ทุกคนขาาาาาา! ขอเสียงชาวแก๊งค์ที่ทนแดดเก่ง! ทนร้อนไหว! และทนเพื่อนบ่นเรื่องหิวได้หน่อยเร้วววว! วันนี้ตัวแม่จะมาขยี้รีวิวเด็ด ๆ กับทริปล่าสุดที่เกือบจะแปลงร่างเป็นหมูกระทะย่างกลางแดดบึงกาฬ กับแลนด์มาร์คสุดปังที่ใคร ๆ ก็บอกว่าต้องมาเช็กอิน นั่นก็คือ "หินสามวาฬ" นั่นเองค่าาาาา! สภาพก่อนไปคือมโนว่าตัวเองเป็นตัวมัมสายลุย ผมพลิ้วไหวในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่เอาจริง ๆ คือผมนี่พันกันยุ่งเหยิงเหมือนรังนกกระจอกเทศ แถมหน้าเยิ้มกว่าน้ำพริกอ่องที่เพิ่งซดไปเมื่อเช้าอีกแก! แต่ใด ๆ คือไม่ยอมให้ความร้อนมาทำลายความสวยและยอดไลก์ในไอจีได้เด็ดขาด! ทริปนี้บอกเลยว่าจริงจังทุกจุด จริตทุกโพส กล้าการันตีว่ารูปสวยจนเพื่อนต้องทักว่า “แกไปบึงกาฬจริงดิ? นึกว่าไปกาฬทวีป!”
กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นะคะทุกคนขาาาาาาาาา นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย! เพราะอีบึงกาฬเนี่ยมันไม่ใช่ซอยบ้านป้าข้าง ๆ ที่เดินไปได้ชิลล์ ๆ นะคะคุณน้า! ดิฉันต้องผ่านสมรภูมิรบแห่งการเดินทาง ตั้งแต่แบกกระเป๋าเป้หนักอึ้งเหมือนแบกโลกทั้งใบขึ้นรถทัวร์ VIP (แต่สภาพดิฉันคือ V.I.P = Very Important Poor-ish backpacker) จากกรุงเทพฯ ตีตั๋วข้ามคืน หลับ ๆ ตื่น ๆ เกือบตีกับพนักงานขับรถเรื่องแอร์หนาวไป! พอลงรถปุ๊บก็ต่อรถสองแถวเขียวที่เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มเหมือนเพลงเมทัลร็อกที่เปิดตอนตีห้า! แถมระหว่างทางนี่ก็คือแดดประเทศไทยเลเซอร์ยิงมาไม่ยั้ง! ผิวแทนไม่กลัว กลัวผิวไหม้แล้วต้องทาอโลเวร่าหมดไปครึ่งไร่! แต่สุดท้ายก็มาถึงจนได้ พร้อมกับสภาพที่เรียกได้ว่า “อ่วม” แต่ “สวย” ค่ะทุกคน! ออร่าความอยากได้รูปปังมันค้ำคอค่ะ! นี่แหละค่ะคือชีวิตบล็อกเกอร์ท่องเที่ยววัยรุ่นสายจริงจังที่ไม่ว่าแดดจะแรงเบอร์ไหน! แบตมือถือจะเหลือแค่ 10%! ก็ยังต้องสู้เพื่อรูปสวย ๆ ที่จะลงไอจีให้เพื่อนกรี๊ดดดดดดด!
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
เอาล่ะ! หลังจากวอร์มอัพกันไปแล้ว มาถึงไฮไลต์ของงานนี้! หินสามวาฬเนี่ยนะทุกคน ถ้าไม่รู้วิธีถ่ายรูปให้ปัง มันก็แค่หินสามก้อน! แต่ในมือตัวแม่เนี่ย มันคือรันเวย์ส่วนตัวที่พร้อมจะปั่นยอดไลก์ให้พุ่งทะลุเพดาน! จดไว้เลยนะสาว ๆ หนุ่ม ๆ ทุกคน! นี่คือเทคนิคถ่ายรูปให้เหมือนเป็นลูกสาวเทวดาลงมาจุติที่บึงกาฬ! ไม่ใช่มาถ่ายรูปแก้บน!
- มุมเผลอ ๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจ (แต่จริง ๆ ซ้อมหน้ากระจกมาแล้ว 3 ชั่วโมง): จุดนี้คือตรง "วาฬแม่" ที่ใหญ่ที่สุด! มองเห็นวิวพาโนรามาของภูทอกและแม่น้ำโขงลิบ ๆ ข้างหลัง แสงช่วงเช้าตรู่ประมาณ 6 โมงถึง 7 โมงเช้าคือดีที่สุด! แสงจะนุ่มละมุนเหมือนหน้าดิฉันตอนตื่นนอน (โกหก!) ทำให้ผิวดูผ่องออร่า ไม่ขาวซีดเหมือนศพ และไม่ดำกร้านเหมือนทอดปลาเค็ม! ท่าโพสคือหันหลังให้กล้องเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองฟ้า หรือหลับตาพริ้ม หายใจเข้าลึก ๆ (เพื่อเก็บลมปราณที่เสียไปกับการเดินขึ้นเขา) แล้วปล่อยใจไปกับธรรมชาติ คิดว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์แล้วมีโดรนตามถ่าย! ให้เพื่อนกดชัตเตอร์รัว ๆ เป็นร้อยรูป แล้วค่อยมาคัดเองที่บ้าน! สไตล์การแต่งตัวแนะนำเป็นชุดเดรสพริ้ว ๆ สีเอิร์ธโทน หรือสีขาว จะช่วยขับผิวและทำให้ดูเป็นธรรมชาติแต่ไม่ธรรมชาติลงโทษ! เน้นพร็อพอย่างหมวกปีกกว้าง หรือผ้าพันคอเก๋ ๆ ให้มีอะไรเล่นกับลม เวลาลมพัดมันจะดูแพงแบบไม่ได้ตั้งใจค่ะ!
- มุมอิงแอบแนบชิด (จนเพื่อนต้องถามว่าใครถ่ายให้): พิกัดนี้คือตรง "วาฬลูก" ที่เป็นก้อนเล็กสุด แต่อย่าดูถูกไซส์นะคะ! เพราะเป็นมุมที่ถ่ายแล้วเหมือนเราเป็นนางเอก MV ที่กำลังแหงนมองหาความรักที่ปลายฟ้า (หรืออาจจะหาเสาสัญญาณโทรศัพท์) ตรงนี้จะอยู่ใกล้ชิดกับก้อนหินมากกว่ามุมอื่น ๆ ทำให้ได้ฟีลลิ่งแบบ “ฉันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” การเลือกแสงก็ยังคงเป็นช่วงเช้าหรือเย็นย่ำก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แสงจะอุ่น ๆ นัว ๆ เหมือนฟิลเตอร์ IG Story! ท่าโพสคือนั่งลงบนก้อนหิน หันข้างให้กล้องเล็กน้อย เอนตัวพิงก้อนหินแล้วเอามือเท้าคาง ทำหน้าครุ่นคิด เหมือนกำลังวางแผนยึดโลก! หรือจะเงยหน้ายิ้มอ่อน ๆ โชว์ผิวหน้าที่ผ่านสมรภูมิรบแดดบึงกาฬมาแล้วก็ได้ค่ะ! สไตล์การแต่งตัวควรเป็นเสื้อผ้าแนว Street wear หน่อย ๆ เช่น กางเกงยีนส์ขาสั้น เสื้อครอป หรือเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ผูกเอว ให้ดูทะมัดทะแมงแต่ก็ยังมีความคูล ถ่ายออกมาจะให้ฟีลสาวลุยแต่ยังคงความน่ารักสดใส (ใสใสตรงไหน? ใสซื่อค่ะ!)
- มุมฮิปสเตอร์นั่งห้อยขา (ระวังตก!): จุดนี้คือตรง "วาฬพ่อ" ที่อยู่สูงที่สุดและมีช่องว่างให้พอจะนั่งห้อยขาถ่ายรูปได้ (ย้ำอีกครั้งว่าระวังตก! ถ้าตกลงไปนี่ไม่ใช่แค่โพสท่าสวย ๆ แล้ว แต่คือไปสู่สุขคติเลยนะแก!) วิวตรงนี้คือปังไม่ไหว! เห็นโค้งแม่น้ำโขงแบบ 180 องศา! ฟิลเหมือนอยู่บนยอดเขาที่ไหนสักแห่งในยุโรป ไม่ใช่บึงกาฬ! แสงที่ดีที่สุดคือช่วงบ่ายแก่ ๆ ไปจนถึงเย็น แสงจะเริ่มเป็นสีทอง ทำให้รูปดูแพง เหมือนซื้อฟิลเตอร์พรีเมี่ยมมาลง! ท่าโพสคือนั่งห้อยขาลงไปในช่องว่างอย่างระมัดระวัง มือจับขอบหินไว้แน่น ๆ แล้วหันหน้าออกไปมองวิวไกล ๆ ทำหน้าฟินเหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง! หรือจะทำท่ากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ แล้วให้ตากล้องกดมุมเสยขึ้นมานิดนึง จะช่วยให้ดูขายาวเรียวเหมือนนางแบบวิกตอเรียซีเคร็ต! สไตล์การแต่งตัวควรเป็นชุดที่กระชับหน่อย เช่น กางเกงเลกกิ้งกับสปอร์ตบราคลุมด้วยเสื้อคลุมบาง ๆ หรือจะเป็นกางเกงคาร์โก้กับเสื้อยืดครอป ก็ดูทะมัดทะแมงและยังคงความชิคได้อยู่ค่ะ!
☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด
หลังจากที่ใช้พลังงานไปกับการโพสท่าสับ ๆ จนเหงื่อไหลไคลย้อย หน้ามันเยิ้มกว่าเบคอนทอด ฉันก็พุ่งตัวลงมาจากหินสามวาฬราวกับจรวดที่กำลังพุ่งทะยานลงพื้น! เป้าหมายต่อไปคือการหาแหล่งกบดานดับร้อนค่ะ! และแล้วพรหมลิขิตก็พาฉันไปเจอร้านกาแฟโบราณเล็ก ๆ ข้าง "วัดถ้ำเจติยาคิรี" ที่อยู่ไม่ไกลจากหินสามวาฬมากนัก บรรยากาศร้านคือดีงามมากกกก เหมือนย้อนวัยไปสมัยคุณยายยังสาว! ร้านเป็นไม้เก่า ๆ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่ดูขลัง ๆ แถมมีพัดลมโบราณหมุนเอื่อย ๆ ที่ช่วยเป่าลมร้อน ๆ ให้กลายเป็นลมเย็น ๆ ได้แบบงง ๆ แต่ก็ได้ฟีลลิ่งวินเทจเบอร์สิบ!
ฉันไม่รอช้า สั่ง "โอเลี้ยง" ทันทีค่ะทุกคน! คือไม่ได้อยากกาแฟโบราณอะไรเบอร์นั้นนะ แต่ตอนนั้นคือสมองประมวลผลแค่ "น้ำแข็ง น้ำแข็ง และน้ำเย็น ๆ"! พอแก้วโอเลี้ยงใส่น้ำแข็งพูน ๆ มาเสิร์ฟ กลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นก็ลอยมาเตะจมูกทันที! พอได้ดูดไปเท่านั้นแหละค่ะ! อื้อหืออออออ! รสชาติเข้มข้นถึงใจมาก! หวาน มันส์ ขมปลายลิ้นนิด ๆ แต่ไม่บาดคอ! คือมันเป็นรสชาติที่ถูกต้องสำหรับอากาศ 40 องศาเซลเซียสแบบนี้! เป็นการดับกระหายที่แท้ทรู! เพื่อนฉันสั่งชาเย็นค่ะ นางบอกว่าชาหอมมากกกก นมก็ละมุนลิ้นสุด ๆ หวานกำลังดี ไม่หวานจนเบาหวานจะขึ้น! จิบไปมองบรรยากาศวัดไปด้วยนี่คือฟินสุด! เหมือนได้ชาร์จพลังงานจากศูนย์ให้กลับมาเป็นร้อยอีกครั้ง! ใครที่มาบึงกาฬแล้วไม่แวะร้านกาแฟโบราณแบบนี้ ถือว่ามาไม่ถึงค่ะ!
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
สำหรับแก๊งค์วัยรุ่นอย่างเรา ๆ ที่ชอบลุย ๆ แต่ก็อยากได้รูปสวย ๆ กลับไปอวดเพื่อน ตัวแม่ขอสรุปทริคการเดินทางไปหินสามวาฬแบบฉบับสายจริงจังให้นะคะ!
- การเดินทาง:
- จากกรุงเทพฯ: วิธีที่สะดวกสุด (สำหรับสายงบน้อยแต่มีเวลาเยอะ) คือรถทัวร์ VIP จากหมอชิตไปลงบึงกาฬเลยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 9-10 ชั่วโมง ตื่นมาเช้า ๆ ก็ถึงพอดี แต่ถ้าใครสายสปีดและกระเป๋าหนักหน่อย แนะนำให้บินไปลงสนามบินอุดรธานี (UTH) หรือสนามบินนครพนม (KOP) แล้วเช่ารถขับต่อไปบึงกาฬอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมงค่ะ การมีรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุดในการเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในบึงกาฬ เพราะระบบขนส่งสาธารณะอาจจะยังไม่ครอบคลุมเท่าไหร่ค่ะ
- การเดินทางไปหินสามวาฬ: เมื่อถึงตัวเมืองบึงกาฬแล้ว ต้องขับรถต่อไปที่ "ภูสิงห์" ซึ่งเป็นที่ตั้งของหินสามวาฬค่ะ ทางขึ้นหินสามวาฬจะต้องใช้รถของอุทยาน หรือรถกระบะรับจ้างเท่านั้น เพราะทางค่อนข้างชันและเป็นดินแดง ใครเอารถเก๋งมานี่อาจจะมีน้ำตาซึมค่ะ! ค่าบริการรถรับส่งก็ประมาณคนละ 60-70 บาท หรือเหมาเป็นคันก็ประมาณ 400-500 บาท แล้วแต่ตกลงกับพี่คนขับนะคะ
- ช่วงเวลาที่ควรไป:
- พระอาทิตย์ขึ้น: ฟันธงเลยว่าช่วงเช้าตรู่ประมาณ 05.30 - 07.00 น. คือดีที่สุด! นอกจากจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นสวย ๆ เหมือนหลุดมาจากโปสการ์ดแล้ว แสงยังนุ่มละมุน ถ่ายรูปออกมาผิวสวยผ่อง และที่สำคัญคือ "แดดยังไม่แรงเท่าเที่ยงตรง" ค่ะทุกคน! การขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นหมายถึงต้องตื่นเช้ามากกกกกก แบบมากจนเพื่อนอาจจะด่า แต่รับรองว่าคุ้มค่ะ!
- หน้าหนาว: ช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนจัดจนเกินไป แต่ก็ยังคงความร้อนแรงของแดดไทยอยู่ดี เพราะฉะนั้นกันแดดต้องพร้อม!
- ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นสายลุย:
- กันแดด! กันแดด! และกันแดด!: สำคัญที่สุด! ทาไปเลยค่ะ SPF 50 PA++++ ทั้งหน้าทั้งตัว อย่าได้แคร์! แดดบึงกาฬคือของจริง ไม่ใช่ของเล่น!
- หมวกและแว่นกันแดด: ไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้ นอกจากจะช่วยบังแดดแล้วยังช่วยเป็นพร็อพถ่ายรูปเก๋ ๆ ได้อีกด้วย!
- น้ำเปล่า: พกน้ำติดตัวเยอะ ๆ ค่ะ เพราะกว่าจะขึ้นไปถึงบนหินสามวาฬและเดินสำรวจอีกเนี่ย เหงื่อโซมเป็นน้ำตก!
- รองเท้าที่เดินสบาย: ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสะดวก เพราะต้องเดินขึ้นลงเนินเขาและบนก้อนหินเยอะพอสมควรค่ะ
- ระมัดระวังความปลอดภัย: การถ่ายรูปบนหินสามวาฬมีจุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น การนั่งห้อยขาตรงขอบหิน ต้องระมัดระวังให้มาก ๆ นะคะ ไม่คุ้มเลยถ้าจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อรูปสวย ๆ!
- เก็บขยะ: รักษาความสะอาดด้วยนะคะทุกคน พกถุงพลาสติกเล็ก ๆ ไปใส่ขยะของเราแล้วนำกลับลงมาทิ้งให้เรียบร้อยค่ะ!
สรุปเลยนะทุกคน! ทริปบึงกาฬ หินสามวาฬครั้งนี้คือคุ้มค่าเหนื่อยมากกกกก! แม้จะต้องเผชิญหน้ากับแดดเปรี้ยง ๆ การเดินทางสุดโหด และสภาพร่างกายที่เหมือนเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมา แต่ภาพตรงหน้าที่เห็นมันสวยงามเกินบรรยายจริง ๆ ค่ะ! เป็นอีกหนึ่งทริปที่บล็อกเกอร์สายจริงจังคนนี้อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยแปลกตา ถ่ายรูปออกมาแล้วคนต้องร้องว้าว! บึงกาฬคือคำตอบ! แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะคะทุกคนนนน!
#หินสามวาฬ #เที่ยวบึงกาฬ #เที่ยวภาคอีสาน #เที่ยวหินสามวาฬ #ภาคอีสาน