พิจิตรไม่ใช่แค่เมืองทางผ่าน! วัดท่าหลวง (หลวงพ่อเพชร) ขอพรยังไงให้ปังจนไม่ต้องกินมาม่าปลายเดือน!


ทุกคนขาาาาาา! ไหนใครเป็นสายเที่ยวแต่ก็ยังไม่ทิ้งสายมู? ยกมือขึ้นค่ะ! (ยกมือขึ้นเองคนแรกเลยหนึ่ง!) วันนี้ตัวแม่สายแบกเป้ตูดแดงจากการโดนแดดเลีย จะมาฉีกทุกกฎการรีวิววัด! เพราะทริปนี้เราจะพาทุกคนไปบุก "พิจิตร" ค่ะ! ใช่ค่ะ! พิจิตร! จังหวัดที่หลายคนอาจจะแค่ขับรถผ่านแล้วกดเปิด Google Maps ถามว่า "อีกกี่กิโลจะถึงกรุงเทพฯ คะ?" แต่ช้าก่อนค่ะซิส! คิดใหม่ค่ะ! เพราะพิจิตรมันมีของดีซ่อนอยู่! และวันนี้ของที่เราจะไปเจาะลึก เจาะแทะ เจาะยันไส้ใน ก็คือ "วัดท่าหลวง (หลวงพ่อเพชร)" ค่ะ! ฟังไม่ผิด! วัด! แต่ไม่ใช่แค่วัดธรรมดาๆ นะคะ นี่คือวัดที่จะทำให้ชีวิตคุณปังชนิดที่ว่าปลายเดือนไม่ต้องนั่งมองซองมาม่าตาปริบๆ อีกต่อไป! พูดจริง! ไม่ได้ขายฝัน! (เพราะเรามาขายคอนเทนต์!)

ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องราวการเอาชีวิตรอดจากแดดประเทศไทยในทริปนี้ก่อนค่ะคุณ! คือปกติอะเนอะ คนเราก็ต้องเตรียมชุดสวย ชุดปัง ชุดสับ ไปวัด แต่รอบนี้บอกเลยว่าที่เตรียมมามันผิด! ผิดตั้งแต่คิดว่าจะรอด! เพราะแดดเมืองพิจิตรมันไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ! มันร้อนแบบตะโกน! ร้อนแบบเผา! ร้อนแบบที่คิดว่าเดินไปอีกนิดเดียวคือจะกลายเป็นไก่ย่างห้าดาวแล้วอะ! แกรรรรร! ลงจากรถเมล์ปุ๊บ คือลมร้อนตีหน้าผั่วะ! เหมือนมีคนเอาไดร์เป่าผมเปิดเบอร์แรงสุดมาจ่อหน้า! เหงื่อแตกซึมตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาเข้าวัดเลยจ้าาาา! แถมตอนอยู่บนรถนี่ก็ลุ้นแทบตาย นั่งเกร็งกลัวเครื่องปรับอากาศเสีย เพราะถ้าเสียนะ มีหวังได้รีวิวทริป "มนุษย์อบแห้งทัวร์พิจิตร" แน่นอน! คือหน้าคือเยิ้ม ผมคือเหนียว ตัวคือเหนอะหนะ ยิ่งกว่าไปวิ่งมาราธอนกลางทะเลทรายซาฮาราอีกค่ะ! แต่ถึงจะร้อนแค่ไหน ใจมันก็สู้! เพราะคำว่า "หลวงพ่อเพชร" มันก้องอยู่ในหัว! ความปังมันรออยู่ตรงหน้า! จะมาหวั่นไหวกับแค่แดดร้อนๆ ไม่ได้ค่ะคุณ! ต้องสตรอง! ต้องเป๊ะ! เพื่อคอนเทนต์! (และเพื่อยอดไลก์!)

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

มาถึงวัดท่าหลวง (หลวงพ่อเพชร) ทั้งที จะให้มาแค่ไหว้พระขอพร แล้วกลับบ้านไปกินมาม่า ก็เสียชื่อตัวแม่สายนางพญาหิมะปักษีแห่งบล็อกเกอร์! แน่นอนว่าเราต้องไม่พลาดจุดถ่ายรูปสุดปังที่จะทำให้โปรไฟล์ของคุณเหมือนถูกเสกโดยเทพธิดาแห่งโซเชียล! เตรียมเมมกล้องให้พร้อม แบตมือถือให้เต็ม และซ้อมโพสท่าให้เป๊ะ! เพราะแต่ละมุมที่เราคัดมา คือคัดมาแล้วว่า "สับ! แน่! นอน!"

  1. มุมปังหน้าอุโบสถทองอร่าม:

    บอกเลยว่าจุดแรกที่ต้องพุ่งตัวไปเก็บภาพให้ไวที่สุด คือบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถหลังใหญ่ที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชรนี่แหละค่ะคุณ! คือตัวอุโบสถเนี่ย เขาไม่ใช่แค่อุโบสถธรรมดานะคะแก! เขาเป็นสีทองอร่ามตามาก! คือทองแบบตะโกน! ทองแบบที่ว่าถ้ามองนานๆ คือตาจะพร่า! รายละเอียดงานปูนปั้น งานประดับกระจก คือปราณีตจนขนลุก! เหมือนเดินหลงเข้ามาในปราสาททองคำยังไงยังงั้น!

    วิธีโพสให้ปัง: แนะนำให้ยืนเยื้องๆ กับบันไดทางขึ้น หรือยืนตรงกลางหน้าประตูทางเข้า แต่ให้มีระยะห่างออกมานิดนึงนะ ให้เห็นความยิ่งใหญ่ของอุโบสถฉากหลังเต็มๆ! ท่าที่แนะนำคือ ยืนหันข้างเล็กน้อย มือเท้าเอวแบบมั่นๆ เชิดหน้าขึ้นนิดๆ ให้แสงตกกระทบโหนกแก้มแบบนางแบบ Victoria's Secret หรือจะทำท่าเอามือเสยผม มองไปไกลๆ เหมือนกำลังครุ่นคิดถึงยอดฟอลโลเวอร์ที่กำลังจะพุ่งขึ้น! ส่วนเรื่องแสงเนี่ย แนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงบ่ายแก่ๆ เลยค่ะ แสงจะนุ่มละมุน ถ่ายแล้วผิวผ่อง หน้าเนียน ไม่ดูแข็งเหมือนโดนแฟลชสาด! สไตล์การแต่งตัว แนะนำชุดสีขาว สีครีม สีเอิร์ธโทนค่ะ จะตัดกับสีทองของอุโบสถได้ดี ทำให้ดูแพง ดูคุณหนู ดูไม่พยายาม แต่ดู "ได้"! หรือถ้าใครมั่นเบอร์สิบ จะใส่ชุดสีสดใสอย่างแดงแรงฤทธิ์ หรือชมพูบานเย็นก็ไม่ว่ากันค่ะ แต่ต้องมั่นให้สุด ไม่งั้นจะดูเด่นแต่คนไม่เด่น (อิอิ)

  2. มุมสงบกับหลวงพ่อเพชร (ด้านใน):

    ไหนๆ ก็มาถึงถิ่นแล้ว จะไม่เข้าไปกราบหลวงพ่อเพชรก็เหมือนมาไม่ถึงค่ะ! แต่ๆๆๆ! ไม่ใช่แค่ไปไหว้เฉยๆ นะคะ เราต้องเก็บภาพแห่งความสงบและศรัทธากลับไปด้วย! (แต่ต้องถ่ายแบบสุภาพและสำรวมนะคะซิส! อย่าถ่ายแบบแหกแขนแหกขา แย่งซีนหลวงพ่อ!) ด้านในอุโบสถคือสวยมาก! ผนังมีจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่เล่าเรื่องราวพุทธประวัติ งดงามจนต้องเงยหน้ามองจนเมื่อยคอ! และแน่นอนว่าไฮไลต์คือหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปที่งดงามและศักดิ์สิทธิ์มาก!

    วิธีโพสให้ปัง: มุมนี้เน้นความสงบและนอบน้อมค่ะ ลองนั่งคุกเข่าพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิก้มหน้านิดๆ ประนมมือไหว้แบบตั้งใจ อาจจะขอให้เพื่อนช่วยถ่ายจากมุมด้านหลัง หรือด้านข้าง ให้เห็นหลวงพ่อเพชรเป็นฉากหลังแบบเบลอๆ หรือจะถ่ายเจาะไปที่รายละเอียดของจิตรกรรมฝาผนังก็ได้ค่ะ ให้ฟีลแบบอินสปายสุดๆ หรือถ้าอยากได้ฟีลแบบ "ฉันอยู่ท่ามกลางความศักดิ์สิทธิ์" ก็ลองยืนพิงเสาอุโบสถ (เบาๆ นะคะ) แล้วมองขึ้นไปบนเพดานด้วยสายตาอันเปี่ยมไปด้วยศรัทธา แกล้งๆ ทำเป็นกำลังหลุดเข้าไปในห้วงภวังค์ค่ะ แสงในนี้จะค่อนข้างมืดกว่าด้านนอกเล็กน้อย แนะนำให้ใช้โหมด Portrait ถ่ายเพื่อให้ได้ภาพที่ละมุน และมีมิติค่ะ การแต่งตัว ก็ยังคงเน้นความสุภาพเรียบร้อยค่ะ ชุดผ้าไทย ชุดผ้าฝ้าย หรือชุดที่ปกปิดเข่าและหัวไหล่จะดูดีที่สุดค่ะ นอกจากจะได้บุญแล้วยังได้ภาพสวยไปลงไอจีแบบคูลๆ อีกด้วย!

  3. มุมร่มรื่นริมแม่น้ำน่าน:

    น้อยคนจะรู้ว่าวัดท่าหลวงเขาติดริมแม่น้ำน่านด้วยนะแก! คือเดินออกมาด้านหลังวัดเนี่ย มันจะมีทางเดินเล็กๆ ที่นำไปสู่ท่าน้ำเลยจ้า! คือเป็นอีกฟีลลิ่งนึงเลย! จากความร้อนแรงของแสงแดดและทองอร่ามของอุโบสถ เราจะมาเจอกับความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ และสายลมเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำ! คือแบบ "โอ้ย ป่านนี้ตัวแม่คงจะกลายเป็นไก่งวงอบแห้งไปแล้วค่ะคุณ แต่เพื่อความปังเราก็ยอมมมม!

    ☕ พิกัดลับ ดับร้อน

    หลังจากที่สู้รบปรบมือกับแดดเมืองพิจิตรจนหน้ามันเยิ้ม เมคอัพไหลเป็นทาง ยิ่งกว่าน้ำตกไนแอการ่า (ในเวอร์ชั่นเหงื่อ!) ตัวแม่ก็รู้เลยว่า ถ้าไม่หาอะไรเย็นๆ กระแทกปาก มีหวังได้ฟุบหน้าลงพื้นวัดเป็นลมเป็นแล้งแน่นอน! โชคดีที่สายตาอันคมกริบของอินฟลูเอนเซอร์ระดับตำนาน (อันดับต้นๆ ของซอย!) ไปสะดุดเข้ากับร้านกาแฟโบราณร้านหนึ่งที่อยู่ข้างๆ วัดเลยค่ะคุณ! คือเดินออกมาจากวัดเลี้ยวซ้ายไปนิดเดียวก็เจอเลย! หน้าร้านดูธรรมดามาก แบบธรรมดาจนเหมือนร้านขายของชำทั่วไป แต่ไอ้ความธรรมดานี่แหละค่ะ ที่มักจะซ่อนความไม่ธรรมดาเอาไว้! (บทจะลึกซึ้งก็ลึกซึ้งนะ! อิอิ)

    ร้านนี้ไม่มีชื่อเก๋ๆ แบบ Starbucks หรือ Cafe Amazon หรอกนะคะ แต่มันคือ "ร้านป้าสมจิตรโอเลี้ยงรสเด็ด" ค่ะ! แค่ชื่อก็บ่งบอกความขลังแล้วป่ะ! เข้าไปในร้านคือแอร์ไม่มีค่ะ มีแต่พัดลมเพดานตัวใหญ่ที่หมุนเอื่อยๆ แต่ลมมันพัดโดนตัวแล้วมันรู้สึกฟินมาก! เหมือนมีนางฟ้ามาพัดวีให้! บรรยากาศภายในร้านก็คือ Old School สุดๆ ค่ะ โต๊ะเก้าอี้ไม้เก่าๆ ผนังมีรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 แขวนอยู่ ถ้วยชามเป็นแบบโบราณลายดอกไม้ กลิ่นกาแฟคั่วหอมฟุ้งไปทั่วร้าน คือแค่ได้กลิ่นก็รู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปในยุค 90 แล้วค่ะ! ตัวแม่ก็ไม่รอช้า พุ่งไปสั่ง "โอเลี้ยง" แก้วใหญ่! และ "ชาเย็น" อีกหนึ่งแก้ว! คือแดกได้แดก! แดกให้คุ้มกับที่เดินตากแดดมา!

    และแกรรรรร! เชื่อตัวแม่! โอเลี้ยงที่นี่คือ "นิพพาน"! เข้มข้นถึงใจมาก! รสชาติกาแฟคือหอมคั่วแบบโบราณแท้ๆ หวานน้อยๆ (แต่เราบอกป้าว่า "หวานเจี๊ยบเลยค่ะป้า!" เพื่อพลังงาน!) ใส่น้ำแข็งมาพูนๆ ดื่มเข้าไปคำแรกนะ คือแบบ "อ๊าาาาาาาาาาห์!" เสียงแห่งความฟินดังลั่นในใจ! มันชื่นใจมาก! เหมือนร่างกายที่กำลังจะเหี่ยวเฉา ได้รับการเติมเต็มด้วยน้ำอมฤต! ส่วนชาเย็นนี่ก็เด็ดไม่แพ้กัน! หวานมันกำลังดี! ชาหอมเตะจมูก! คือมันเป็นรสชาติที่หากินยากมากในกรุงเทพฯ ตอนนี้อะ! ชาเย็นบางร้านคือเจือจางเหมือนล้างแก้ว! แต่นี่คือชาเย็นแบบ "แม่ทำให้กิน" อะแก! จิบไปมองดูผู้คนสัญจรไปมา หน้าร้านมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่บ้าง มีคุณลุงคุณป้านั่งคุยกันเสียงเจื้อยแจ้ว มันเป็นภาพที่เรียบง่าย แต่โคตรมีความสุข! คือโมเมนต์นี้แหละ ที่ตัวแม่รู้สึกว่า "โอเค! แดดเมืองพิจิตรก็เอาไปเถอะ! เพราะฉันได้มาเจอโอเลี้ยงกับชาเย็นแห่งสรวงสวรรค์ที่ร้านป้าสมจิตรแล้ว!" ใครมาวัดท่าหลวง ห้ามพลาดร้านป้าสมจิตรเด็ดขาดนะ! ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงพิจิตร!

    🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

    เอาล่ะ! หลังจากที่อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มโอเลี้ยงแล้ว ถึงเวลาที่ตัวแม่จะมาสรุปข้อมูลการเดินทางและทริคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับน้องๆ วัยรุ่น หรือใครก็ตามที่อยากจะตามรอยความปังมาที่ "วัดท่าหลวง (หลวงพ่อเพชร)" จังหวัดพิจิตรกันค่ะ! เตรียมปากกามาจด เตรียมสมองมาจำนะ!

    • วิธีเดินทางมาพิจิตร:

      สำหรับสายประหยัดงบแบบตัวแม่ที่ปลายเดือนคือเหลือแต่เศษเหรียญในกระเป๋า (แต่ใจยังอยากเที่ยว!) รถไฟ คือทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ! นั่งชิลล์ๆ ชมวิวข้างทางไปเรื่อยๆ (แล้วก็หลับไปเลยจ้า!) ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง แล้วแต่ขบวนค่ะ แนะนำให้จองล่วงหน้าจะได้ที่นั่งดีๆ! หรือถ้าใครใจร้อน อยากถึงไวๆ ก็ รถทัวร์ ค่ะ มีหลายบริษัทเลย วิ่งตรงไปพิจิตร ใช้เวลาพอๆ กัน แต่บางทีอาจจะเร็วกว่านิดหน่อย ส่วนสายมีงบหน่อย หรือมากันหลายคน ขับรถส่วนตัว มาสะดวกสุดค่ะ ปักหมุด Google Maps ไปที่ "วัดท่าหลวง (หลวงพ่อเพชร) พิจิตร" ได้เลย ไม่หลงแน่นอน! แต่ขอเตือนนะ ขับดีๆ ค่ะ รถเยอะ!

    • การเดินทางไปวัดท่าหลวงจากตัวเมือง:

      พอมาถึงพิจิตรแล้วเนี่ย วัดท่าหลวงอยู่ใกล้ตัวเมืองมากค่ะ! ถ้าใครมาถึงสถานีรถไฟหรือสถานีขนส่ง สามารถเรียก รถสองแถว หรือ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ได้เลยค่ะ บอกเขาว่าไป "วัดท่าหลวง" ทุกคนรู้จักแน่นอน! ค่ารถก็แล้วแต่จะตกลงกับพี่คนขับนะคะ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่แพงมากค่ะ หรือถ้าใครอยากออกกำลังกาย เดินได้ เดินไปเลยค่ะ! ใกล้มาก!

    • ช่วงเวลาที่ควรไป:

      แนะนำให้ไปช่วง เช้าตรู่ประมาณ 8-9 โมงเช้า ค่ะ! แดดยังไม่โหดร้ายมากนัก! หรือไม่ก็ไปช่วง บ่ายแก่ๆ ตั้งแต่บ่าย 3 โมงเป็นต้นไป แดดจะเริ่มอ่อนลงแล้ว ถ่ายรูปออกมาผิวจะนวลผ่องสวยมาก! หลีกเลี่ยงช่วงกลางวันตั้งแต่ 11 โมงถึงบ่าย 2 โมงเด็ดขาดนะคะคุณ! ไม่งั้นได้กลายเป็นหมูแดดเดียวแน่ๆ! แล้วก็ช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น สงกรานต์ หรือวันสำคัญทางศาสนา คนจะเยอะมาก! ถ้าไม่ชอบคนเยอะก็เลี่ยงช่วงนั้นไปค่ะ

    • ทริคควรรู้และข้อควรระวัง:

      • ชุดสุภาพคือสิ่งสำคัญ: มาวัดทั้งที แต่งตัวให้เหมาะสมนะคะซิส! เสื้อผ้าที่ปกปิดหัวไหล่และเข่า คือสิ่งที่ต้องมี! ไม่ต้องถึงกับใส่ชุดราตรีฟูฟ่องก็ได้ แต่ก็ไม่เอาเสื้อครอปเอวลอย กางเกงขาสั้นเสมอหูนะคะ! เอาแบบสุภาพแต่ยังคงความแฟชั่นในตัว! (เข้าใจเนอะ!)
      • พกน้ำ พกพัดลมมือถือ: สิ่งเหล่านี้คือผู้ช่วยชีวิตในแดดเมืองไทยค่ะ! อย่าได้มองข้ามเชียว!
      • ครีมกันแดดห้ามขาด: ทาไปเลยค่ะ! ทาไปเลยอย่าได้แคร์! ทาเหมือนจะอาบ! เพราะแดดเขาแรงจริง!
      • สำรวมกิริยา: เป็นตัวแม่แต่ก็ต้องมีมารยาทนะคะ! เสียงดังโวยวาย วิ่งเล่น หรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมในบริเวณวัดเนี่ย ไม่ได้นะ! เราเป็นวัยรุ่นสายเที่ยวแบบมีสติค่ะ!
      • ระมัดระวังของมีค่า: ถึงแม้จะเป็นวัด แต่ก็ต้องดูแลของตัวเองดีๆ นะคะ!

    เท่านี้ทุกคนก็จะสามารถบุกพิจิตร และมาปังกับหลวงพ่อเพชรที่วัดท่าหลวงได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ! รับรองว่าได้ทั้งบุญ ได้ทั้งรูปสวย ได้ทั้งประสบการณ์ใหม่ๆ จนเพื่อนต้องอิจฉาแน่นอน!

    เป็นไงบ้างคะทุกคน! ทริปพิจิตรฉบับตัวแม่สายจริงจัง (แต่ก็ยังตลก!) หวังว่าทุกคนจะได้รับความบันเทิงและสาระดีๆ ไปพร้อมๆ กันนะคะ! บอกเลยว่าพิจิตรไม่ใช่แค่เมืองทางผ่านจริงๆ ค่ะ! ที่นี่มีเสน่ห์ มีความสงบ และมีหลวงพ่อเพชรที่ศักดิ์สิทธิ์มาก! ใครที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวที่ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งรูปสวย และได้ฮีลใจจากความวุ่นวาย ตัวแม่แนะนำ "วัดท่าหลวง (หลวงพ่อเพชร)" พิจิตรเลยค่ะ! รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง และจะอยากกลับมาอีกแน่นอน! (แต่รอบหน้าขอเป็นหน้าหนาวนะแดดจ๋า!) ไปค่ะ! ปลายเดือนเราไม่ต้องกินมาม่าแล้ว! เพราะเราปังแล้ว!

    #วัดท่าหลวง #เที่ยวพิจิตร #เที่ยวภาคเหนือ 


admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads