เตือนแล้วนะ! พิพิธภัณฑ์สิรินธร กาฬสินธุ์: ไดโนเสาร์ยืนรออยู่ (แอบลุ้นว่าจะงับใครก่อน)



เตือนแล้วนะ! พิพิธภัณฑ์สิรินธร กาฬสินธุ์: ไดโนเสาร์ยืนรออยู่ (แอบลุ้นว่าจะงับใครก่อน)

ทุกคนขาาาาา! ตัวแม่ตัวคลอดบุตรอย่างอิชั้นเนี่ย ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาลงหลักปักฐาน เอ๊ย! ไม่ใช่! มาลงหลักปักใจที่กาฬสินธุ์! จังหวัดที่หลายคนอาจจะแบบ “กาฬสินธุ์มีอะไรอะแม่?” ขอตอบตรงนี้เลยค่ะว่า “มีแดดค่าาาาาา!” ไม่ใช่แค่แดดธรรมดานะคะคุณ แต่เป็นแดดที่แรงกว่าคำด่าของอีเจ๊ข้างบ้านรวมกันสิบคน! แดดชนิดที่ว่าถ้าเรายืนตากแดดนานๆ อาจจะวิวัฒนาการกลับไปเป็นไดโนเสาร์ได้เลย! แต่ถึงแดดจะแรงเบอร์สิบแปดล้าน อิชั้นก็สู้ค่ะ! เพราะภารกิจของเราวันนี้คือการไปพิชิตพิพิธภัณฑ์สิรินธร ศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว จังหวัดกาฬสินธุ์ ดินแดนที่น้องไดโนเสาร์เค้าพากันมาคลอดลูกคลอดหลานทิ้งโครงกระดูกไว้ให้เราไปตามเก็บรูปเก๋ๆ ยอดไลก์พุ่งกระฉูด! การเดินทางไปกาฬสินธุ์ครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่เพื่อนตัวแสบมันป้ายยาว่า “แก! กาฬสินธุ์มันมีไดโนเสาร์นะ! แบบโครงกระดูกจริงจัง ไม่ใช่พลาสติก! แกต้องไป!” เท่านั้นแหละค่ะ สัญชาตญาณความตัวแม่นักเดินทางก็พลุ่งพล่าน สอยตั๋วเครื่องบินแบบฉ่ำๆ แล้วก็มุ่งหน้าสู่แดนอีสานในตำนาน! ตอนนั่งเครื่องบินก็ยังเผลอคิดนะว่า “นี่ฉันมาทำอะไรที่นี่นะ?” แต่พอเท้าเหยียบลงพื้นดินของกาฬสินธุ์เท่านั้นแหละค่ะ ความร้อนระอุที่แผ่ซ่านเข้ามาสู่ร่างกายมันทำให้รู้เลยว่า นี่แหละ… นี่แหละคือการผจญภัยที่แท้ทรู!

หลังจากเอาชีวิตรอดจากสนามบินมาได้แบบฉิวเฉียดด้วยการโบกแท็กซี่มิเตอร์ที่วิ่งผ่านไปแบบไม่มีวี่แววจะหยุด (เกือบต้องเดินโบกธงขาวขอความช่วยเหลือแล้วหนึ่ง) เราก็มุ่งหน้าสู่โรงแรมเพื่อรีชาร์จพลังงานด่วนๆ ก่อนจะออกล่าแสงและเงา! แต่ใครจะรู้ว่าแม้แต่ในรถแอร์เย็นๆ แดดเมืองไทยมันก็ยังอุตส่าห์เล็ดลอดเข้ามาตามช่องกระจก แผดเผาแขนขาให้รู้สึกถึงอณูความร้อนที่ซึมลึกเข้าสู่ผิวจนอยากจะร้องขอชีวิต! บอกเลยว่าทริปนี้ นอกจากจะต้องเตรียมเสื้อผ้าหน้าผมให้เป๊ะแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “กันแดด” ค่ะคุณ! กันแดด SPF 500 คือน้อยไปนะ ต้อง SPF Infinity ไปเลยจ้าาา! และแล้วเช้าวันรุ่งขึ้น วันแห่งการเผชิญหน้ากับไดโนเสาร์ก็มาถึง! อิชั้นตื่นแต่เช้า แต่งตัวแบบจัดเต็ม ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม และที่สำคัญที่สุดคือ “แว่นกันแดด” ชิ้นใหญ่เท่ากระด้ง เพราะไม่รู้ว่าจะต้องสบตากับน้องทีเร็กซ์ที่รออยู่ข้างหน้าตอนไหน! พอไปถึงหน้าพิพิธภัณฑ์สิรินธรเท่านั้นแหละค่ะ แทบกรี๊ด! คือมันยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้างมากแม่! แค่ทางเข้าก็กินขาดแล้ว มีน้องไดโนเสาร์ตัวใหญ่ยืนทักทายอยู่หน้าประตู เหมือนจะบอกว่า “ยินดีต้อนรับสู่บ้านของพวกเรานะมนุษย์ตัวเล็ก!” แอบลุ้นนะว่ามันจะงับใครก่อนดีระหว่างอิชั้นกับตากล้องส่วนตัว! เอาล่ะ! เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปถ่ายรูปสับๆ อัปเดตโซเชียลกันเลยค่ะ!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

มาถึงแล้ว ไม่ได้รูปกลับไปคือบาปค่ะทุกคน! นี่คือประมวลภาพจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่อิชั้นการันตีว่ายอดไลก์พุ่งกว่าจรวดของ Elon Musk แน่นอนค่ะ!

  1. 1. มุมไดโนเสาร์ต้อนรับหน้าพิพิธภัณฑ์ (Signature Shot ที่ห้ามพลาด!)

    ทันทีที่ก้าวขามาถึงหน้าพิพิธภัณฑ์ คุณจะเจอเจ้านายใหญ่ใจดี (มั้ง?) ยืนตระหง่านรอต้อนรับอยู่! น้องไดโนเสาร์ตัวเบิ้มๆ ที่เห็นนี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นของการเป็นตัวแม่สายคอนเทนต์! มุมนี้บอกเลยว่าแสงดี๊ดี ถ้ามาช่วงเช้าตรู่ประมาณ 9 โมงนิดๆ แสงจะยังไม่โหดมาก หรือไม่ก็ช่วงบ่ายแก่ๆ ประมาณ 4 โมงเย็น แสงจะส้มๆ นัวๆ ถ่ายออกมาแล้วผิวผ่อง หน้าใส ไม่ต้องพึ่งแอปเยอะ! ส่วนท่าโพส? ห้ามยืนนิ่งๆ เป็นรูปปั้นนะแก! ต้องมีการแสดง! จะแอคว่าตกใจกลัวน้องไดโนเสาร์กำลังจะงับหัว (แต่จริงๆ ก็คือยิ้มแห้งๆ ในใจ) หรือจะยืนโพสแบบมั่นๆ เชิดๆ แล้วเอามือเท้าเอว สายตาจิกกล้อง บอกว่า "ฉันนี่แหละคือควีนของดินแดนไดโนเสาร์!" ก็ได้หมด! หรือถ้าใครสายฮา ก็ลองแอคท่าวิ่งหนีแบบจริงจัง หรือแกล้งทำเป็นวิ่งไล่จับน้องดูสิคะ รับรองว่าเพื่อนขำ กดยิ้มรัวๆ แน่ๆ! สไตล์การแต่งตัวสำหรับมุมนี้ แนะนำว่าต้องสีสันสดใสตัดกับสีทึมๆ ของไดโนเสาร์หน่อยค่ะ เช่น เสื้อครอปสีนีออน แจ็กเก็ตยีนส์ตัวโปรด หรือจะเป็นเดรสพลิ้วๆ ที่มีลวดลายเก๋ๆ ก็ได้หมด จะได้ดูโดดเด่นไม่กลืนไปกับฉากหลังค่ะ! อย่าลืมพร็อพอย่างแว่นกันแดด หรือหมวกเก๋ๆ มาเพิ่มความชิคด้วยนะ!

  2. 2. โซนโครงกระดูกไดโนเสาร์ยักษ์ด้านใน (ความอลังการที่แท้ทรู!)

    อันนี้คือไฮไลต์! ไฮไลต์แบบตะโกน! พอเดินเข้าไปในโซนจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์เท่านั้นแหละค่ะ คุณจะแบบ “อู้วหูวววววววว!” เพราะโครงกระดูกมันใหญ่มากกกก ใหญ่แบบที่ว่าต้องแหงนมองคอตั้งบ่า! ที่นี่มีโครงกระดูกไดโนเสาร์หลายสายพันธุ์จัดแสดงอยู่เต็มไปหมด ทั้งที่ค้นพบที่นี่ และจากที่อื่นๆ ให้เราได้ตะลึงพรึงเพริดกันไปเลย! มุมถ่ายรูปยอดฮิตคือการยืนใกล้ๆ กับโครงกระดูกที่ตัวใหญ่ที่สุด แล้วหันหน้าเงยขึ้นไปมองแบบอ้าปากค้างเล็กน้อย ทำหน้าเหมือนกำลังตื่นตะลึงในความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษเรา (เอ่อ...ไม่แน่ใจว่าเป็นบรรพบุรุษมั้ยนะ แต่ก็โบราณพอกันอะ!) หรือจะลองยืนแล้วเอามือแตะคาง ทำท่าคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งเหมือนเป็นนักบรรพชีวินวิทยา (แต่ในใจคือคิดว่าเย็นนี้กินอะไรดี?) แสงในโซนนี้บางจุดอาจจะสลัวๆ หน่อย แต่ก็สร้างบรรยากาศลึกลับได้ดีค่ะ ลองใช้โหมด Portrait ในมือถือดูนะ จะช่วยให้ตัวเราโดดเด่นขึ้นมา ส่วนเสื้อผ้าขอแนะนำเป็นโทนสีกลางๆ หรือเอิร์ธโทน อย่างเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ กางเกงคาร์โก้ หรือชุดจัมพ์สูทเท่ๆ จะให้ฟีลนักสำรวจสาวสุดคูลได้แบบเนียนๆ เลยค่ะ เพิ่มพร็อพเป็นสมุดโน้ตกับดินสอ จะยิ่งทำให้ดูเหมือนนักสำรวจมืออาชีพที่กำลังจดบันทึกความลับของโลกดึกดำบรรพ์ (แต่จริงๆ คือจดเมนูข้าวเที่ยง!) ลองหามุมที่ได้ถ่ายติดโครงกระดูกหลายๆ ชิ้น จะได้ความยิ่งใหญ่แบบคูณสิบไปเลย!

  3. 3. มุมจัดแสดงจำลองบรรยากาศดึกดำบรรพ์ และกรงเล็บยักษ์ (เล่นใหญ่เล่นโตไปเลย!)

    นอกจากโครงกระดูกแล้ว พิพิธภัณฑ์เขาก็ยังมีโซนจัดแสดงจำลองสภาพแวดล้อมสมัยดึกดำบรรพ์ พร้อมหุ่นจำลองไดโนเสาร์ในอิริยาบถต่างๆ ที่สมจริงมากๆ! มุมนี้แหละที่เราจะได้เล่นใหญ่เล่นโตได้แบบสุดๆ ไปเลย! จะแอคท่าวิ่งหนีจากหุ่นไดโนเสาร์ตัวเท่าบ้านที่กำลังอ้าปากคำราม หรือจะทำเป็นกำลังหลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ (ปลอมๆ) ก็ได้หมด! แสงในโซนนี้จะออกแนวสลัวๆ เขียวๆ หน่อย ให้ฟีลป่าดงดิบโบราณ แนะนำให้เปิดแฟลชช่วยนิดนึงถ้ากล้องไม่เทพพอ ไม่งั้นหน้าจะมืดได้ค่ะ อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ “รอยกรงเล็บไดโนเสาร์ยักษ์” ที่จัดแสดงอยู่! ลองเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วทำท่าตกใจแบบสุดขีด หรือเอามือไปทาบกับรอยเท้า แล้วทำหน้าเหมือนกำลังจะวิเคราะห์ว่านี่คือรอยเท้าของใคร! โพสท่าเหมือนกำลังเป็นเหยื่อ หรือกำลังจะถูกจับกิน ก็จะได้ภาพที่ดูมีสตอรี่ มีอารมณ์ร่วมแบบจัดเต็ม! สำหรับชุดที่เหมาะกับโซนนี้ ขอเป็นชุดที่ดูทะมัดทะแมงนิดนึงค่ะ อาจจะเป็นเสื้อยืดสกรีนลายกราฟิกเท่ๆ กับกางเกงยีนส์ หรือกางเกงขาสั้นผ้าพลิ้วๆ เพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวกเวลาต้องแอคท่าหนีไดโนเสาร์! ผมเผ้าก็อาจจะมัดรวบให้ดูคล่องตัว หรือจะปล่อยยาวสยายให้ดูเป็นสาวลึกลับในป่าโบราณก็ได้หมดค่ะ พกพัดลมมือถือเข้าไปด้วยก็จะดีมาก เพราะบางโซนอาจจะอบอ้าวเล็กน้อยนะคะคุณขา!

☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด

หลังจากเดินสับ เดินโพส แข่งกับแสงแดดเมืองไทยจนตัวแทบละลายเป็นวุ้นแล้วเนี่ย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการเติมพลังงานและดับร้อนค่ะคุณ! แถวพิพิธภัณฑ์อาจจะไม่ได้มีร้านกาแฟชิคๆ คูลๆ สไตล์คาเฟ่ฮอปปิ้งให้เราได้ถ่ายรูปเท่าไหร่ แต่สิ่งที่มันมีคือ “ความจริงใจ” และ “ความโบราณ” ที่หาที่ไหนไม่ได้! อิชั้นเดินไปเจอร้านเล็กๆ ร้านนึงอยู่แถวๆ วัด ใกล้ๆ พิพิธภัณฑ์นี่แหละค่ะ ชื่อร้านว่า “ป้าเล็กโอเลี้ยงโบราณ” (ชื่อนี้คือสมมตินะคะคุณ แต่มันให้ฟีลลิ่งแบบนี้จริงๆ!) หน้าร้านดูเรียบง่าย มีโต๊ะไม้เก่าๆ ไม่กี่ตัว พัดลมหมุนเอื่อยๆ แต่กลิ่นหอมของกาแฟโบราณมันลอยมาแตะจมูกตั้งแต่ปากซอย!

ไม่รอช้าค่ะ ตรงดิ่งเข้าไปสั่ง “โอเลี้ยง” แก้วแรก! ป้าเล็กแกชงแบบโบราณจริงๆ ค่อยๆ ตักกาแฟใส่ถุงชงผ้า รินน้ำร้อนลงไป แล้วก็ยกขึ้นยกลงหลายๆ รอบจนได้น้ำกาแฟดำเข้มข้น หอมกรุ่น! แล้วก็ใส่น้ำแข็งป่นพูนๆ ราดนมข้นหวาน นมสด จนได้โอเลี้ยงแก้วเบิ้ม! จังหวะที่ยกแก้วขึ้นมาจิบเท่านั้นแหละค่ะคุณเอ๊ยยย! ฟีลเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดไปเลย! ความขมของกาแฟดำที่หอมติดปลายจมูก ผสมกับความหวานมันของนมข้นและนมสดที่ลงตัวแบบสุดๆ! มันไม่ใช่แค่ดับกระหาย แต่มันคือการเยียวยาจิตใจที่ผ่านการต่อสู้กับแดดเมืองไทยมาอย่างหนักหน่วง! โอเลี้ยงแก้วนี้คือที่หนึ่งในใจ! ส่วนเพื่อนอิชั้นที่มันไม่กินกาแฟ มันก็สั่ง “ชาเย็น” ค่ะ พอป้าเล็กแกส่งชาเย็นมาให้เท่านั้นแหละ สีส้มนวลเนียนตาแบบชาไทยแท้ๆ ที่มีฟองนมละเอียดๆ ลอยอยู่ข้างบน แค่เห็นสีก็รู้แล้วว่าของจริง! พอมันดูดเข้าไปเท่านั้นแหละ ตานางเบิกกว้าง แล้วก็พูดว่า “แก! ชาเย็นแก้วนี้มันนัวมาก! หวานมันกำลังดี ไม่หวานโดด ไม่จืดชืด! คือมันใช่!” บรรยากาศร้านก็คือแบบบ้านๆ มากค่ะ นั่งสบายๆ ใต้ร่มไม้ มีลมพัดเอื่อยๆ เสียงพัดลมหมุนหึ่งๆ ได้ยินเสียงคนคุยกันในหมู่บ้าน คือมันเป็นความสงบที่ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ในเมืองกรุงอะแก! ราคาก็คือสบายกระเป๋านักเรียนนักศึกษามากๆ โอเลี้ยงแก้วละ 25 บาท ชาเย็น 30 บาท คือราคาดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! บอกเลยว่าใครมาพิพิธภัณฑ์สิรินธรแล้วไม่แวะร้านป้าเล็กโอเลี้ยงโบราณนี่ถือว่าพลาดอย่างแรง!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

สำหรับน้องๆ วัยรุ่นตัวตึงที่อยากจะตามรอยอิชั้นไปผจญภัยกับน้องไดโนเสาร์ที่กาฬสินธุ์นะจ๊ะ นี่คือทริคและข้อมูลการเดินทางที่แม่รวบรวมมาให้แล้วแบบละเอียดเว่อร์! ห้ามพลาดแม้แต่บรรทัดเดียวนะ!

วิธีการเดินทาง:

  • รถยนต์ส่วนตัว/เช่ารถ: วิธีนี้คือสะดวกที่สุดค่ะคุณขา! ปักหมุด GPS ไปที่ "พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว)" ได้เลยค่ะ ระยะทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปพิพิธภัณฑ์ก็ประมาณ 20-30 กิโลเมตรได้ ขับสบายๆ ไม่ต้องกลัวหลง! ถ้าใครมาจากต่างจังหวัดแล้วบินไปลงขอนแก่น (เพราะเครื่องบินไปกาฬสินธุ์ตรงๆ มันไม่เยอะเท่า) ก็สามารถเช่ารถจากขอนแก่นขับต่อไปกาฬสินธุ์ได้เลย ระยะทางประมาณ 70-80 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ค่ะ แต่เตือนไว้ก่อนว่าช่วงที่ขับไปพิพิธภัณฑ์เนี่ย อาจจะผ่านทุ่งนาและถนนที่ดูเงียบสงบ อาจจะเผลอหลับได้ง่ายๆ เพราะอากาศมันดี๊ดี! (ดีจนร้อนผ่าววว) เตรียมเพลงมันส์ๆ ไว้เปิดคลอไปด้วยนะ จะได้ไม่ง่วงจ้ะ!
  • รถโดยสารสาธารณะ: ถ้าใครสายลุยแบบประหยัดงบ ก็สามารถนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ไปลงที่ บขส. กาฬสินธุ์ได้เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง (เตรียมหมอนรองคอ ผ้าห่ม และหูฟังให้พร้อมนะจ๊ะ!) พอไปถึง บขส. กาฬสินธุ์แล้วเนี่ย สามารถต่อรถสองแถว หรือใช้บริการรถแท็กซี่แอป (ลองเช็ค Grab หรือ Bolt ดูนะ บางพื้นที่อาจจะยังไม่ครอบคลุมเท่ากรุงเทพฯ) หรือจะโบกรถสามล้อเครื่องก็ได้ค่ะ แต่ต้องตกลงราคากับพี่คนขับให้ดีก่อนนะจ๊ะ! บอกจุดหมายปลายทางให้ชัดเจนว่าไป "พิพิธภัณฑ์สิรินธร" แนะนำให้ไปกันเป็นกลุ่มจะคุ้มค่ากว่าค่ะ

ช่วงเวลาที่ควรไป:

  • ช่วงเวลาของวัน: แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่ที่พิพิธภัณฑ์เปิด (ประมาณ 9 โมงเช้า) หรือไม่ก็ช่วงบ่ายแก่ๆ เลยค่ะ (ประมาณ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป) เพราะแดดเมืองไทยมันคือของจริง! การไปช่วงที่แสงไม่แรงจัด จะช่วยให้คุณสามารถเดินถ่ายรูปข้างนอกได้แบบสบายๆ ไม่ต้องกลัวเป็นลมแดด และรูปที่ได้ก็จะสวย แสงนัวๆ ถ่ายรูปยังไงก็ปังค่ะ!
  • ช่วงเดือน: ถ้าเป็นไปได้ หลีกเลี่ยงช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี! ไปช่วงปลายปี-ต้นปี (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) จะเป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนมากนัก เหมาะกับการท่องเที่ยวที่สุด!

ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นที่จะตามรอย:

  • พกน้ำเป็นโอ่งไปเลยจ้ะแม่! ไม่ใช่แค่น้ำเปล่านะ แต่หมายถึงน้ำเปล่าเย็นๆ ชื่นใจ! พกขวดน้ำใหญ่ๆ ไปเลยค่ะ จิบตลอดเวลาที่เดิน เพราะอากาศมันร้อนจริง ไม่จกตา!
  • กันแดดคือชีวิต! ทาไปเลยค่ะ SPF 500 PA++++ ทาซ้ำทุกสองชั่วโมง! ใส่หมวกปีกกว้างกว่าอนาคต! กางร่มกันแดด! ใส่เสื้อแขนยาวขายาวที่ระบายอากาศได้ดี! แว่นกันแดดต้องมี! คือต้องป้องกันตัวเองให้เหมือนจะไปทะเลทรายซาฮาราเลยค่ะ!
  • รองเท้าที่สบายที่สุดในโลก! เพราะคุณจะต้องเดินเยอะมากกกกก! รองเท้าผ้าใบดีๆ สักคู่คือสิ่งจำเป็น ห้ามใส่รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้ากัดเด็ดขาด ไม่งั้นขาพังก่อนได้รูปสวยๆ แน่นอน!
  • แบตสำรองต้องแน่น! นอกจากจะถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอแล้ว ยังต้องอัปเดตสตอรี่ อัปเดตฟีดรัวๆ แบตโทรศัพท์จะหมดเร็วกว่าปกติแน่นอน! พกแบตสำรองความจุเยอะๆ ไปด้วยนะคะ!
  • เตรียมขนมและยาดม! เผื่อฉุกเฉินตอนเดินเยอะๆ แล้วหน้ามืดจะเป็นลม หรือหิวขึ้นมากะทันหัน! ขนมหวานๆ เย็นๆ จะช่วยได้เยอะ! ยาดมคือไอเทมสำคัญของคนไทยค่ะ!
  • ไปกับเพื่อนที่รู้ใจ! การมีเพื่อนไปด้วย นอกจากจะมีคนช่วยถ่ายรูปแล้ว ยังมีคนช่วยกันแดด ช่วยแบกของ และเป็นกำลังใจให้กันและกันในการเอาชีวิตรอดจากแดดกาฬสินธุ์ด้วยนะจ๊ะ!

สรุปเลยนะทุกคน! จากที่ตอนแรกคิดว่ากาฬสินธุ์มีอะไรให้เที่ยวแค่ทุ่งนาข้าวเท่านั้นแหละ พอได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์สิรินธรแห่งนี้ อิชั้นก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่หมด! ที่นี่คือสุดปัง! เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย! มันยิ่งใหญ่ อลังการ มีสาระ และที่สำคัญคือมุมถ่ายรูปเยอะมากกกก! การเดินทางอาจจะทุลักทุเลหน่อย แดดอาจจะแรงจนนึกว่าตัวเองเป็นไข่ดาว แต่พอได้เห็นโครงกระดูกไดโนเสาร์ตัวจริง ได้ซึมซับความรู้ ได้ถ่ายรูปสับๆ ได้จิบโอเลี้ยงโบราณชื่นใจ มันก็คุ้มค่ากับทุกหยาดเหงื่อที่เสียไปเลยค่ะ! ใครว่าพิพิธภัณฑ์น่าเบื่อ? มานี่ก่อน! เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! รีบแพ็คกระเป๋าแล้วไปเจอน้องไดโนเสาร์กันที่กาฬสินธุ์เลยจ้า! คอนเฟิร์มว่าทริปนี้ได้ทั้งรูปสวย ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งความฮาและได้เอาชีวิตรอดจากแดด! ไปค่ะ! ไปเที่ยวกัน! #พิพิธภัณฑ์สิรินธร #เที่ยวกาฬสินธุ์


admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads