วัดภูมินทร์ น่าน: กระซิบรักยังไง ให้ได้รูปปังกว่าแฟนเก่า!


ทุกคนนนนนนน! แกเอ๊ยยยยย นี่ฉันบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวตัวแม่สายบ่น สายฟาด สายจริงจังเรื่องรูป จะมาเล่าประสบการณ์การเอาตัวรอดจากน่านฟ้าร้อนระอุให้ฟัง คือแกต้องเข้าใจก่อนนะว่าประเทศไทยเนี่ย ถ้าไม่หน้าฝนก็หน้าหนาวไปเลย แต่หน้าร้อนคือแดดมันแรงเบอร์สิบ เบอร์ที่ปลาทูยังต้องยอมแพ้ แดดที่สามารถย่างไก่บนหัวแกได้โดยไม่ต้องพึ่งเตาถ่านใดๆ เลยจ้า! คือทริปนี้มันเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงเครื่องที่สนามบินน่านเลยนะ แบบว่าพอประตูเครื่องบินเปิดปุ๊บ สัมผัสแรกที่ได้รับคือลมร้อนที่ปะทะหน้าเหมือนมีคนเอาไดร์เป่าผมเปิดเบอร์แรงสุดมาจ่อ แล้วไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดานะแก มันคือร้อนแบบมีออร่า ร้อนแบบพลังงานเยอะ ร้อนจนอยากจะควักโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คว่าแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศมันเพี้ยนรึเปล่า หรือนี่มันน่านไม่ใช่ทะเลทรายซาฮาร่า! แต่ก็เอาเถอะค่ะ เพื่อรูป เพื่อคอนเทนต์ เพื่อไลก์ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น บล็อกเกอร์คนนี้จะไม่มีวันยอมแพ้ค่ะ แค่แดดแค่นี้จะมาทำอะไรตัวแม่สายสตรองได้! (พูดงี้แต่ในใจคืออยากจะร้องขอชีวิตแล้ววิ่งกลับไปขึ้นเครื่องบินลำเดิมให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย)

แต่ถึงจะร้อนแค่ไหน ฉันก็ต้องสู้ค่ะ เพราะเป้าหมายของทริปน่านครั้งนี้คือ 'วัดภูมินทร์' สถานที่ที่เขาบอกกันว่า "กระซิบรัก" แล้วจะสมหวัง ใช่ค่ะ! ฉันมาพร้อมความหวังอันเปี่ยมล้นในการกระซิบรักกับตัวเองก่อน เพราะถ้าไม่รักตัวเองก่อน ใครจะมารักเราถูกมั้ยคะ? (ตบมุกหนึ่งกรุบ!) การเดินทางมาวัดภูมินทร์นี่ก็ไม่ใช่เล่นๆ นะคะ ต้องฝ่าฟันแดดเปรี้ยงๆ อุณหภูมิเกือบ 40 องศาเซลเซียส พร้อมความชื้นในอากาศที่ทำเอาเครื่องสำอางหลุดร่อนเร็วกว่าที่คิด สิบโมงเช้าคือแดดเหมือนบ่ายสอง แสงส่องหน้าแบบไม่ปรานี ไม่เหลือความเมตตาปราณีใดๆ เลยค่ะ เดินจากที่พักไม่ไกลมากหรอก แต่ทุกก้าวคือการเผาผลาญแคลอรีไปพร้อมๆ กับการสูญเสียน้ำในร่างกายไปเป็นลิตรๆ จนตัวรู้สึกเหมือนปลาแห้งแดดเดียวที่พร้อมจะเอาไปทอดกินได้ทุกเมื่อแล้วค่ะ แต่วิธีเอาตัวรอดของฉันคืออะไรน่ะหรอ? ง่ายๆ เลยค่ะ: หมวกปีกกว้างที่พร้อมจะกันแดดได้ถึงระดับจักรวาล, แว่นตากันแดดที่ฟาดได้ทุกแสง, ครีมกันแดด SPF 500 PA++++ (อันนี้พูดเล่นนะ แต่ทาจริงจังมาก!), แล้วก็เสื้อผ้าพลิ้วๆ ระบายอากาศดีๆ พร้อมโบกพัดลมมือถือรัวๆ ไม่ให้หน้าเมือกก่อนถึงวัดค่ะ!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

เอาล่ะ! หลังจากตะลอนทนแดดจนมาถึงวัดภูมินทร์แล้วเนี่ย ก็ได้เวลาโชว์ศักยภาพการถ่ายรูปให้โลกต้องจดจำ! ที่นี่คือสวรรค์ของคนชอบถ่ายรูปเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะมันสวยทุกมุมจริงๆ เหมือนเขาสร้างมาเพื่อเอาใจบล็อกเกอร์อย่างฉันโดยเฉพาะ! เตรียมเมมโมรี่การ์ดมาให้พร้อมนะแก เพราะจะกดชัตเตอร์จนนิ้วล็อคแน่นอน

มุมที่ 1: "กระซิบรักบันลือโลก"

นี่คือไฮไลต์ตัวแม่ของวัดภูมินทร์ค่ะทุกคน! จิตรกรรมฝาผนังปู่ม่านย่าม่าน หรือที่รู้จักกันในนาม "กระซิบรักบันลือโลก" รูปคู่รักชาวไทลื้อที่กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ข้างหูเนี่ย มันคลาสสิก มันโรแมนติก มันมีมนต์ขลังจนต้องไปยืนเลียนแบบ! วิธีโพส: แกไม่ต้องไปยืนกระซิบกับใครจริงจังหรอกค่ะ เดี๋ยวมันจะดูเฟค! ให้ทำเป็นแกล้งๆ ยืนพิงผนังเบาๆ หันข้างให้กล้องสัก 45 องศา เอียงคอเล็กน้อยไปทางรูปปู่ม่านย่าม่าน เหมือนเรากำลังตั้งใจฟังบทสนทนาของพวกเขา แล้วก็แกล้งๆ เอามือป้องปากข้างหนึ่ง เหมือนกำลังจะกระซิบตอบ หรืออีกท่าคือยืนเฉยๆ แต่หน้าต้องอิน อินเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของรูปนั้นๆ แล้วหันมาสบตากล้องแบบอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความรู้สึก "ฉันมาเพื่อสิ่งนี้!" แสง: ช่วงเวลาทองคือเช้าตรู่ก่อนเก้าโมง หรือช่วงบ่ายแก่ๆ หลังสี่โมงเย็น แสงจะนุ่มนวล ไม่จ้าเกินไป ทำให้เห็นรายละเอียดของจิตรกรรมชัดเจนและไม่เกิดเงาเข้มๆ บนหน้าเรา ถ้าไปกลางวันแดดแรง ให้ลองหามุมที่แสงส่องเข้ามาแบบพอดีๆ อาจจะต้องยืนหลบแสงนิดหน่อยแต่ต้องระวังไม่ให้รูปมืดนะจ๊ะ สไตล์การแต่งตัว: แนะนำชุดสีเอิร์ธโทน อย่างสีครีม เบจ น้ำตาลอ่อน หรือสีขาวสะอาดตา จะทำให้ชุดเราไม่แย่งซีนกับความงามของจิตรกรรมฝาผนัง แต่ยังคงความคลีนๆ มินิมอล ดูแพง ยิ่งถ้าเป็นเดรสยาวพลิ้วๆ หรือผ้าถุงเก๋ๆ หน่อยนะ คือปังแบบไม่ต้องพูดเยอะ!

มุมที่ 2: บันไดพญานาคหน้าวิหาร

ก่อนจะเข้าไปกระซิบรัก เราต้องเดินผ่านบันไดพญานาคสี่เศียรที่ทอดยาวเลื้อยนำเข้าสู่วิหารก่อนค่ะแก! อันนี้แหละคือประตูสู่ความอลังการของน่าน! วิธีโพส: แกต้องเดินขึ้นบันไดแบบช้าๆ สง่างาม เหมือนกำลังเดินพรมแดงไปรับรางวัลออสการ์ อย่าขึ้นแบบรีบๆ ลนๆ นะคะ เดี๋ยวจะดูเหมือนคนโดนไล่! ให้กล้องจับภาพจากด้านล่างขึ้นมา ให้เห็นความยิ่งใหญ่ของพญานาคและตัวเราที่กำลังเดินขึ้นไปสู่ความปัง! ลองหันหลังให้กล้องแล้วเงยหน้ามองยอดวิหาร เหมือนกำลังชื่นชมความงาม หรือจะโพสท่ากำลังจะก้าวขาขึ้นบันได แล้วหันหน้ามามองกล้องแบบยิ้มๆ ก็ได้นะ ให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด! หรืออีกท่าคือยืนตรงกลางบันได ให้พญานาคขนาบข้างเราสองฝั่ง แล้วทำท่าเอามือเท้าเอว เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาจิกกล้องเบาๆ "ฉันนี่แหละตัวแม่น่าน!" แสง: มุมนี้ถ่ายตอนเช้าตรู่ หรือช่วงบ่ายคล้อยไปแล้ว แสงจะเฉียงๆ ทำให้เห็นมิติของพญานาคสวยมากค่ะ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ได้แสงที่สาดส่องลงมาที่ตัวบันได จะให้ฟีลศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามสุดๆ สไตล์การแต่งตัว: ชุดที่เข้ากับความเป็นวัดแต่ยังคงความแฟชั่นนิสต้าไว้ได้คือชุดที่ทิ้งชายยาวหน่อย อย่างผ้าซิ่น หรือกระโปรงยาวสีสันสดใสที่ไม่ได้ฉูดฉาดจนเกินไป หรือเสื้อคลุมตัวยาวสีขาวหรือดำ ทับเสื้อด้านใน ก็ให้ฟีลเดินแบบได้เหมือนกันค่ะ!

มุมที่ 3: รอบนอกวิหารและระเบียงคด

อย่าเพิ่งคิดว่ามีแค่ข้างในนะแก ข้างนอกวิหารก็มีอะไรให้เล่นเยอะแยะค่ะ! วัดภูมินทร์เป็นอาคารจตุรมุข (โบสถ์และวิหารอยู่ในอาคารเดียวกัน) ที่มีประตูเข้า-ออกได้ทั้งสี่ทิศ แถมยังมีระเบียงคดให้เดินเล่นวนรอบๆ ด้วย วิธีโพส: หามุมที่มีลวดลายปูนปั้นสวยๆ หรือหน้าต่างไม้โบราณแล้วแกล้งๆ ยืนพิง หรือหันหน้าออกไปเหมือนกำลังชมวิว แต่สายตาต้องเหม่อลอยหน่อยๆ แบบอินเนอร์มาเต็ม! หรือจะเดินเล่นในระเบียงคด แล้วให้กล้องจับภาพจากด้านหลังเรา เหมือนกำลังเดินสำรวจวัดอย่างตั้งใจ แต่จริงๆ คือกำลังคิดว่าจะกินอะไรดีตอนเที่ยง! ลองเล่นกับเงาของเสาอาคารดูนะ ถ่ายย้อนแสงให้เห็นแค่โครงร่างเราก็เท่ไปอีกแบบ ยิ่งถ้ามีแดดรำไรส่องเข้ามาในระเบียงคดนะ โอ้โห! แสงและเงาคือเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์มาก! แสง: ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือช่วงที่แสงแดดเริ่มอ่อนลงแล้ว แสงที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างหรือใต้หลังคาเข้ามาจะสร้างมิติและเงาที่สวยงามมากค่ะ จะได้รูปที่ดูอบอุ่นและมีเรื่องราว สไตล์การแต่งตัว: ชุดที่สบายๆ แต่ดูดีมีสไตล์ อย่างเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาว กางเกงผ้าฝ้าย หรือเดรสลายผ้าไทยประยุกต์ ก็เข้ากับบรรยากาศวัดได้เป็นอย่างดี แถมยังได้ลุคคุณหนูผู้รักวัฒนธรรมอีกด้วยค่ะ! สำคัญคืออย่าลืมหมวกเก๋ๆ หรือแว่นกันแดดตัวโปรดนะจ๊ะ เป็นพร็อพได้ดี แถมกันแดดได้จริง!

☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด

หลังจากที่เดินถ่ายรูปจนเมมเต็ม ขาเริ่มล้า หน้าเริ่มเมือก (แต่รูปสวยช่างมัน!) สิ่งที่ร่างกายฉันต้องการตอนนี้ไม่ใช่อะไรอื่นเลย นอกจาก "ความเย็นฉ่ำ" ค่ะ! เดินออกมาจากวัดภูมินทร์ไม่กี่ก้าวก็เจอร้านกาแฟโบราณชื่อ 'ร้านป้าศรีโอเลี้ยงในตำนาน' (อันนี้ชื่อสมมุติให้ฟีลโบราณนะแก แต่ถ้ามีจริงคือไปตำ!) ร้านเล็กๆ ดูอบอุ่น มีโต๊ะไม้เก่าๆ ไม่กี่ตัว แต่ดูสะอาดสะอ้าน บรรยากาศเงียบสงบ หลบซ่อนตัวจากแสงแดดอันแสนเร่าร้อนได้เป็นอย่างดี คือมันให้ฟีลเหมือนได้เจอโอเอซิสกลางทะเลทรายเลยจริงๆ นะ! แอร์เย็นฉ่ำในระดับที่ว่าขนลุกซู่เลยแกเอ๊ยยย เหมือนสวรรค์ส่งมาช่วยชีวิตฉันในวินาทีนั้น

ฉันไม่รอช้าค่ะ รีบสั่ง 'โอเลี้ยงเย็นแก้วใหญ่' ทันทีแบบไม่ต้องคิดมาก! พอป้าศรีส่งแก้วมาให้เท่านั้นแหละ กลิ่นหอมเข้มข้นของกาแฟโบราณมันตีจมูกขึ้นมาทันที สีของโอเลี้ยงนี่ก็ดำขลับเป็นประกาย มีฟองละเอียดๆ ลอยอยู่ด้านบน พอจิบเข้าไปเท่านั้นแหละ...โอ๊ยยยยยยยยยยย! มันคือความฟินระดับสิบสิบล้านค่ะทุกคน! รสชาติกาแฟคือเข้มข้นถึงใจ หอมมัน ไม่หวานโดด แต่กลมกล่อมลงตัวสุดๆ ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นไปถึงขั้วหัวใจ เหมือนน้ำทิพย์ชโลมจิตที่ดับกระหายจากแดดเมืองน่านได้แบบชะงัดนักแล! ความเย็นของน้ำแข็งที่ค่อยๆ ละลายรวมกับกาแฟก็ทำให้รสชาตินุ่มนวลขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกินคู่กับ 'ชาเย็น' ของเพื่อนที่สั่งมานะ (ฉันก็แอบชิมของเพื่อนตลอดแหละค่ะ ใครไม่ชิมนี่ถือว่าผิด!) ชาเย็นของป้าศรีก็คือดีย์ไม่แพ้กันค่ะ รสชาติชาไทยแท้ๆ หอม หวาน มันกำลังดี ไม่หวานจนแสบคอ กินแล้วไม่รู้สึกผิด แถมรู้สึกชื่นใจจนอยากจะสั่งอีกแก้ว แต่ต้องห้ามใจไว้ก่อนนะแก เดี๋ยวพุงป่อง! นั่งพักสักแป๊บ ปล่อยให้ความเย็นของเครื่องดื่มค่อยๆ ซึมซาบไปทั่วร่างกาย ฟังเสียงผู้คนคุยกันเบาๆ มองวิวข้างนอกที่แสงแดดยังคงแผดเผาอย่างไม่ลดละ แต่เราได้หลบมาอยู่ในมุมที่สบายๆ แบบนี้ มันคือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่โคตรมีค่าเลยค่ะแก! ต้องไปตำให้ได้นะ!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

สำหรับน้องๆ วัยรุ่นตัวแม่ตัวพ่อที่อยากตามรอยความปังที่วัดภูมินทร์ จังหวัดน่านนี่ ฉันจะมาบอกวิธีการเดินทางและทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้ทริปของแกฟินกว่าใคร! การเดินทางไปน่านมันอาจจะดูไกล แต่เดี๋ยวนี้สะดวกสบายขึ้นเยอะค่ะ

วิธีการเดินทาง:

  1. เครื่องบิน: อันนี้คือเร็วสุด สบายสุด เหมาะกับคนเวลาน้อยอย่างฉันค่ะ บินตรงไปลงสนามบินน่านได้เลย จากสนามบินก็สามารถเรียกแท็กซี่ รถเช่า หรือรถรับจ้างต่างๆ เข้าเมืองได้สบายมาก วัดภูมินทร์อยู่ในตัวเมืองเลยค่ะ ไม่ไกล
  2. รถทัวร์: สำหรับสายประหยัด มีเวลาชิลล์ๆ รถทัวร์ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีค่ะ มีรถออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังน่านหลายบริษัทเลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9-10 ชั่วโมง แนะนำให้นั่งรถรอบกลางคืน จะได้หลับยาวๆ ตื่นมาก็ถึงน่านพอดี!
  3. รถยนต์ส่วนตัว: ถ้าแกเป็นสาย Road Trip ชอบแวะเที่ยวระหว่างทาง ขับรถไปเองก็สนุกดีค่ะ แต่ต้องมั่นใจว่าคนขับอึดจริง เพราะมันใช้เวลานานอยู่เหมือนกันนะแก! เตรียมเพลย์ลิสต์เพลงมันส์ๆ ขนมขบเคี้ยวให้พร้อม!

ช่วงเวลาที่ควรไป:

ไฮไลต์คือ: ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ประมาณเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์) อากาศจะเย็นสบาย ไม่ร้อนมาก เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูป แต่คนก็จะเยอะเป็นพิเศษนะแก! ถ้าอยากได้รูปสวยๆ คนน้อยๆ แนะนำให้ไปเช้าตรู่ของวันธรรมดาค่ะ ประมาณเจ็ดโมงแปดโมงเช้าเนี่ยแหละ แสงกำลังสวย คนยังไม่พลุกพล่าน จะได้รูปปังๆ แบบไม่ต้องรอนาน ถ่ายไปสิบรูปได้รูปสวยครบสิบรูปแน่นอน! หรือถ้าไม่ชอบตื่นเช้ามาก ก็ไปช่วงบ่ายแก่ๆ หลังสี่โมงเย็นก็ได้ แสงจะเริ่มอ่อนลง บรรยากาศจะอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกแบบ แต่ก็ต้องระวังเรื่องนักท่องเที่ยวที่เยอะขึ้นมาด้วยนะ

ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นที่จะตามรอย:

  • แต่งกายสุภาพ: ถึงจะเป็นวัยรุ่นสายแฟชั่น แต่เรามาวัดนะแก! เสื้อผ้าต้องไม่โป๊จนเกินไป งดเสื้อสายเดี่ยว เกาะอก กางเกงขาสั้นเหนือเข่ามาก หรือกระโปรงสั้นจิ๋ว ให้เน้นเสื้อมีแขน กางเกงขายาว หรือกระโปรงยาวคลุมเข่า จะได้ไม่โดนป้าๆ แถวนั้นมองแรงเอา! แต่ก็ยังคงความเก๋ไก๋ได้นะแก เลือกผ้าพลิ้วๆ สีละมุนๆ เข้ากับบรรยากาศวัดได้ดีเลย
  • เตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม: หมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด พัดลมมือถือ ร่มขนาดเล็ก คือสิ่งจำเป็นกว่าโทรศัพท์มือถือและพาวเวอร์แบงก์ในบางที! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแดดน่านมันแรงจริงไรจริง!
  • พาวเวอร์แบงก์คือเพื่อนแท้: ถ่ายรูปเยอะ กดโซเชียลบ่อย แบตหมดเร็วแน่นอนค่ะ อย่าลืมพาวเวอร์แบงก์คู่ใจไปด้วยนะ ไม่งั้นได้กรี๊ดสลบกลางวัดแน่ๆ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: เมืองไทยร้อนมากค่ะทุกคน! ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ บ่อยๆ ช่วยป้องกันอาการฮีทสโตรกและช่วยให้หน้าไม่โทรมด้วยนะแก!
  • เคารพสถานที่: เป็นวัยรุ่นสายเที่ยวที่น่ารัก ต้องรู้จักเคารพสถานที่ งดส่งเสียงดัง ไม่วิ่งเล่น และระมัดระวังในการถ่ายรูปนะจ๊ะ!

สรุปเลยนะแก วัดภูมินทร์ จังหวัดน่านเนี่ย คือสถานที่ที่โคตรคุ้มค่ากับการมาเยือน ไม่ว่าจะต้องฝ่าแดดแค่ไหน หรือเดินทางมาไกลเท่าไหร่ มันให้ฟีลเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในยุคสมัยเก่าๆ ที่ทุกอย่างดูสงบ อบอุ่น และมีมนต์ขลัง รูปที่ได้ก็คือสวยสับทุกรูปแน่นอน ยอดไลก์พุ่งกระฉูดจนเพื่อนต้องอิจฉา! ได้เห็นงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ได้สัมผัสวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองน่าน ได้ดื่มโอเลี้ยงเย็นชื่นใจหลังเหนื่อยมาทั้งวัน และที่สำคัญคือได้ "กระซิบรัก" กับตัวเองอีกครั้งว่า "แกนี่แหละตัวแม่! เก่งสุด! สวยสุด!" เพราะฉะนั้น ถ้าใครยังลังเลอยู่ ไม่ต้องคิดเยอะแล้วค่ะ เก็บกระเป๋า แล้วพุ่งตัวมาน่านเลยค่ะแก! รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน! 

#วัดภูมินทร์ #เที่ยวน่าน #เที่ยวภาคเหนือ #เที่ยววัด #เที่ยวไทย, 


admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads