กำแพงเพชร: เปิดวาร์ปย้อนยุค! (แต่ชุดไม่ต้องโบราณตามนะแก)



กรี๊ดดดดด! แก๊!!!! วันนี้อีตัวแม่ตัวคลอดบุตรจะพาทุกคนไป "เปิดวาร์ปย้อนยุค!" กันที่กำแพงเพชร! แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะว่าชุดไม่ต้องโบราณตามนะแก เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! พูดถึงกำแพงเพชรนี่เอาจริงตอนแรกก็แอบสบประมาทเบาๆ ว่า 'จะมีอะไร' วะ? นอกเหนือจากที่ท่องในวิชาประวัติศาสตร์ว่า "กำแพงเพชร ศรีสัชนาลัย สุโขทัย" แล้วคือไม่มีภาพในหัวเลยจ้ะแม่! แต่ในเมื่อชีวิตมันต้องการคอนเทนต์ ต้องการยอดไลก์ ต้องการฟีลใหม่ๆ บวกกับแก๊งเพื่อนสายบ้าชวนไป ก็จัดไปสิคะรออะไร! แต่การเดินทางสู่แดนอารยธรรมโบราณเนี่ย มันไม่ใช่แค่การเปิด Google Maps แล้วขับรถไปเฉยๆ นะ มันคือการเตรียมใจ เตรียมกาย และเตรียมผิว!!! ให้พร้อมรบกับทุกสภาพอากาศ โดยเฉพาะแดดประเทศไทยที่ไม่เคยปราณีใครหน้าไหน ไม่ว่าจะตัวแม่ ตัวพ่อ หรือแม้แต่ตัวมัมอย่างฉันเอง!

เริ่มต้นตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้านค่ะทุกคน! คือฉันก็คิดนะว่าการเดินทางไปต่างจังหวัดครั้งนี้จะต้องสวย ต้องปัง ต้องเป็นนางพญาผู้เลอโฉม ท่ามกลางโบราณสถานเก่าแก่แน่ๆ เลยจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผม เตรียมชุดมินิมอลแต่ยังคงความเป็นแฟชั่นนิสต้า กระโปรงพลิ้วๆ รองเท้าแตะแฟชั่นสีขาวคลีนๆ เข้ากับทุกชุด พร้อมถ่ายทุกมุม แต่พอรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ ได้สักพัก แดดก็เริ่มแผลงฤทธิ์ แบบไม่ให้เกียรติชาวติ๊กต็อกอย่างฉันเลย! แดดเมืองไทยคือของจริง ของแท้ ของโคตรจริง! มันสาดส่องลงมาแบบไม่เกรงใจใยดี ตั้งแต่กระจกรถจนถึงรูขุมขน! สกินแคร์ที่โบกมาคือพร้อมไหลลงพื้นแล้วหนึ่ง! เพื่อนที่นั่งข้างๆ ก็เริ่มบ่น "ร้อนไม่ไหวแล้วแม่!" ส่วนฉันก็พยายามทำหน้าชิลล์ๆ ชิคๆ ถ่ายสตอรี่รถติดไปเรื่อยๆ พร้อมแคปชั่น "มุ่งหน้าสู่กำแพงเพชร...เพื่อคอนเทนต์และความพังของเมคอัพ" (หัวเราะทั้งน้ำตา) แต่พอไปถึงเท่านั้นแหละแก...ความร้อนที่สะสมมาตลอดทางก็คือประหนึ่งว่าโดนอบซาวน่ากลางแจ้ง! แดดคือแผดเผาชนิดที่ว่าถ้าเดินไม่ระวัง อาจจะเห็นภาพหลอนว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ท่ามกลางทะเลทรายซาฮาร่า! แต่เพื่อยอดไลก์ เพื่อความปัง เพื่อชื่อเสียงของบล็อกเกอร์สาวคนนี้ ฉันก็จะสู้ค่ะ! สู้ไม่ถอย! สู้จนกว่าจะได้รูปสวยๆ กลับไปลงไอจี!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

มาถึงไฮไลต์ของงานนี้แล้วค่ะคุณผู้ชม! อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรนี่ไม่ใช่แค่โบราณสถานธรรมดานะแก แต่มันคือรันเวย์ส่วนตัวสำหรับตัวแม่สายคอนเทนต์แบบเราๆ เลย! คือถ้าจัดองค์ประกอบดีๆ หามุมเจ๋งๆ นะ รับรองยอดไลก์พุ่งกระฉูด ยอดฟอลทะลุเพดานแน่นอน! ฉันจะบอกทริคให้เลยนะว่าแดดแรงเบอร์สิบแบบนี้คือเราต้องเล่นกับแสงให้เป็น! ถ้าฟ้าครึ้มคือจบ! ต้องแสงแรงๆ นี่แหละค่ะ คอนทราสต์มันจะดีงาม ถ่ายออกมาแล้วเหมือนภาพวาด!

  • มุมที่ 1: วัดพระแก้วกับเจดีย์ฐานช้างล้อม!
    แกเอ๊ยยย! จุดนี้คือซิกเนเจอร์! มันคือความอลังการงานสร้างที่แท้ทรู! วัดพระแก้วนี่เป็นวัดใหญ่ที่สุดในอุทยานเลยนะ และองค์เจดีย์ฐานช้างล้อมนี่คือเด่นเป็นสง่าสุดๆ! มันจะมีเจดีย์องค์ประธานขนาดใหญ่ที่ฐานมีรูปปั้นช้างรอบๆ เป็นปูนปั้นที่ยังคงสภาพให้เราได้เห็นความละเอียดอ่อนในอดีต คือแค่เห็นก็รู้สึกได้ถึงพลังงานโบราณที่แผ่ซ่านออกมาแล้ว! มุมที่สับที่สุดคือให้ยืนเยื้องๆ กับองค์เจดีย์ค่ะแก ให้เห็นความยิ่งใหญ่ของเจดีย์เป็นแบล็กกราวด์ แล้วเราก็ยืนเริ่ดๆ เชิดๆ แผ่รังสีความเป็นตัวแม่แบบ "ฉันนี่แหละ...ผู้ครอบครองอาณาจักรนี้!" หรือจะเดินช้าๆ หันหลังให้กล้องแล้วเอียงหน้ามองไหล่นิดๆ ทำเป็นเผลอๆ มองความงามของโบราณสถาน ให้แสงแดดยามบ่ายสาดลงมาที่ผมปลิวๆ ดูมีเรื่องราว! ฟีลแบบนางพญาผู้ถูกสาปให้มาเกิดใหม่ในยุค 5G! ส่วนชุดนะ ขอเป็นชุดเดรสยาวๆ พลิ้วๆ สีสดใสตัดกับสีอิฐสีปูนของโบราณสถานไปเลยค่ะ ให้มันเด่นเด้งออกมาจากเฟรม! ส้ม แดง เขียวพาสเทล หรือเหลืองมัสตาร์ดนี่คือเข้าสุดๆ! หรือถ้าจะเอาฟีลแพงๆ ก็ขาว ครีม เบจไปเลยค่ะ แล้วหาพร็อพอย่างหมวกปีกกว้างๆ มาเสริมความปัง ถ่ายออกมาคือเหมือนหลุดมาจากนิตยสาร Vogue เวอร์ชั่นย้อนยุคแน่นอน!

  • มุมที่ 2: วัดพระธาตุกับเจดีย์ทรงกลมสุดชิค!
    ถัดจากวัดพระแก้วมานิดนึงแกจะเจอวัดพระธาตุค่ะ! วัดนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตอลังการเท่า แต่มีความชิคคูลอยู่ในตัว! เจดีย์องค์ประธานของที่นี่จะเป็นทรงกลม มีกำแพงแก้วล้อมรอบ มันจะดูมินิมอลกว่า แต่มีความขลังที่ซ่อนอยู่! มุมที่ฉันชอบมากคือเดินเข้าไปใกล้ๆ เจดีย์ทรงกลม แล้วหาจังหวะที่แสงสาดลงมาพอดี ทำให้เกิดเงาที่ดูมีมิติ! โพสท่าแบบนั่งหันข้างที่ขั้นบันไดอิฐเก่าๆ แล้วเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าเล็กน้อย ทำท่าเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่ ให้ดูเป็นสาวมีสตอรี่ หรือจะยืนพิงกำแพงอิฐเก่าๆ แล้วมองตรงมาที่กล้องแบบมั่นๆ แฝงความเซ็กซี่เล็กๆ ให้คนดูต้องหยุดไถฟีด! เสื้อผ้าแนะนำเป็นเสื้อครอปกับกางเกงผ้าลินินสีเอิร์ธโทนค่ะแก ฟีลแบบสบายๆ แต่ยังดูมีสไตล์ ไม่ได้ตั้งใจจะสวยอะไรหรอก...แค่สวยไปเอง! หรือจะเป็นเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ผูกเอวกับกางเกงขาสั้นก็เก๋ไปอีกแบบ!

  • มุมที่ 3: กำแพงเมืองเก่า...ป้อมประตูแบบตัวมัม!
    อันนี้คือทีเด็ด! กำแพงเมืองเก่าและป้อมประตูที่นี่คือใหญ่โตแข็งแรงมาก! เป็นอิฐศิลาแลงก้อนโตๆ เรียงกันขึ้นไปสูงๆ ให้ฟีลเหมือนกำลังอยู่ในสมรภูมิรบโบราณ! มุมนี้ต้องถ่ายให้เห็นความใหญ่โตของกำแพงเมืองค่ะแก! ให้คนดูรู้ว่าเราตัวเล็กแค่ไหนเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์! ฉันแนะนำให้ยืนกลางป้อมประตู หรือยืนพิงกำแพงสูงๆ แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าด้วยแววตามาดมั่น! หรือจะเดินผ่านประตูเมืองเข้ามาแบบสโลว์โมชั่นให้เพื่อนถ่ายรัวๆ ก็ได้ ฟีลเหมือนแม่ทัพหญิงนำทัพกู้ชาติ...แต่ชุดยังคงเป็นเดรสชีฟองสีลูกกวาด! หรือจะหันหลังให้กล้องแล้วยืดแขนขึ้นไปจับกำแพงเมืองแบบทำท่าจะปีน (แต่ไม่ต้องปีนจริงนะแก อันตราย!) คือเอาให้รู้ว่ามาถึงแล้ว! มาถึงแบบยิ่งใหญ่! แสงที่ดีที่สุดสำหรับมุมนี้คือช่วงบ่ายแก่ๆ ค่ะ เพราะแสงจะส่องเฉียงๆ ลงมา ทำให้เกิดเงาที่ดูมีพลัง และขับให้สีของอิฐศิลาแลงดูเข้มขลังขึ้นไปอีก ถ่ายออกมาคือไม่ต้องแต่งฟิลเตอร์อะไรมากเลย แค่นี้ก็ปังจนต้องกรีดร้องแล้ว!

☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด

หลังจากที่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้กลางแดดแผดเผาจนผิวกรอบ หน้ามันเยิ้ม เมคอัพไหลทุกอณูขุมขน คือบอกเลยว่าสภาพเหมือนคนเพิ่งหนีไฟไหม้มาค่ะทุกคน! ฉันกับเพื่อนคือสบตากันแบบไม่ต้องพูดอะไรกันเลย รู้เลยว่าเป้าหมายต่อไปคือการตามหาน้ำหวานเย็นๆ ชื่นใจมาดับร้อน! และใช่ค่ะแก! ตัวแม่คนนี้ก็หาพิกัดลับมาให้พวกแกแล้ว! ร้านนี้คือ "ร้านกาแฟป้าติ๋มโอเลี้ยงโบราณ" ค่ะ! ซ่อนตัวอยู่แบบเนียนๆ หลังกำแพงเก่า ใกล้ๆ ประตูเมือง คือต้องสังเกตดีๆ นะแก ไม่งั้นพลาดของดี! บรรยากาศร้านคือโคตรชิลล์ โคตรบ้านๆ โต๊ะเก้าอี้พลาสติกสีเขียวๆ แดงๆ พัดลมตัวใหญ่ๆ หมุนเอื่อยๆ คือมันคือความเรียบง่ายที่โหยหาหลังจากเจอความวุ่นวายของชีวิตโซเชียล! พอเดินเข้าร้านไปป้าติ๋มก็ยิ้มต้อนรับแบบใจดี๊ใจดีเหมือนเจอญาติที่ไม่ได้เจอกันมาชาติเศษ!

และเมนูที่ฉันสั่งก็คือ โอเลี้ยงโบราณค่ะ! แกเอ๊ยยยยย! ตอนแก้วแรกมาเสิร์ฟนะคือแทบจะยกซดทั้งแก้วเลย! สีดำเข้มข้น เนื้อน้ำแข็งป่นละเอียดๆ ราดด้วยนมข้นหวานฉ่ำๆ ที่ไหลเยิ้มลงมาแบบยั่วยวนสุดๆ! พอได้จิบเข้าไปคำแรกนะ คือเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด! ความขมเข้มของกาแฟโบราณที่คั่วมาแบบหอมกรุ่น ตัดกับความหวานมันของนมและน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบที่ไหลลงคอไปคือมันใช่! มันคือชีวิต! มันคือการเยียวยาจิตใจที่พังพินาศจากการต่อสู้กับแดดเมื่อครู่! มันทำให้ฉันอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นโอเลี้ยงเลยทีเดียว! เพื่อนฉันสั่งชาเย็นค่ะแก แล้วก็กรี๊ดออกมาดังกว่าฉันอีก! "แม่! ชาเย็นร้านนี้คือถูกต้อง! ถูกต้องตามหลักการชาเย็นที่ควรจะเป็น!" สีส้มจัดจ้าน หวานหอม กลมกล่อม ไม่เจือจาง คือป้าติ๋มแกชงแบบใส่ใจทุกขั้นตอนจริงๆ! ไม่ได้มาแบบใส่น้ำแข็งเยอะๆ แล้วชาจืดๆ แบบบางร้านนะแก! แถมราคาก็คือเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มาก! แบบว่าถูกจนอยากจะเหมาทั้งร้านไปเลยค่ะ! คือเป็นพิกัดที่ต้องมาให้ได้จริงๆ นะแก ไม่มาคือพลาดมาก! ฉันนั่งจิบโอเลี้ยงไป มองวิวโบราณสถานไกลๆ ไป คุยกับป้าติ๋มไป คือฟีลดีจนอยากจะสิงร่างที่ร้านเลยจ้า! แบตเตอรี่ชีวิตคือชาร์จเต็ม 100% พร้อมลุยคอนเทนต์ต่อไป!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

มาถึงข้อมูลสำคัญสำหรับแก๊งวัยรุ่นสายเที่ยวที่อยากจะตามรอยตัวแม่แล้วค่ะ! กำแพงเพชรนี่ไม่ได้อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แบบไปเช้าเย็นกลับสบายๆ เหมือนอยุธยานะแก! ฉะนั้นต้องวางแผนดีๆ ค่ะ!

  • การเดินทาง:
    * รถยนต์ส่วนตัว: อันนี้คือสะดวกสุด ปังสุด! ขับเองชิลล์ๆ แวะพักตามปั๊มสวยๆ ถ่ายรูปสับๆ ระหว่างทางได้ตลอด! ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเร็วและจำนวนครั้งที่แวะเติมพลังด้วยโอเลี้ยง! แนะนำให้เปิด Google Maps แล้วขับตามไปเลยค่ะ! ถนนหนทางคือกว้างขวาง ขับง่าย ไม่ได้ลำบากอะไรเลย!
    * รถทัวร์: สายประหยัดก็รถทัวร์เลยค่ะ! มีรถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ไปกำแพงเพชรหลายรอบต่อวัน ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง แล้วแต่บริษัทและเส้นทาง! พอไปถึงสถานีขนส่งกำแพงเพชรแล้วค่อยหารถสองแถว หรือจะเรียก Grab (ถ้ามีนะแก) เข้าไปอุทยานฯ อีกที! สะดวกและประหยัด แต่ก็อาจจะเสียเวลาในการต่อรถนิดหน่อย
    * เครื่องบิน/รถไฟ: ไม่แนะนำเลยแก! กำแพงเพชรไม่มีสนามบินหรือสถานีรถไฟใหญ่ๆ ต้องไปลงที่พิษณุโลกหรือนครสวรรค์ แล้วต่อรถสาธารณะมาอีกที ซึ่งคือเสียเวลา เสียจริต และเสียอารมณ์สุดๆ! เก็บแรงไปโพสท่าดีกว่าเนอะ!

  • การเดินทางภายในอุทยานฯ:
    อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรคือกว้างมากกกก! เดินอย่างเดียวมีหวังเป็นลมแดดคาโบราณสถานแน่นอน! แนะนำให้เช่าจักรยานปั่นค่ะแก ชิลล์ๆ ถ่ายรูปคูลๆ ได้อีก! หรือถ้าใครขี้เกียจปั่น ก็จะมีรถกอล์ฟให้เช่าพร้อมคนขับ พาไปตามจุดต่างๆ ได้เลย สะดวกสบาย แต่ก็แพงกว่านิดนึง! เลือกเอาตามสไตล์และความขี้เกียจของแต่ละคน!

  • ช่วงเวลาที่ควรไป:
    ฉันขอร้องงงงง! อย่าไปช่วงหน้าร้อนเด็ดขาด! เมษา-พฤษภาคมนี่คือแดดเมืองไทยพร้อมแผดเผาแกให้กรอบเป็นหมูกรอบเลยนะ! นอกจากจะได้ผิวแทนเบอร์สิบแล้ว อาจจะได้ของแถมเป็นลมแดดกลับบ้านด้วย! ช่วงเวลาที่เริ่ดที่สุดคือหน้าหนาวค่ะแก! พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์นี่แหละคือดีงามพระรามแปด! ลมเย็นพัดโชย ผมสยาย ไม่ต้องกลัวเมคอัพไหล! หรือถ้าต้องไปช่วงอื่นจริงๆ ก็ขอให้ไปตอนเช้าตรู่ก่อน 10 โมง หรือช่วงบ่ายแก่ๆ หลังบ่าย 3 โมงไปแล้ว แสงกำลังสวย และแดดไม่แรงเท่าช่วงกลางวันค่ะ!

  • ข้อควรระวังและทริคควรรู้สำหรับวัยรุ่นสายคอนเทนต์:
    * กันแดด! กันแดด! กันแดด!: โบกไปเลยค่ะ SPF 50+++ เป็นสิบรอบ! อย่าได้สนว่าจะเหนอะหนะ เพราะเดี๋ยวผิวจะไหม้จนต้องร้องขอชีวิต!
    * หมวกและร่ม: คืออุปกรณ์เสริมความรอด! เตรียมให้พร้อมทุกขนาดและสีสัน! นอกจากจะช่วยบังแดดแล้วยังเป็นพร็อพถ่ายรูปเก๋ๆ ได้อีกนะแก!
    * น้ำเปล่าคือน้ำทิพย์: พกน้ำไปเยอะๆ ค่ะ! ดื่มไปเรื่อยๆ อย่ารอให้หิวนะ ไม่งั้นจะขาดน้ำจนเวียนหัวเอาได้!
    * รองเท้าที่เดินสบาย: ส้นสูงพักก่อนนะแก! ที่นี่คือต้องเดินเยอะ เดินบนพื้นดิน พื้นอิฐที่ไม่เรียบ! ฉะนั้นขอเป็นรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าแตะแฟชั่นที่เดินสบายๆ ค่ะ! เดี๋ยวเท้าพังแล้วจะหาว่าไม่เตือน!
    * พัดลมมือถือ/ผ้าเย็น: อันนี้คือสิ่งประดิษฐ์จากสวรรค์ที่แท้ทรู! ช่วยชีวิตได้เยอะมากค่ะแก! หรือจะพกสเปรย์น้ำแร่เย็นๆ ไว้ฉีดหน้าก็ได้นะ!
    * พาวเวอร์แบงก์: ขาดไม่ได้เด็ดขาด! เพราะต้องถ่ายรูปอัพสตอรี่วนไป! แบตหมดคือชีวิตจบนะแก!

สรุปเลยนะแก กำแพงเพชร: เปิดวาร์ปย้อนยุค! (แต่ชุดไม่ต้องโบราณตามนะแก) เนี่ย คือทริปที่เหนื่อยแต่โคตรคุ้ม! เหนื่อยกับการต่อสู้กับแดดเมืองไทย แต่คุ้มค่ากับภาพสวยๆ และประสบการณ์ดีๆ ที่ได้กลับมา! ได้มาเห็นความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ มันทำให้เราได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสประวัติศาสตร์จริงๆ เป็นอีกหนึ่ง Hidden Gem ที่ฉันอยากให้ทุกคนมาเช็คอิน มาถ่ายรูปสับๆ มาดื่มโอเลี้ยงดับร้อน แล้วกลับไปพร้อมสตอรี่ที่โคตรปัง! อย่ารอช้าค่ะแก! ไปค่ะ ไปให้สุด! แล้วหยุดที่คำว่า "สวย"!

#อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร #เที่ยวกำแพงเพชร


admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads