ขอนแก่นไม่แก่นะจ๊ะ! วัดหนองแวงวิวฉ่ำ พระมหาธาตุฯ สุดปัง ถ่ายรูปจนเมมเต็มไม่รู้ตัว!


โอ๊ยยยยย! สวัสดีค่ะเหล่าเอฟซีตัวแม่ตัวคลอดบุตรสายเที่ยวทุกคนขา! วันนี้ชีมาพร้อมเรื่องเล่าจากสมรภูมิรบที่แดดแผดเผาแรงยิ่งกว่าไฟนรก แต่ขอบอกเลยว่าคุ้ม! คุ้มกว่าการตื่นเช้าไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์ร้อยเท่า เพราะชีเพิ่งกลับจากทริปตะลุยแดนอีสาน ที่ไม่ใช่แค่ไปกินส้มตำไก่ย่างนะยะ แต่นี่คือภารกิจพิชิตยอดเขาแห่งแสงและเงา ณ จังหวัดขอนแก่น! แค่เอ่ยชื่อ ‘ขอนแก่น’ หลายคนอาจจะคิดว่าแก่นสมชื่อรึเปล่า? มีอะไรน่าสนใจนอกจากไดโนเสาร์หลอ? แต่ขอโทษนะคะ นี่มันปี 2026 แล้วค่ะซิส! ขอนแก่นเขามีของดีซ่อนอยู่เยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะเป้าหมายหลักของชีในทริปนี้ นั่นก็คือ ‘พระมหาธาตุแก่นนคร (วัดหนองแวง)’ ที่เรียกได้ว่าสวยจึ้ง สวยตะโกน สวยจนต้องกรี๊ดดดดดออกมาดัง ๆ แล้วก็วิ่งหนีแดดไปด้วยพร้อมกันค่ะ!

การเดินทางสู่ขอนแก่นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะทุกคนขา ตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้าน ชีก็สัมผัสได้ถึงออร่าความร้อนแรงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาท้าทาย ว่าพร้อมมั้ย พร้อมมั้ยที่จะเจอของจริง! ชีเลือกเดินทางโดยเครื่องบินค่ะ เพราะชีก็ไม่ใช่คนที่จะมานั่งรถทัวร์ให้ผมเผ้ายุ่งเหยิงเป็นรังนกหรอกนะคะ! ใช้เวลาบินไม่นานก็มาถึงสนามบินขอนแก่นแล้วค่ะ แต่พอเหยียบพื้นแผ่นดินอีสานเท่านั้นแหละค่ะ เหมือนโดนสตันท์! แดดเมืองไทยไม่เคยออมมือให้ใครจริง ๆ ค่ะทุกคน เหมือนพระอาทิตย์แกกินโอเลี้ยงไปร้อยแก้ว แล้วพลังเหลือเฟือสาดมาแบบไม่ยั้ง ชีต้องควักแว่นกันแดดใบโปรดออกมาใส่แทบไม่ทัน พร้อมกับพ่นสเปรย์กันแดดไปทั่วร่างราวกับจะอาบน้ำกันแดด นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นที่สาธารณะ คงจะควักผ้าห่มวิเศษของโดเรมอนมาคลุมตัวแล้วค่ะ! แต่ถึงแดดจะแรงจนแสบผิว ชีก็ยังยืนหนึ่ง สู้ไม่ถอย เพราะหัวใจของตัวแม่พร้อมลุยเสมอค่ะทุกคน! ไหนจะต้องหาแท็กซี่ไปวัดอีกนะ ตอนนั้นคือรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักสำรวจในทะเลทรายซาฮาร่า ที่ต้องเอาชีวิตรอดจากความร้อนให้ได้!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

เอาล่ะค่ะ! หลังจากผ่านพ้นช่วงเอาชีวิตรอดจากแดดระยิบระยับมาได้ ชีก็พาร่างอันเกรียมแดดเข้าสู่เขตพุทธสถาน ‘พระมหาธาตุแก่นนคร’ ณ วัดหนองแวงค่ะทุกคน! พอเห็นองค์พระธาตุสูงเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้าเท่านั้นแหละค่ะ ชีก็ลืมไปเลยว่าเมื่อกี้โดนแดดแผดเผาไปกี่องศา เพราะความสวยอลังการงานสร้างขององค์พระธาตุมันดึงดูดสายตาและจิตวิญญาณของนักถ่ายรูปอย่างชีให้พุ่งชนเข้าจัง ๆ เลยค่ะ ที่นี่เนี่ย มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากกกกกกกก เยอะจนเมมเต็มได้ง่าย ๆ เลยนะ ถ้าไม่วางแผนดี ๆ รับรองว่าต้องมาซ้ำรอบสองแน่นอนค่ะ ชีขอแบ่งเป็น 3 พิกัดลับฉบับตัวแม่ให้ทุกคนได้ตามรอยกันเลยค่ะ

  1. 1. มุมมหาชน หน้าองค์พระธาตุ

    มาถึงวัดหนองแวงทั้งที ถ้าไม่ถ่ายรูปคู่กับองค์พระธาตุตรง ๆ ก็เหมือนมาไม่ถึงค่ะทุกคน! มุมนี้เป็นมุมยอดฮิต ที่ถ่ายยังไงก็ปัง เพราะองค์พระธาตุตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเราเต็ม ๆ ตา ยิ่งช่วงเช้าตรู่ก่อน 9 โมง หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ หลัง 4 โมงเย็น แสงจะนุ่มละมุนมากค่ะ ไม่แรงจัดจนหน้าดำเป็นเงาตึก และยังได้แสงสีทองอ่อน ๆ ที่ช่วยขับให้ผิวของเราดูผ่องใสราวกับใช้แอปพลิเคชันแต่งรูปที่เทพที่สุดในสามโลก! สำหรับท่าโพส ชีแนะนำให้โพสแบบ “มองฟ้าท้าแดดทิพย์” ค่ะ คือเงยหน้าขึ้นนิด ๆ ทำเหมือนกำลังชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรม แต่แอบกรีดสายตาไปทางกล้องเบา ๆ แล้วยิ้มมุมปากให้ดูน่าค้นหา หรือจะโพสแบบ “ลูกคุณหนูยืนหนึ่ง” ก็คือยืนนิ่ง ๆ ยืดตัวตรง ชันเข่าข้างหนึ่งนิดหน่อย มืออาจจะประสานกันไว้ด้านหน้า หรือเท้าสะเอวแบบตัวแม่มั่น ๆ แล้วก็กดชัตเตอร์ไปเลยสิคะ! หรือถ้าอยากได้ฟีลแบบเผลอ ๆ แต่จริง ๆ คือตั้งใจสุด ๆ ให้ลองทำท่าเดินหันข้างช้า ๆ แล้วหันหน้ากลับมามองกล้องแบบ “โอ๊ย! เห็นฉันเหรอเนี่ย” แต่ความจริงคือช่างภาพแอบซุ่มอยู่ตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว ชุดที่เหมาะกับมุมนี้คือชุดที่ดูเรียบร้อยแต่แฝงไปด้วยความเก๋ อย่างเช่นชุดเดรสยาวพลิ้ว ๆ สีขาว สีเอิร์ธโทน หรือสีพาสเทล ที่จะดูตัดกับสีทองอร่ามขององค์พระธาตุได้อย่างลงตัว หรือถ้าเป็นชุดไทยประยุกต์ ก็เริ่ดไม่ไหว! เหมือนนางในวรรณคดีมาเดินเฉิดฉายกลางวันแสก ๆ เลยค่ะ บอกเลยว่าถ้าได้ชุดแบบนี้กับท่าโพสปัง ๆ ยอดไลก์พุ่งกระฉูดแน่นอนค่ะ!

  2. 2. วิวพาโนรามาบนชั้นสูงสุดขององค์พระธาตุ

    และนี่คือไฮไลต์ที่แท้ทรูค่ะซิส! หลังจากที่ชีเดินขึ้นบันไดไปเรื่อย ๆ ชั้นแล้วชั้นเล่า (บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบันไดเยอะจริงจัง แต่เพื่อรูปสวยเรายอมค่ะ!) ในที่สุดก็มาถึงชั้นสูงสุดขององค์พระธาตุ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่บอกเลยว่า “ว้าว!” กว่าโอ้โหสิบแปดล้านครั้งค่ะทุกคน! จากมุมนี้ เราจะมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองขอนแก่นได้แบบ 360 องศา เห็นทั้งบึงแก่นนครที่อยู่ไม่ไกล และตึกรามบ้านช่องน้อยใหญ่ที่ดูมินิมอลไปเลยทันที จุดนี้แหละคือพิกัดลับที่แท้จริง! สำหรับท่าโพส ชีแนะนำให้โพสแบบ “ฉันคือผู้พิชิตโลก” ค่ะ! คือยืนหันหลังให้กล้อง กางแขนออกเล็กน้อย ทำเหมือนกำลังโอบกอดเมืองทั้งเมืองไว้ในอ้อมอก หรือจะยืนหันข้างเล็กน้อย มองออกไปที่วิวไกล ๆ ทำหน้าคิดลึกซึ้งราวกับกำลังวางแผนยึดครองโลกใบนี้อยู่! ถ้าอยากได้ความสับแบบมีอะไร ก็ลองโพสแบบ “เผลอ ๆ เหม่อมองเมฆหมอก” ค่ะ คือยืนพิงราวระเบียงเบา ๆ แล้วหันหน้าออกไปนอกองค์พระธาตุ ทำเหมือนกำลังคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านไป แล้วตากล้องก็กดรัว ๆ ไปเลยค่ะ หรือจะซูมไปที่ใบหน้าสวย ๆ ของเราที่ดูอินไปกับวิวธรรมชาติ (ที่จริงคืออินกับหน้าตัวเองในกล้องค่ะ!) แสงที่เหมาะกับมุมนี้คือช่วงกลางวันแดดจัด ๆ ค่ะ เพราะจะได้เห็นวิวเมืองได้ชัดเจนแบบไม่มีอะไรกั้น แต่ข้อควรระวังคือแสงจะแรงมากกกกกกกก ควรพกแว่นกันแดดมาด้วยนะคะ นอกจากจะได้พร็อพถ่ายรูปเก๋ ๆ แล้ว ยังช่วยปกป้องดวงตาอันบอบบางของเราจากแสงยูวีอีกด้วยค่ะ! ชุดที่เหมาะกับมุมนี้ก็คือชุดที่ดูสบาย ๆ แต่ยังคงความชิค เช่น เสื้อครอปเก๋ ๆ กับกางเกงยีนส์ขาสั้น หรือจะเป็นชุดเซ็ตผ้าลินินสีสดใส ที่รับรองว่าถ่ายออกมาแล้วเหมือนอยู่ต่างประเทศเลยค่ะ ไม่เชื่อลองดู!

  3. 3. รอบ ๆ องค์พระธาตุและรายละเอียดด้านใน

    อย่าเพิ่งคิดว่ามีแค่ด้านนอกกับด้านบนนะยะ! รายละเอียดรอบ ๆ องค์พระธาตุและภายในก็เป็นจุดที่สายคอนเทนต์ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะทุกคน! องค์พระธาตุเต็มไปด้วยลวดลายแกะสลักที่ละเอียดอ่อน ประณีต วิจิตรบรรจงสุด ๆ ที่ฐานองค์พระธาตุมีรูปปั้นพญานาคสีเขียวมรกตเลื้อยพันดูสง่างามมากค่ะ มุมนี้แหละที่เราจะได้รูปที่ไม่ซ้ำใคร! ชีแนะนำให้ลองถ่ายเจาะรายละเอียดของลวดลายต่าง ๆ หรือถ่ายคู่กับพญานาค โดยอาจจะโพสท่าแบบ “นางพญาพญานาค” คือยืนข้าง ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองพญานาคด้วยสายตาที่ดูมีพลัง หรือจะนั่งลงข้าง ๆ แล้วใช้มือสัมผัสเบา ๆ เหมือนกำลังพูดคุยกับท่านพญานาค ก็ได้ฟีลลิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบตัวแม่ไปอีกแบบค่ะ! ส่วนด้านในองค์พระธาตุ ก็มีการประดับประดาด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวพุทธประวัติ และพระพุทธรูปปางต่าง ๆ มากมาย ที่สำคัญคือมีพระบรมสารีริกธาตุให้เราได้กราบไหว้ขอพรด้วยค่ะ แสงด้านในจะค่อนข้างมืดนิดหน่อย แต่เราสามารถใช้ประโยชน์จากเงาและแสงที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างเล็ก ๆ ได้ค่ะ ให้ลองโพสท่าแบบ “นางในวังกำลังเดินชมศิลปะ” คือเดินทอดน่องช้า ๆ ทำเหมือนกำลังพินิจพิจารณาภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือจะนั่งพับเพียบสำรวมต่อหน้าพระพุทธรูป แล้วให้ตากล้องแอบกดชัตเตอร์จากด้านหลัง หรือด้านข้าง ก็จะได้รูปที่ดูสงบแต่ยังคงความงดงามแบบมีสตอรี่ค่ะ! สำหรับชุดที่เหมาะกับมุมนี้ควรเป็นชุดที่สุภาพเรียบร้อย แต่ก็ยังคงความเก๋ได้อยู่ อาจจะเป็นชุดผ้าไทยประยุกต์ หรือชุดที่ปกปิดหัวไหล่และเข่า เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ค่ะ แล้วอย่าลืมพร็อพเสริมความมั่นใจอย่างกระเป๋าสานเก๋ ๆ หรือร่มผ้าลายสวย ๆ ด้วยนะคะ!

☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด

หลังจากที่ชีเดินถ่ายรูปจนเมมกล้องเต็มไปสามรอบ และเหงื่อไหลไคลย้อยราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาสิบกิโลเมตร ชีก็รู้สึกว่าพลังงานชีวิตมันหมดลงไปกว่าครึ่งแล้วค่ะทุกคน! ท้องก็เริ่มร้องโครกคราก คอแห้งผากจนลิ้นจะแข็งเป็นสากกะเบือ ก็เลยตัดสินใจว่าต้องหาที่เติมพลัง ดับร้อนด่วน ๆ ค่ะ! โชคดีที่เดินออกจากวัดมาไม่ไกล ชีก็เหลือบไปเห็นร้านเล็ก ๆ เก่า ๆ โทรม ๆ แต่ดูมีเสน่ห์แห่งหนึ่งค่ะ ชื่อร้านว่า “ร้านป้าทองสุข กาแฟโบราณ” ค่ะคุณขา! แค่ชื่อก็ฟีลลิ่งเหมือนได้กลับบ้านยายแล้วค่ะ! บรรยากาศร้านคือที่สุดของความคลาสสิกค่ะทุกคน มีโต๊ะไม้เก่า ๆ ไม่กี่ตัว พัดลมตัวใหญ่ ๆ ที่หมุนเอื่อย ๆ ช่วยพัดความร้อนออกไปได้บ้าง เสียงพัดลมดังครืดคราดพร้อมกลิ่นอายกาแฟโบราณที่หอมตลบอบอวลไปทั่วร้าน มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกค่ะ เหมือนได้ย้อนเวลาไปในสมัยที่คุณยายยังสาว ๆ เลยค่ะ!

ชีไม่รอช้า รีบสั่ง ‘โอเลี้ยง’ กับ ‘ชาเย็น’ มาลองทันทีค่ะ เพราะมาถึงร้านกาแฟโบราณทั้งที จะพลาดสองเมนูคลาสสิกนี้ได้ยังไงกันคะ! และวินาทีที่ชีได้จิบโอเลี้ยงแก้วแรกเท่านั้นแหละค่ะ เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาล! มันไม่ใช่โอเลี้ยงธรรมดา ๆ ค่ะ แต่มันคือโอเลี้ยงขั้นเทพ! รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน หอมกลิ่นกาแฟโบราณเตะจมูก แถมยังหวานกำลังดี ชื่นใจสุด ๆ ค่ะทุกคน! ความเย็นของน้ำแข็งที่ละลายปนกับความเข้มข้นของกาแฟมันช่วยปลุกชีให้ตื่นจากภวังค์ความอ่อนล้าได้ในพริบตาเดียวเลยค่ะ รู้สึกเหมือนได้พลังงานชีวิตกลับคืนมาเต็มร้อยทันทีเลยค่ะ! ส่วนชาเย็นก็เริ่ดไม่แพ้กันค่ะ ชาเย็นของป้าทองสุขคือหอมกลิ่นชามาก ๆ หอมแบบไม่ปรุงแต่ง หอมแบบธรรมชาติบำบัด! แล้วนมที่ใส่ลงไปก็คือฉ่ำมากค่ะทุกคน สีชาเย็นคือส้มนวล ๆ สวยงามราวกับภาพวาด รสชาติหวานมัน กลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยนจนแสบคอ ดื่มแล้วสดชื่น เหมือนได้ลอยอยู่บนปุยเมฆเลยค่ะ! ชีได้ลองสั่ง ‘ขนมปังปิ้งเนยนม’ มากินคู่กันด้วยค่ะ เป็นขนมปังปิ้งธรรมดา ๆ ที่ปิ้งมาได้กรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยนมข้นหวานฉ่ำ ๆ หวานกำลังดี เข้ากันกับโอเลี้ยงและชาเย็นเป็นที่สุดค่ะ! โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะ! เป็นการปิดท้ายทริปที่แสนจะเหนื่อยแต่เต็มไปด้วยความประทับใจได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ ค่ะทุกคน ใครมาขอนแก่นแล้วไม่แวะร้านป้าทองสุข ถือว่าพลาดมากกกก พลาดแบบให้อภัยไม่ได้เลยนะ! ชีบอกเลยว่าถ้าไม่ได้แวะร้านนี้ ชีคงไม่มีแรงมานั่งเขียนรีวิวให้ทุกคนอ่านตอนนี้หรอกค่ะ!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

เอาล่ะค่ะทุกคน! มาถึงช่วงสำคัญที่เหล่าตัวแม่ตัวคลอดบุตรสายเที่ยวจะต้องรู้ก่อนจะตามรอยชีมาที่ขอนแก่นนะคะ ชีขอสรุปข้อมูลการเดินทางและทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้ทริปของทุกคนสนุกและไม่สะดุดค่ะ!

วิธีการเดินทางสู่พระมหาธาตุแก่นนคร (วัดหนองแวง):

  • เครื่องบิน: สะดวกที่สุดและเร็วที่สุดสำหรับตัวแม่ที่ไม่ชอบความยุ่งยากค่ะ! บินตรงมาลงสนามบินขอนแก่น (KKC) จากนั้นสามารถเรียก Grab Taxi หรือแท็กซี่มิเตอร์จากสนามบินไปวัดได้เลยค่ะ ใช้เวลาไม่นาน ราคาไม่แรงจนกระเป๋าฉีกแน่นอนค่ะ
  • รถไฟ/รถบัส: ถ้าใครเป็นสาย Slow Life หรืออยากประหยัดงบ ก็เลือกเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสได้ค่ะ มาลงที่สถานีรถไฟขอนแก่น หรือสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น จากนั้นก็ต่อรถสองแถวสีแดง สายที่ผ่านบึงแก่นนคร หรือจะเรียกตุ๊กตุ๊ก/Grab ก็ได้เช่นกันค่ะ แต่แนะนำให้เช็คเส้นทางดี ๆ ก่อนนะ เดี๋ยวจะหลงทางเอาได้ค่ะ
  • รถยนต์ส่วนตัว: สำหรับใครที่ขับรถเก่ง และชอบความอิสระ ก็ขับรถมาได้เลยค่ะ วัดหนองแวงอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองขอนแก่นมากนัก สามารถปักหมุดใน Google Maps ได้เลย มีที่จอดรถกว้างขวางค่ะ แต่บอกเลยว่าแดดที่จอดรถก็แรงไม่แพ้กันนะ เตรียมผ้าคลุมรถมาด้วยก็ดีค่ะ!

ช่วงเวลาที่ควรไป:

  • เช้าตรู่ (ประมาณ 07.00 – 09.00 น.): เป็นช่วงเวลาที่แสงสวยที่สุดค่ะทุกคน! แดดไม่แรงมาก ถ่ายรูปออกมาแล้วผิวจะดูออร่าแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ แถมคนยังไม่เยอะมากนัก เราจะได้รูปที่ไม่มีคนอื่นติดมาให้กวนใจค่ะ ฟีลเหมือนเหมาวัดถ่ายรูปเลยค่ะ!
  • บ่ายแก่ ๆ (ประมาณ 16.00 – 17.30 น.): ช่วงนี้แดดก็จะเริ่มอ่อนลงแล้วค่ะ แสงจะออกสีทองส้ม ๆ สวยมาก ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีลลิ่งอบอุ่น โรแมนติกสุด ๆ ค่ะ เหมาะกับการเก็บภาพบรรยากาศก่อนพระอาทิตย์จะตกดินเป็นที่สุดเลยค่ะ!
  • หลีกเลี่ยงช่วงกลางวัน (11.00 – 15.00 น.): บอกเลยว่าช่วงนี้คือสมรภูมิรบกับแดดที่แท้ทรูค่ะ! แดดแรงมากจนแสบผิว ถ่ายรูปออกมาก็อาจจะได้แสงที่แข็งจัดจ้านไปหน่อย ยกเว้นว่าคุณคือตัวแม่ที่มั่นใจในผิวแทนและคอนทราสต์จัด ๆ แบบไม่ต้องง้อแสงใด ๆ ก็จัดไปเลยค่ะ!

ทริคควรรู้และข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่นสายเที่ยว:

  • กันแดดเท่านั้นที่ครองโลก: สิ่งที่สำคัญที่สุดคือครีมกันแดดค่ะทุกคน! ไม่ต้องห่วงว่าจะเปลือง ควักมาทาเลยค่ะ SPF 50+ PA++++ คือขั้นต่ำ! ทาทั้งหน้าทั้งตัว ทาซ้ำทุกสองชั่วโมงไปเลยค่ะ! พกหมวก ปีกกว้างหน่อยก็ดีค่ะ แว่นกันแดดก็ต้องมี ร่มก็ต้องพร้อมค่ะ! อย่าให้แดดมาบดบังความสวยของเราได้เด็ดขาด!
  • จิบน้ำเยอะ ๆ: เตรียมน้ำเปล่าไปเยอะ ๆ ค่ะทุกคน! มากกว่าเลือดในกายเราอีกค่ะ ดื่มบ่อย ๆ อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะความร้อนของขอนแก่นนั้นไม่ปรานีใครจริง ๆ ค่ะ
  • แต่งกายสุภาพ: ถึงแม้เราจะเป็นตัวแม่สายแฟชั่น แต่เมื่อเข้าวัดก็ต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยนะคะ เสื้อผ้าที่ปกปิดหัวไหล่และเข่าเป็นสิ่งสำคัญค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ชิค เพราะเราสามารถเลือกชุดที่สุภาพแต่ยังคงความเก๋ได้สบาย ๆ เลยค่ะ อาจจะพกผ้าคลุมไหล่สวย ๆ ไปด้วยก็ได้นะคะ เวลาจะถ่ายรูปด้านในก็เอามาคลุมได้เลยค่ะ!
  • รองเท้าผ้าใบคือเพื่อนซี้: เตรียมรองเท้าที่เดินสบาย ๆ ไปนะคะ เพราะเราจะต้องเดินขึ้นบันไดหลายชั้นกว่าจะถึงยอดองค์พระธาตุค่ะ รองเท้าแตะแฟชั่นอาจจะไม่ตอบโจทย์ความเมื่อยล้าได้เท่ารองเท้าผ้าใบนะจ๊ะ
  • พาวเวอร์แบงค์กับเมมกล้อง: สองสิ่งนี้ห้ามลืมเด็ดขาดค่ะ! เพราะที่นี่มีมุมถ่ายรูปเยอะมากกกกกกจนแบตหมดก่อน เมมเต็มก่อนแน่นอนค่ะ! ชาร์จแบตกล้องกับมือถือให้เต็มร้อย แล้วพกพาวเวอร์แบงค์ไปด้วยนะคะ

และนี่ก็คือทั้งหมดทั้งมวลของรีวิวทริปตะลุยขอนแก่นของชีค่ะทุกคน! บอกเลยว่าถึงแม้แดดจะแรงจนเหมือนไปสู้รบกับมังกรมา แต่ความสวยงามของพระมหาธาตุแก่นนครนั้นคุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อจริง ๆ ค่ะ! เป็นวัดที่สวยงามอลังการงานสร้างมาก ๆ แถมวิวจากด้านบนก็คือสุดปัง ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ยอดไลก์พุ่งกระฉูดแน่นอนค่ะ! ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แต่ได้ฟีลลิ่งเหมือนไปเที่ยวเมืองเก่าต่างประเทศ แนะนำขอนแก่นเลยค่ะ! รับรองว่าขอนแก่นไม่แก่นะจ๊ะ แต่จะทำให้ใจเราฉ่ำ! ใครพร้อมแล้วก็จัดกระเป๋าแล้วตามรอยชีไปได้เลยค่ะ แล้วมาแชร์รูปสวย ๆ อวดกันด้วยนะคะ ชีจะรอชม! วันนี้ชีขอตัวไปบำรุงผิวที่โดนแดดทำร้ายมาแล้วค่ะ บ้ายบายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!

#พระมหาธาตุแก่นนคร #เที่ยวขอนแก่น #วัดหนองแวงวิวฉ่ำ

admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads