ขอเสียงวัยรุ่นใจถึงที่พร้อมจะออกแดดไปสู้กับทุกสภาพอากาศหน่อยค่าาาาาา! เจนเองค่ะ เจนคนเดิมเพิ่มเติมคือตอนนี้ผิวแทนขึ้นอีกสามเฉด เพราะอะไรน่ะเหรอคะ? ก็เพราะอีเจนคนนี้เนี่ย ดันตัดสินใจไปท้าแดดท้าลมที่ลพบุรีไงค้าาาาาา! สาบานเลยว่าตอนแรกที่คิดว่าจะมาเปิดวาร์ปที่ พระปรางค์สามยอด เนี่ย คิดแค่ว่า “โอ๊ยยยยย ลพบุรีแค่นี้ ชิลๆ! ได้รูปสวย ๆ กลับไปลงไอจีรัว ๆ แน่นอน!” แต่ใครจะไปคิดคะว่าแดดเมืองไทยเนี่ย มันไม่ได้มีแค่ 4G แต่มันมี 40 องศาเซลเซียส! แกร๊! นี่ไม่ใช่แดดแล้ว นี่มันเครื่องอบไก่ย่างดี ๆ นี่เอง! ตื่นเช้ามาอย่างสวย ผมลอนคลาย ๆ ผิวฉ่ำ ๆ พอไปถึงลพบุรีปุ๊บเท่านั้นแหละ อีเจนก็กลายร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่าผมฟู หน้าเยิ้มไปเลยทันที! ไม่ได้สวยแบบโรเซ่ แต่สวยแบบโรตีที่โดนทอดจนกรอบอะคิดดู! นี่ขนาดเตรียมตัวมาดีนะ ทั้งครีมกันแดด SPF50 PA++++ หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดดสีชา ที่คิดว่าเอาอยู่หมัด ปรากฏว่าไม่ค่ะ! แดดเมืองลิงเค้าแรงจริง แรงจนต้องกราบ! แต่ถึงจะเหงื่อท่วมเบอร์ไหน หัวเปียกเหมือนเพิ่งสระผมมาก็ตาม วัยรุ่นอย่างเราก็ต้องสู้ค่ะ สู้เพื่อยอดไลก์ สู้เพื่อคอนเทนต์ สู้เพื่อจะมาบอกทุกคนว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน!
การเดินทางมาลพบุรีครั้งนี้เนี่ยก็คือบททดสอบชีวิตเลยนะว่าใครจะอดทนกับความร้อนได้ดีกว่ากัน ระหว่างเจนกับเมคอัพที่ประโคมมาตั้งแต่ตีห้า! อีเจนก็นั่งรถตู้มาจากกรุงเทพฯ อย่างสบายอารมณ์ เปิดเพลงเกาหลีโยกหัวไปมา มองวิวสองข้างทางที่เต็มไปด้วยทุ่งนาสีเขียวบ้าง เหลืองบ้าง อากาศในรถเย็นฉ่ำราวกับอยู่ขั้วโลกเหนือ พอรถเริ่มเข้าเขตลพบุรีปุ๊บ อากาศมันก็เริ่มอุ่นขึ้น ๆ เรื่อย ๆ จนถึงขั้นร้อนอบอ้าว ยิ่งพอลงจากรถตู้เท่านั้นแหละ โอ้โหหหหหห! เหมือนโดนไฟฉายความร้อนส่องหน้า! ร้อนแบบตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยมือเปล่า ไม่ใช่แค่ผิวที่สัมผัสได้นะ แต่จิตใจนี่มันร้อนระอุตามไปด้วยเลยทีเดียว นึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในทะเลทรายซาฮาร่า มีแต่ความแห้งแล้งและแสงแดดแผดเผา แต่มันก็เป็นความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกันนะ เพราะเจนไม่เคยมาลพบุรีเลยนี่สิ! ก็เลยต้องสวมวิญญาณนักผจญภัยสาวสายแซ่บที่พร้อมจะลุยทุกสถานการณ์ ถึงแม้จะบ่นแดดหนักมากแค่ไหน แต่ก็ยังคงความสับ ความเริ่ด และความมั่นใจในทุกย่างก้าว เพื่อมาเจอกับแก๊งค์เพื่อนซี้สี่ขา (น้องลิง) และโบราณสถานสุดขลังอย่างพระปรางค์สามยอดนี่แหละค่ะ พร้อมยัง? ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันว่าอิเจนจะงัดสกิลช่างภาพและนางแบบมาสู้กับแดดได้ยังไง!
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
เอาล่ะค่ะทุกคน! มาถึงไฮไลต์ของทริปที่แม้แดดจะแรงจนแสบตา แต่เราก็ต้องสู้เพื่อรูปสวยปัง ๆ ที่จะมาอัปไอจีให้เพื่อนกรี๊ด! ที่พระปรางค์สามยอดเนี่ย มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากกกก ชนิดที่ว่าเมมเต็มก็ยังไม่ได้รูปที่ถูกใจเลยค่ะ เพราะฉะนั้นอีเจนขอเปิดพิกัดจุดถ่ายรูปที่รับรองว่ายอดไลก์พุ่งกระฉูดแน่นอน แถมมาพร้อมเทคนิคส่วนตัวที่ลองผิดลองถูกมาแล้ว รับรองว่าเอาไปใช้แล้วไม่ผิดหวังแน่นอน! เตรียมชุดสวย แว่นกันแดด และความมั่นใจมาให้พร้อมนะคะ!
มุมที่ 1: หน้าองค์ปรางค์หลัก อลังการงานสร้าง!
ขอบอกเลยว่านี่คือมุมมหาชน! แต่จะถ่ายยังไงให้ไม่เหมือนคนอื่น ถ่ายยังไงให้ดูแพง ดูอลังการ ไม่ใช่แค่มายืนยิ้มหน้าโบราณสถานเฉยๆ? เคล็ดลับของเจนคือ! ให้เลือกยืนเยื้องไปทางด้านข้างขององค์ปรางค์หลักเล็กน้อย เพื่อให้เห็นปรางค์ทั้งสามองค์เรียงกันอย่างสวยงาม ถ่ายช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงบ่ายแก่ๆ แดดจะสวยมาก เป็นแสงสีทองนุ่มๆ ที่ช่วยขับผิวให้ดูโกลว์ ดูแพง ส่วนท่าโพส? โอ๊ยยยยย อันนี้สำคัญ! อย่าไปยืนนิ่งๆ ค่ะ ให้โพสแบบกำลังเดิน หันหน้าไปด้านข้างเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังแหงนมองความยิ่งใหญ่ของปรางค์ หรือจะลองโพสแบบยกแขนขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังเอื้อมมือไปสัมผัสประวัติศาสตร์ที่อยู่ตรงหน้า ฟีลแบบเจ้าหญิงที่หลงยุคมา! ชุดที่แนะนำคือชุดที่พลิ้วๆ หน่อย อย่างเดรสยาวสีขาว สีเบจ หรือสีเอิร์ธโทน จะดูเข้ากับความเก่าแก่ของสถานที่มาก! แล้วใส่หมวกปีกกว้างเพิ่มเข้าไปอีกนิด รับรองว่าได้ฟีลลูกคุณหนูสุดๆ!
มุมที่ 2: วุ่นวายกับน้องลิง แต่ได้รูปปังแบบคาดไม่ถึง!
มาถึงลพบุรีแล้วไม่ถ่ายรูปกับน้องลิงเนี่ย ถือว่ามาไม่ถึงนะ! แต่มุมนี้บอกเลยว่าท้าทายมาก เพราะน้องลิงเค้าเป็นเจ้าถิ่นจริงๆ ค่ะ ไม่ได้แอ๊บ! เทคนิคคือ! ให้เราหามุมที่น้องลิงเค้ากำลังเล่นกันอยู่ตามราวกำแพง หรือตามซุ้มประตู ให้เราเดินเข้าไปแบบเงียบๆ อย่าไปก่อกวนเค้า ถ่ายแบบแคนดิดไปเลยค่ะ! ให้เพื่อนถ่ายเราแบบเผลอ ๆ โดยมีน้องลิงเป็นแบ็คกราวด์ หรือจะลองโพสแบบกำลังมองไปที่น้องลิงด้วยความเอ็นดู ฟีลแบบ “น่าร๊ากกกกกก” แต่ระวังของในมือดีๆ นะคะ น้องอาจจะแย่งไปโดยไม่ตั้งใจ! แนะนำให้ถ่ายช่วงที่แดดไม่แรงมาก แล้วใช้โหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอ รับรองว่าได้รูปที่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวามาก ๆ! เสื้อผ้าแนะนำให้ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายๆ หรือชุดที่สีสันสดใสหน่อย เพื่อให้ดูเป็นกันเองกับน้องลิง แต่ก็ยังคงความชิคอยู่นะ!
มุมที่ 3: ซุ้มประตูโบราณ กับแสงและเงาที่ลงตัว!
ถ้าอยากได้รูปที่ดูอาร์ตๆ มีความลึกลับน่าค้นหา ต้องมุมนี้เลยค่ะ! ซุ้มประตูทางเข้าหรือทางเดินที่รายล้อมไปด้วยอิฐเก่าแก่ของพระปรางค์สามยอดเนี่ย คือมุมที่ปังมาก! เจนแนะนำให้ไปช่วงบ่ายคล้อยๆ ที่แสงแดดจะสาดส่องเข้ามาในซุ้มประตูพอดีๆ มันจะสร้างมิติของแสงและเงาได้อย่างสวยงาม! ให้เรายืนอยู่ตรงกลางซุ้มประตู ปล่อยให้แสงสาดมาที่ตัวเราครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นเงา แล้วหันหน้าเข้าหากล้องแบบเผลอๆ มองไปทางอื่น ฟีลแบบกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง หรือจะลองโพสแบบยืนพิงกำแพง แล้วใช้มือเท้าคางเล็กน้อย แสงที่ลอดเข้ามาจะช่วยสร้างไฮไลต์ให้ใบหน้าของเราดูโดดเด่นมาก! Outfit สำหรับมุมนี้เน้นความเรียบง่ายแต่มีสไตล์ อย่างเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์ หรือเดรสสีเข้ม จะช่วยให้รูปดูมินิมอลแต่ก็ยังคงความเท่อยู่ บอกเลยว่ามุมนี้ถ่ายออกมาแล้วคือยอดไลก์รัวๆ จนเพื่อนต้องทักว่าไปเรียนถ่ายรูปมาจากไหน!
☕ พิกัดลับ ดับร้อน
หลังจากที่อิเจนได้สู้รบปรบมือกับแดดเมืองลิงมาทั้งวัน ถ่ายรูปไปแบบเหงื่อท่วมหน้าเหมือนเพิ่งวิ่งรอบสนามมาสิบกิโลเมตรเนี่ย สิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนั้นไม่ใช่ยอดไลก์ แต่เป็นอะไรที่มันเย็นฉ่ำ ชื่นใจ ดับกระหายได้แบบทันทีทันใด! และแล้วเหมือนสวรรค์โปรด! เจนก็เจอเข้ากับร้านกาแฟโบราณเล็กๆ หน้าตาบ้านๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากพระปรางค์สามยอดนี่เองค่ะ ชื่อร้านอะไรน่ะเหรอคะ? ขออุบไว้ก่อนนะ เพราะมันคือพิกัดลับที่เจนอยากจะเก็บไว้คนเดียว! แต่เอาเป็นว่า เดินวนๆ แถวนั้น ไม่นานก็จะเจอเองแหละค่ะ ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ ที่มีป้ายไม้เก่าๆ ผนังร้านทาสีเขียวอมฟ้าแบบวินเทจ มีโต๊ะเก้าอี้ไม่กี่ตัว แต่ความขลังของมันคือกลิ่นกาแฟหอมๆ ที่ลอยมาแตะจมูกตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าร้านเลย!
พอเข้าไปในร้านปุ๊บนะ! โอ๊ยยยยยยย แอร์เย็นฉ่ำแบบสิบแปดองศา! เหมือนได้มาเกิดใหม่! เจ้าของร้านเป็นคุณป้าใจดี หน้าตายิ้มแย้ม คอยต้อนรับอย่างอบอุ่น เจนก็ไม่รอช้าเลยค่ะ สั่ง โอเลี้ยงเย็น กับ ชาเย็น มาดับร้อนคนละแก้วกับเพื่อน (ใช่ค่ะ สั่งสองแก้วคนเดียวค่ะ! แดดมันแรงจริงๆ!) โอเลี้ยงของที่นี่เนี่ย มันไม่ใช่แค่โอเลี้ยงธรรมดานะคะทุกคน! มันคือโอเลี้ยงที่เข้มข้นถึงใจ หอมกลิ่นกาแฟคั่วแบบโบราณที่หาทานยากมากในสมัยนี้ รสชาติหวานมันกำลังดี ใส่น้ำแข็งเกล็ดเล็กๆ เข้าไปนะ โอ้โหหหหหหห! ดื่มไปคำแรก เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยค่ะ! ความเหนื่อยล้า ความร้อนที่สะสมมาทั้งวันมันหายไปเป็นปลิดทิ้ง! ส่วนชาเย็นก็เด็ดไม่แพ้กันค่ะ! ชาเข้มข้น หอมนม หวานมันกำลังดี ไม่หวานแสบคอเหมือนบางร้าน บอกเลยว่าสองแก้วนี้คือที่สุดของความฟินหลังจากที่ได้ออกไปผจญภัยกับแดดและน้องลิงมา! บรรยากาศร้านก็สุดแสนจะคลาสสิก เปิดเพลงลูกกรุงเบาๆ ให้ฟีลย้อนยุคหน่อยๆ เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนกลับไปในยุคคุณปู่คุณย่าเลยค่ะ ใครที่มาลพบุรีแล้วอยากหาที่นั่งพักคลายร้อนแบบฟินๆ ต้องมาลองร้านนี้เลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
มาถึงพาร์ทสำคัญที่วัยรุ่นสายเที่ยวอย่างเราต้องรู้ค่ะ! เพราะการเดินทางไปไหนมาไหนมันต้องวางแผนดีๆ จะได้ไม่พลาดและไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์! โดยเฉพาะที่ลพบุรีเนี่ย ต้องเตรียมตัวดีๆ เลยค่ะ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าแดดเค้าแรงเบอร์สิบ!
วิธีการเดินทาง
- รถไฟ: ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งแบบสโลว์ไลฟ์ ถ่ายรูปเก๋ๆ ลงสตอรี่ แนะนำให้นั่งรถไฟจากสถานีหัวลำโพงค่ะ มีหลายขบวนให้เลือกใช้บริการเลย นั่งชิลๆ ชมวิวข้างทางไปเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ถึงสถานีลพบุรีแล้วค่ะ จากสถานีสามารถนั่งวินมอเตอร์ไซค์ หรือตุ๊กตุ๊กต่อไปพระปรางค์สามยอดได้เลย ไม่ไกลกันมาก แถมราคาเป็นมิตรกับกระเป๋านักเรียนแน่นอน!
- รถตู้/มินิบัส: สำหรับสายเร่งรีบ หรือไปกันหลายคน แนะนำรถตู้จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 หรือจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (เช็คจุดขึ้นรถอีกทีนะคะ เพราะมีการปรับเปลี่ยนบ่อย) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ข้อดีคือเร็วและสะดวก แต่ข้อเสียคืออาจจะไม่ได้แวะชมวิวอะไรมากมายค่ะ
- รถยนต์ส่วนตัว: ถ้ามีรถส่วนตัว อันนี้คือสะดวกสุดๆ ค่ะ สามารถขับมาได้เลยตาม GPS ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว แถมยังสามารถแวะเที่ยวที่อื่นในลพบุรีได้อีกด้วย เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หรือบ้านหลวงรับราชทูต ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากค่ะ
ช่วงเวลาที่ควรไป
ถ้าไม่อยากไปยืนท้าแดดแบบเจน ขอแนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่ประมาณ 8-9 โมงเช้า หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ประมาณ 4 โมงเย็นเป็นต้นไปค่ะ แสงแดดจะสวยมาก เหมาะแก่การถ่ายรูปสุดๆ แถมอากาศก็ไม่ร้อนจัดเท่าช่วงกลางวันด้วย ส่วนวันธรรมดาคนจะน้อยกว่าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นะคะ ถ้าอยากได้รูปสวยๆ แบบไร้ผู้คน แนะนำวันธรรมดาเลยค่ะ ส่วนเทศกาลลพบุรีอย่างเทศกาลงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันนี้คนจะเยอะเป็นพิเศษ แต่ก็ได้อีกฟีลลิ่งนึงเลยนะคะ จะมีกิจกรรมต่างๆ และคนแต่งชุดไทยสวยงาม อันนี้ก็ลองดูว่าชอบแบบไหน
ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นที่จะตามรอย
- กันแดดเท่านั้นคือที่พึ่ง! พกครีมกันแดด หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด และร่มไปให้พร้อมค่ะ! ไม่ต้องกลัวว่าจะดูเยอะ เพราะแดดมันแรงจริงๆ ไม่ใช่เล่นๆ!
- ระวังน้องลิง! น้องลิงที่พระปรางค์สามยอดเนี่ยเป็นมิตร (ส่วนใหญ่) แต่เค้าก็เป็นลิงป่าค่ะ! ระวังของมีค่าในมือ เช่น โทรศัพท์มือถือ ขวดน้ำ หรือขนม เพราะน้องอาจจะเข้ามาหยิบไปแบบไม่ทันตั้งตัวได้เลย! เก็บของให้มิดชิด อย่าไปแหย่น้อง ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ให้อาหารน้องโดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ!
- แต่งกายสุภาพ: แม้จะเป็นวัยรุ่นสายแฟชั่น แต่ก็ควรแต่งกายให้สุภาพ เหมาะสมกับสถานที่ที่เป็นโบราณสถานนะคะ ไม่โป๊จนเกินไป เพราะเราต้องเคารพสถานที่ด้วยค่ะ
- พกน้ำดื่ม: สำคัญมาก! พกน้ำดื่มขวดใหญ่ๆ ไปด้วยนะคะ เพราะอากาศร้อนมากจริงๆ ดื่มน้ำเยอะๆ จะได้ไม่เป็นลมแดดค่ะ
- เตรียมแบตสำรอง: ถ่ายรูปเยอะแน่นอน! แบตโทรศัพท์หมดไวนะคะ พก Power Bank ไปด้วยเลยค่ะ จะได้ไม่พลาดทุกช็อตเด็ด!
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนกับทริปเปิดวาร์ปพระปรางค์สามยอดของเจนในครั้งนี้? ถึงแม้แดดจะแรงจนแทบจะละลายเป็นไอศกรีม แต่บอกเลยว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ ค่ะ! ทั้งความสวยงามอลังการของปราสาทหินทรายสามองค์ที่เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่า และความน่ารักปนซุกซนของเหล่าน้องลิงเจ้าถิ่นที่มาสร้างสีสันให้กับทริปนี้ มันคือประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วจริงๆ ค่ะ ใครที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่มีครบทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความสนุกสนานแบบไม่ซ้ำใคร เจนขอเชิญชวนให้ทุกคนมาลองเปิดวาร์ปที่ลพบุรีดูนะคะ รับรองว่าได้รูปสวยๆ กลับไปลงไอจีแบบจุกๆ แน่นอน! แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ บ๊ายบายยยยยยยย!
#พระปรางค์สามยอด #เที่ยวลพบุรี #เที่ยวภาคกลาง #stylestravels
