันถูกต้อง มันอร่อยจนอยากจะเหมากลับบ้าน! บรรยากาศร้านก็คือเป็นกันเองมากค่ะ นั่งพักขา ดูผู้คนเดินผ่านไปมา ฟีลแบบ Slow Life ที่แท้ทรู เป็นการปิดท้ายภารกิจพิชิตวัดร่องขุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ซู้ดดดดดค่ะ!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

สำหรับแก๊งวัยรุ่นสายเที่ยวอย่างพวกเราที่อยากจะมาตามรอยความปังที่วัดร่องขุ่นเนี่ยะ ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้ก็สำคัญไม่แพ้การโพสท่าเลยนะยะ! ฟังทางนี้ให้ดีค่ะคุณน้อง

การเดินทาง: วัดร่องขุ่นตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงรายค่ะ ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ก็คือต้องนั่งเครื่องบินไปลงสนามบินเชียงราย (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที) แล้วจากสนามบินก็สามารถนั่งแท็กซี่ รถเช่า หรือถ้ามากันหลายคนก็เหมาสองแถว/รถตู้เข้าไปที่วัดได้เลยค่ะ ระยะทางไม่ไกลมาก ประมาณ 15-20 กิโลเมตร หรือถ้าสายประหยัดก็ขึ้นรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงรายไปได้ค่ะ จะมีรถสองแถวสีขาววิ่งผ่านตลอดทางบอกคนขับว่าลงวัดร่องขุ่นได้เลย สะดวกสุดคือเช่ารถขับเองค่ะ จะได้แวะเที่ยวที่อื่นในเชียงรายได้อีกหลายที่เลยนะ

ช่วงเวลาที่ควรไป: ทริคจากอีเจ๊เลยนะยะ! ไปตั้งแต่เช้าตรู่ค่ะคุณขา! คือวัดเปิดประมาณ 08.00 น. ก็คือต้องไปถึงตั้งแต่ก่อนแปดโมงเช้าเลย! เพราะอะไรน่ะเหรอ? 1. คนน้อย! คุณจะได้รูปสวยๆ แบบไร้ผู้คนมาแย่งซีน 2. แสงสวย! แสงตอนเช้าคือละมุนละไม ถ่ายรูปออกมาคือปังสุด 3. แดดยังไม่แรงมาก! คุณจะได้มีแรงเดินชมวัดและโพสท่าได้แบบไม่ต้องกลัวละลายค่ะ เลี่ยงช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมงไปเลยนะคะ เพราะช่วงนั้นแดดคือเปรี้ยงปร้างสุดๆ ชนิดที่ว่าลงจากรถปุ๊บก็เหมือนโดนย่างสดปั๊บเลยค่ะคุณน้อง

ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นสายลุย:

  1. ครีมกันแดด: ทาไปเลยค่ะ SPF 50++++ ยิ่งเยอะยิ่งดี ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง ไม่ต้องอายใคร!
  2. หมวก/แว่นกันแดด/ร่ม: พกไปเลยค่ะ! เป็นไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้จริงๆ การเป็นตัวแม่ตัวคลอดบุตรก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเองจากภัยแดดนะยะ
  3. น้ำเปล่า: พกน้ำขวดใหญ่ๆ ไปเลยค่ะ จิบเรื่อยๆ ระหว่างเดินในวัด เพราะอากาศร้อนมาก!
  4. ชุดแต่งกาย: ถึงแม้จะเป็นวัด แต่ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ค่ะ แนะนำให้แต่งกายสุภาพเรียบร้อย แต่ก็ยังคงความเก๋ไก๋ในแบบของเรานะคะ เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้นเหนือเข่ามากไปก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะสมค่ะ เลือกชุดที่ถ่ายรูปสวยแต่ก็ยังคงความสุภาพนะคะ
  5. เคารพสถานที่: อันนี้สำคัญที่สุดค่ะ ถึงเราจะมาถ่ายรูป แต่ก็อย่าลืมว่านี่คือวัดนะคะ งดใช้เสียงดัง งดวิ่งเล่น งดสัมผัสงานประติมากรรมต่างๆ นะคะ ถ่ายรูปให้สวยแต่ก็ต้องมีมารยาทด้วยค่ะคุณน้อง

ทำตามทริคของอีเจ๊ รับรองว่าได้รูปปังๆ ประสบการณ์ดีๆ และรอดพ้นจากภัยแดดกลับบ้านไปอวดเพื่อนแน่นอนค่ะ!

สรุปเลยนะยะคุณน้องคุณหนูทั้งหลาย! วัดร่องขุ่นเนี่ยะ เป็นอะไรที่ "ต้องมา" จริงๆ ไม่ใช่แค่มาเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ ลงไอจีเท่านั้นนะ แต่คือความอลังการของสถาปัตยกรรม ความละเอียดอ่อนของศิลปะ และปรัชญาต่างๆ ที่แฝงอยู่ในงานสร้างสรรค์ของท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ คือมันสวยงามเกินคำบรรยายจริงๆ ค่ะ สวยจนอีเจ๊นี่แทบจะกรี๊ดออกมากลางวัด! คุ้มค่าทุกวินาทีที่ได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเอง ถึงแดดจะแรงจนเหงื่อท่วมเบอร์ไหน ก็ยอมค่ะ! เพราะรูปที่ได้มันปังจนลืมความร้อนไปเลยจริงๆ ค่ะคุณผู้ชม! ใครที่ยังไม่เคยมา ต้องมาให้ได้นะยะ แล้วจะรู้ว่าที่อีเจ๊พูดมาทั้งหมดเนี่ยะ มันคือเรื่องจริง! มาแล้วจะหลงรักเชียงราย หลงรักวัดร่องขุ่นแน่นอนค่ะ ไปค่ะ! ไปเช็คอินความปังกัน!

 #วัดร่องขุ่น #เที่ยวเชียงราย #เที่ยวภาคเหนือ #travelthailand #chiangrai

admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads