ทุกคนขาาาา! ใครว่าเกาะเสม็ดมันเชยมันเก่าแล้วคือต้องมาตบมือแปะปากนะคะ เพราะทริปล่าสุดที่ดิฉันและแก๊งตัวแม่ (ที่ไม่ได้แปลว่ามีผู้ชายตามเป็นพรวน แต่หมายถึงความแซ่บซี๊ดดดดที่พวกเรามี) ตะลุยมาเนี่ย มันกรี๊ดมาก แซ่บมาก แดดแรงมากกกกกกกกกกกกกกกก แรงจนคิดว่าตัวเองกำลังไปถ่าย MV กลางทะเลทรายซาฮาร่า ไม่ใช่เกาะในระยอง! ทริปนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่น ๆ นะคะทุกคน เรามาพร้อมแพลนแน่นเอี๊ยด กระเป๋าเสื้อผ้าเต็มพิกัด (ก็ชุดบิกินี่มันมีหลายสีหลายทรงอ่ะแก จะให้เลือกตัวเดียวได้ไง มันไม่ได้!) และที่สำคัญคือสปิริตนักสู้แดดที่พร้อมจะเอาชนะรังสียูวีให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทาครีมกันแดดวันละ 8 รอบ ฉีดสเปรย์กันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือใส่หมวกปีกกว้างเท่าจานดาวเทียมก็ตาม! เป้าหมายหลักคือ รูปต้องปัง ไลฟ์ต้องเกิด สตอรี่ต้องมาให้เพื่อนอิจฉาเล่น ๆ และที่สำคัญ ผิวต้องไม่ไหม้เป็นไก่ย่างห้าดาว (แต่สุดท้ายก็ไหม้ไปนิดหน่อยตามระเบียบ เหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่า "เออ! ฉันไปทะเลมาจริงๆ นะแก!")
การเดินทางน่ะเหรอคะ? ก็เริ่มตั้งแต่การเถียงกันว่าใครจะแบกสัมภาระหนักสุดไปจนถึงการแย่งที่นั่งริมหน้าต่างบนรถตู้จากกรุงเทพฯ ที่เหมือนเป็นสนามรบย่อม ๆ ของเหล่าสาว ๆ ที่ต้องการแสงธรรมชาติในการเซลฟี่ระหว่างทาง! แต่ก็เอาเถอะค่ะ สุดท้ายแล้วมิตรภาพก็ชนะทุกสิ่ง (ยกเว้นแดดเมืองไทยที่ยังคงแรงแบบไร้ปรานี) พอเท้าเหยียบถึงท่าเรือบ้านเพเท่านั้นแหละค่ะ กลิ่นเค็ม ๆ ของทะเลก็ลอยมาเตะจมูกพร้อมกับไอแดดที่แผดเผาจนรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเตาบาร์บีคิวเคลื่อนที่ แต่ใครจะสนคะ! ความตื่นเต้นมันพุ่งปรี๊ดดดดด ระดับ 10! เราจองเรือสปีดโบ๊ทไปเลยค่ะ เพราะความเร็วคือชีวิต ความช้าคือความเฉิ่มสำหรับแก๊งเรา นั่งไปสักพักน้ำทะเลสีฟ้าใสก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ท้องฟ้าก็เป็นสีครามแบบที่หาได้ยากในเมืองกรุง มันเหมือนหลุดเข้ามาในโปสการ์ดเลยอ่ะแก! นี่แหละค่ะ เกาะเสม็ดที่พวกเราตามหา! ที่บอกว่าไม่มีนกไม่ใช่เพราะนกน้อยนะคะ แต่เป็นเพราะความแซ่บของพวกเรามันทะลุเพดานจนนกกลัว บินหนีไปหมดแล้วมั้งคะ!
#มงต้องลงแล้วหนึ่ง
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
มาทะเลทั้งทีจะให้รูปธรรมดา ๆ ได้ยังไงคะ? แก๊งเรานี่แหละค่ะตัวจริงเรื่องการเนรมิตรูปธรรมดาให้เป็นรูปเทพ! ฉะนั้นฉันจะมาแชร์พิกัดและทริคที่รับรองว่าฟีดไอจีแกจะลุกเป็นไฟ!
1. หาดทรายแก้ว x ประติมากรรมนางเงือกและรูปปั้นพระอภัยมณี
ถ้ามาเสม็ดแล้วไม่แวะตรงนี้คือผิด! เหมือนมาไม่ถึง! หาดทรายแก้วคือหาดหลัก หาดที่คนพลุกพล่านที่สุดก็จริง แต่แลนด์มาร์คตรงนี้คือมงลง! รูปปั้นนางเงือกกับพระอภัยมณีตรงปลายหาดทรายแก้วนี่แหละค่ะคือจุดปล่อยของ! แสงที่ดีที่สุดคือช่วง เช้าตรู่ประมาณ 6.30 - 8.00 น. (ใช่ค่ะ! ตื่นเช้าเพื่อรูปสวย!) กับ ช่วงบ่ายแก่ ๆ ใกล้พระอาทิตย์ตกดินประมาณ 16.00 น. เป็นต้นไป แสงจะนวลทองละมุน ถ่ายยังไงก็รอด ไม่ต้องสู้แดดหัวไหม้เหมือนช่วงกลางวัน
- ท่าโพสที่แนะนำ:
- ท่านั่งคุยกับนางเงือก: นั่งหันหลังพิงหางนางเงือก หรือนั่งข้าง ๆ แล้วหันหน้ามองออกไปทะเล ทำท่าเผลอ ๆ เหมือนกำลังอินกับเรื่องราวพระอภัยมณี แขนขาเหยียดยาว ๆ จะดูเพรียวขึ้น ใส่บิกินี่สีสดใสตัดกับน้ำทะเล แล้วหามุมกล้องกดต่ำหน่อย จะดูสูง ขายาวระหงเป็นนางแบบวิคตอเรีย ซีเคร็ต!
- ท่าเดินเล่นชายหาดเผลอ ๆ: เดินผ่านรูปปั้นไปสักหน่อยแล้วหันกลับมามองย้อนกลับไป หันข้างให้กล้องเห็นไลน์ของนางเงือกกับเราในเฟรมเดียวกัน ทำท่าเหมือนกำลังเดินเล่นแล้วบังเอิญเห็นรูปปั้นพอดี ไม่ต้องมองกล้องเยอะ จะได้ฟีลลิ่ง candid ที่สุด ใส่ชุดคลุมซีทรูบาง ๆ พริ้ว ๆ คือจบ!
- ท่าครีเอทสุดติ่ง: ปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินข้างๆ รูปปั้น (ระวังลื่นด้วยนะคะตัวแม่!) แล้วโพสท่ามองออกทะเลแบบเท่ๆ หรือจะยืนชูมือขึ้นฟ้าแบบอิสระเสรีก็ยังได้! แต่ถ้าจะให้แซ่บแบบไฟลุก ลองหามุมที่เห็นน้ำทะเลเขียวใสตัดกับโขดหินแล้วโพสท่าแบบเอนหลังนิดๆ เท้าไขว้กัน สายตาจิกกล้องเบาๆ รับรองว่ายอดไลก์พุ่งยิ่งกว่าจรวด!
- สไตล์การแต่งตัว: บิกินี่สีนีออน แดงสด ชมพูบานเย็น คือเดอะเบสท์! หรือจะเป็นวันพีซเว้าสูงโชว์สะโพกปัง ๆ ก็ได้นะแก ถ้าอยากได้ฟีลหวาน ๆ ก็ใส่ชุดเดรสยาวพริ้ว ๆ สีขาว หรือสีพาสเทลไปเลย คุมโทนยังไงก็รอด!
2. อ่าวไผ่ x ต้นมะพร้าวเอน
อ่าวไผ่จะมีความสงบกว่าหาดทรายแก้วหน่อย แต่ก็ยังคึกคักพอตัว จุดเด็ดของที่นี่คือ ต้นมะพร้าวที่เอนลงมาหาน้ำทะเล นั่นแหละค่ะ มันคือสวรรค์ของชาวโซเชียลเลยนะแก! แสงที่ดีที่สุดคือ ช่วงบ่ายประมาณ 15.00 - 17.00 น. แสงจะเริ่มซอฟต์ลง ไม่แรงเท่ากลางวัน ถ่ายแล้วผิวจะดูโกลว์ ๆ สุขภาพดี
- ท่าโพสที่แนะนำ:
- ท่านั่งบนต้นมะพร้าว: อันนี้คือท่าซิกเนเจอร์! ค่อยๆ ปีนขึ้นไปนั่งบนลำต้นมะพร้าวที่เอนลงมา หันหน้าออกทะเล แล้วทำท่าเงยหน้ามองฟ้าเหมือนกำลังปล่อยใจ หรือจะหันหน้ามาสบตากล้องแบบยิ้มหวาน ๆ ก็ได้ โพสขาให้ดูยาวๆ สวยๆ หาผ้าโพกผมสีสดๆ มาใส่ หรือจะใส่แว่นกันแดดทรงเก๋ๆ ก็เพิ่มความปังได้อีก!
- ท่ายืนพิงต้นมะพร้าว: สำหรับใครที่กลัวความสูง (เหมือนฉันที่ก็กลัวแต่ยอมเพื่อรูปสวย!) ยืนพิงลำต้นมะพร้าวแล้วมองออกทะเล ทำท่าเหมือนกำลังรอใครสักคน หรือจะยืนเอามือเท้าเอวแบบมั่น ๆ เชิด ๆ ก็ได้นะแก หามุมที่เห็นเงาต้นมะพร้าวทอดยาวบนพื้นทราย จะได้ฟีลอาร์ตๆ ขึ้นมาทันที!
- ท่าเดินเล่นใต้เงา: ถ่ายรูปจากด้านล่างให้เห็นลำต้นมะพร้าวที่ทอดยาวไปถึงทะเล แล้วเราก็เดินเล่นอยู่ใต้เงาของมัน ทำท่าหันหลังให้กล้องแล้วเดินไปข้างหน้าเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง หรือจะกระโดดเหยงๆ ทำท่าสนุกสนานก็ได้ ให้เห็นความสดใสแบบวัยรุ่นค่ะ!
- สไตล์การแต่งตัว: บิกินี่สายฝอ เน้นสีเอิร์ธโทนหรือสีขาวครีม จะเข้ากับบรรยากาศต้นมะพร้าวกับทรายสวยๆ มาก หรือจะเป็นชุดเดรสสั้นพลิ้วๆ ลายดอกไม้ก็ดูน่ารักสดใสไปอีกแบบ
3. จุดชมวิวอ่าววงเดือน
อ่าววงเดือนจะมีรูปปั้นพญานาคอยู่ตรงริมผาเล็ก ๆ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยมาก! เห็นวิวโค้งหาดรูปพระจันทร์เสี้ยวตามชื่ออ่าวเลย แสงที่ดีที่สุดคือ ช่วงพระอาทิตย์ตกดินประมาณ 17.30 - 18.30 น. แสงสีทองจะสาดส่องลงมา ทำให้รูปดูโรแมนติกและมีพลังงานลึกลับ
- ท่าโพสที่แนะนำ:
- ท่านั่งบนโขดหินข้างพญานาค: หามุมที่นั่งบนโขดหินแล้วมีพญานาคอยู่ด้านหลัง หรือจะเอามือแตะหัวพญานาคเบา ๆ ทำท่าเป็นมิตรกับเจ้าแห่งท้องทะเลก็ได้นะแก แล้วโพสท่ามองไปที่เส้นขอบฟ้าที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีส้ม ชมพู ม่วง คือสวยแบบตะโกน!
- ท่ายืนหันหลังอิงแอบธรรมชาติ: ยืนหันหลังให้กล้อง กางแขนออกเบา ๆ เหมือนกำลังโอบกอดวิวอ่าววงเดือนทั้งหมด แล้วมองไปยังทะเลสุดลูกหูลูกตา เป็นท่าที่โชว์วิวได้ดีที่สุด และให้ความรู้สึกอิสระ ปลดปล่อย ที่สำคัญคือได้อวดแผ่นหลังเนียนๆ (ถ้ามี!) ด้วยนะ!
- ท่าเงยหน้าท้าแสง: ยืนหันหน้าตรงไปทางพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย หลับตาพริ้ม ทำท่าเหมือนกำลังซึมซับความงามของธรรมชาติ ให้แสงสาดลงมาบนหน้า ถ่ายเป็นภาพ silhouet ก็เก๋ไปอีกแบบ หรือจะให้เห็นหน้าแบบชัดๆ ก็ให้เพื่อนซูมเข้าใกล้ๆ แล้วใช้โหมด portrait คือปัง!
- สไตล์การแต่งตัว: ชุดเดรสยาวสีขาวพลิ้ว ๆ หรือชุดผ้าลินินโทนสีธรรมชาติ จะช่วยขับผิวและเข้ากับบรรยากาศยามเย็นได้ดีมาก หรือจะใส่บิกินี่กับชุดคลุมลูกไม้บางเบา ก็ได้ฟีลแบบเจ้าหญิงแห่งท้องทะเลไปเลยค่ะ!
☕ พิกัดลับ ดับร้อน
หลังจากที่แก๊งเราตะลุยถ่ายรูปจนแบตมือถือหมด แบตคนก็หมดไม่ต่างกัน! ผิวไหม้ ตัวเหนียว เหงื่อท่วม แต่ใจยังสู้ค่ะ! ถึงเวลาต้องหาอะไรดับร้อน เติมพลังงานแล้ว! ระหว่างทางกลับโรงแรม เราบังเอิญเจอร้านกาแฟโบราณเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ข้างวัดเกาะเสม็ด (ใช่ค่ะ บนเกาะก็มีวัดนะแก!) ร้านชื่อว่า "ร้านกาแฟป้ามาลี สูตรโบราณ" แค่ชื่อก็บ่งบอกความขลังแล้วแก! หน้าร้านมีโอ่งมังกรตั้งเรียงราย มีต้นไม้ร่มรื่น ตัวร้านเป็นไม้เก่าๆ เล็กๆ มีพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ คือฟีลลิ่งย้อนยุคมาก นึกว่าหลุดไปในหนังเมื่อ 40 ปีก่อน
พอเดินเข้าไปนะแก แอร์ไม่มีค่ะ! แต่ความรู้สึกเย็นมันมาจากไหนไม่รู้ สงสัยเป็นเพราะความร่มรื่นของต้นไม้แล้วก็ลมทะเลที่พัดเข้ามาเบาๆ มั้งคะ ป้ามาลียิ้มต้อนรับพวกเราด้วยใบหน้าใจดี เราสั่งกันแบบไม่คิดชีวิตเลยค่ะ โอเลี้ยงหวานน้อย สำหรับฉันผู้รักษาสุขภาพ (แต่ก็ยังสั่งหวานอยู่ดี) และ ชาเย็นรสเข้ม สำหรับแก๊งเพื่อนที่ต้องการความสดชื่นแบบเต็มพิกัด พอแก้วแรกมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละค่ะ! โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย! สวรรค์มีจริง! โอเลี้ยงของป้ามาลีคือสุดยอด! กาแฟดำเข้มข้น หอมกรุ่นแบบที่ไม่ใช่กาแฟตามร้านแฟรนไชส์ทั่วไปอ่ะแก มันเป็นกลิ่นกาแฟโบราณแท้ๆ ชงด้วยถุงผ้าอ่ะคิดดู! รสชาติหวานกำลังดี ไม่บาดคอ ดื่มเข้าไปแล้วคือสดชื่นซาบซ่าไปถึงขั้วหัวใจ หัวใจที่ใกล้จะวายเพราะแดดร้อนๆ ของเสม็ดเมื่อกี้คือฟื้นคืนชีพทันที! ส่วนชาเย็นของเพื่อนก็ไม่น้อยหน้า หอมกลิ่นชาไทยแท้ๆ มันๆ นัวๆ หวานกำลังดี มีความขมปลายนิดๆ ตัดกันแบบลงตัวเป๊ะ! ดูดเข้าไปแล้วตาตื่นเลยอ่ะแก สดชื่นจนอยากจะไปวิ่งรอบเกาะอีกสักรอบสองรอบ! (แต่ก็แค่อยากนะ ไม่มีใครทำจริงหรอก! แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว!) ร้านป้ามาลีนี่แหละคือโอเอซิสกลางทะเลทรายของเรา ของจริง! ใครไปเสม็ดคือต้องแวะนะแก ห้ามพลาด! ได้นั่งพักขา ได้ดื่มอะไรเย็นๆ แล้วยังได้บรรยากาศแบบพื้นบ้านที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
สำหรับน้อง ๆ วัยรุ่น หรือแก๊งเพื่อนสายลุยที่อยากตามรอยทริปแซ่บ ๆ แบบพวกเรา ดิฉันก็ไม่ใจร้าย ให้ข้อมูลแบบจัดเต็มแน่นอนค่ะ!
- การเดินทางไปเกาะเสม็ด:
- จากกรุงเทพฯ ไปท่าเรือบ้านเพ (ระยอง):
- รถตู้: เป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดค่ะ ไปขึ้นรถตู้ที่สถานีขนส่งเอกมัย หรือหมอชิต 2 บอกปลายทางว่าไป "ท่าเรือบ้านเพ" (ตรงกับท่าเรือนวลทิพย์หรือศรีบ้านเพก็ได้) ราคาประมาณ 200-250 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง รถจะออกเรื่อยๆ ค่ะ
- รถบัส: มีรถบัสปรับอากาศไปลงบ้านเพได้เช่นกัน ขึ้นได้ที่เอกมัยหรือหมอชิต 2 ราคาและเวลาเดินทางใกล้เคียงกับรถตู้ แต่อาจจะใช้เวลานานกว่านิดหน่อยเพราะแวะจอดบ่อยกว่า
- จากท่าเรือบ้านเพ ไปเกาะเสม็ด:
- เรือโดยสาร (Ferry): อันนี้ฮิตสุดค่ะ! ค่าเรือไป-กลับประมาณ 100-120 บาท (ขึ้นอยู่กับท่าเรือปลายทางบนเสม็ด) ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที เรือจะออกตามตารางทุกชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง แล้วแต่บริษัทเรือ มีหลายบริษัทให้เลือก เช่น นวลทิพย์, ศรีบ้านเพ แนะนำให้ซื้อตั๋วไป-กลับเลยค่ะ
- เรือสปีดโบ๊ท (Speed Boat): สำหรับคนไม่รอคิวและอยากถึงเร็ว! ราคาแพงกว่าเรือโดยสารพอสมควรค่ะ ตกคนละ 250-300 บาทต่อเที่ยว (อาจจะต่อรองได้ถ้าไปเป็นกลุ่มใหญ่) ใช้เวลาแค่ 15-20 นาทีก็ถึงแล้ว! สะดวกสบาย เร็วทันใจ สายคอนเทนต์ต้องโดน!
- จากกรุงเทพฯ ไปท่าเรือบ้านเพ (ระยอง):
- ช่วงเวลาที่ควรไป:
- ไฮซีซั่น (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์): ช่วงนี้อากาศดีที่สุดค่ะ แดดไม่แรงมาก ทะเลสวย น้ำใส ไร้ฝน! แต่คนก็จะเยอะเป็นพิเศษ ที่พักแพงขึ้นนิดหน่อย แนะนำให้จองล่วงหน้าเลยนะคะ!
- กรีนซีซั่น/โลว์ซีซั่น (พฤษภาคม - ตุลาคม): ช่วงนี้มีฝนค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะตกไม่นาน แล้วก็ฟ้าเปิด ราคาที่พักจะถูกลง คนไม่เยอะมาก ถ้าอยากได้ความสงบหน่อยก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีค่ะ แต่ต้องเช็กพยากรณ์อากาศดีๆ นะแก!
- ทริคควรรู้สำหรับวัยรุ่นสายลุย:
- กันแดดคือชีวิต: พกครีมกันแดดไปเลยค่ะขวดใหญ่ ๆ ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง อย่าประมาทแดดเมืองไทย! ไม่งั้นผิวจะไหม้เป็นทูโทนไม่รู้ด้วยนะ!
- หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด: นอกจากจะเป็นพร็อพถ่ายรูปสุดปังแล้ว ยังช่วยชีวิตจากแดดได้อีกด้วยค่ะ!
- เช่ามอเตอร์ไซค์: บนเกาะเสม็ดนิยมเช่ามอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวค่ะ ราคาประมาณ 200-300 บาทต่อวัน (มีน้ำมันให้) แต่ขับขี่ด้วยความระมัดระวังนะคะ ถนนบนเกาะค่อนข้างชันและขรุขระ! ถ้าไม่มั่นใจก็ใช้บริการรถสองแถวก็ได้ค่ะ
- ดื่มน้ำเยอะ ๆ: ฮีทสโตรกไม่ตลกนะแก! ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ไว้ก่อนเลยค่ะ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ
- งบประมาณ: เตรียมงบไว้ให้ดีค่ะ! ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่ากิจกรรมต่าง ๆ อาจจะบานปลายได้ถ้าเราเผลอตัวกับความสนุก
- จองที่พักล่วงหน้า: โดยเฉพาะถ้าไปช่วงไฮซีซั่น หรือวันหยุดยาว ที่พักดี ๆ เต็มไวมาก!
- รักความสะอาด: ไม่ทิ้งขยะลงทะเล ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราดนะแก! เราเป็นตัวแม่ ต้องเป็นตัวแม่ที่ดีด้วยค่ะ!
เป็นไงบ้างคะทุกคน? เสม็ดทริปนี้บอกเลยว่าครบรสจริง ๆ! ตั้งแต่การเดินทางสุดโหด แดดที่แรงจนร้องขอชีวิต แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็แลกมาด้วยความสนุก ความทรงจำดี ๆ กับแก๊งเพื่อน และที่สำคัญคือรูปสวย ๆ ที่พร้อมจะลงโซเชียลเรียกไลก์ให้ลืมหายใจกันไปเลย! เกาะเสม็ดคือที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ไปซ้ำได้ไม่เบื่อจริงๆ ค่ะ ใครที่ยังไม่เคยไป หรือไปแล้วแต่คิดว่าเชย ลองเปิดใจไปอีกรอบนะคะ แล้วจะรู้ว่าเสม็ดเนี่ยแหละคือแหล่งรวมความแซ่บ! มันไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย แต่คือประสบการณ์ที่คุ้มค่าแก่การลงทุนลงแรง (และลงครีมกันแดด) มาก ๆ! เตรียมชุดแซ่บ เตรียมพร็อพ เตรียมกล้อง แล้วไปลุยกันเลยค่ะทุกคน!
#เกาะเสม็ด #เที่ยวระยอง #เที่ยวทะเล #stylestravels #