เกาะเกร็ด: ทริปแก้เบื่อใกล้กรุงฯ...กินให้พุงแตกแล้วค่อยกลับ!



ทุกคนขาาาา! ไหนใครเบื่อกรุงเทพฯ ยกมือขึ้น! (ไม่ต้องยกก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเมื่อย) คือจะบอกว่าช่วงนี้อากาศประเทศไทยก็คือไม่ไหวแล้วแม่! ร้อนแบบเอาชีวิตรอดเฉย ๆ ก็เหนื่อยละอะ แถมยังต้องมาทนอยู่ในเมืองที่อะไร ๆ ก็เร่งรีบ วุ่นวาย รถติด เบื่อไปหมด! อีฉันก็เลยมีความคิดกระทันหันแบบไม่ต้องปรึกษาใคร (ก็ฉันเป็นตัวแม่นี่คะ!) ว่าจะต้องหาที่ฮีลใจ ฟีลแบบพักผ่อนสมอง แต่ก็ยังต้องได้รูปปัง ๆ ลงโซเชียลหน่อย สรุปไป ๆ มา ๆ ก็ได้มาจบลงที่ "เกาะเกร็ด" จังหวัดนนทบุรีนี่แหละค่ะคุณ! ได้ยินชื่อมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม แต่ไม่เคยได้ไปสักที รอบนี้แหละค่ะ ได้เวลาชุบตัวให้โลกได้รู้ว่าฉันมาแล้ว!

พูดถึงการเดินทางมาเกาะเกร็ดน่ะเหรอคะ? โอ๊ยยยย…คือมันไม่ง่ายเลยนะแก! การออกจากบ้านในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์แผดเผาเมืองไทยจนเหมือนจะหลอมละลายทุกสิ่งให้กลายเป็นซุปข้นอ่ะ มันคือภารกิจระดับอเวนเจอร์สเลยนะ! ฉันกะเพื่อน ๆ ก็คือแต่งตัวแบบจัดเต็มเหมือนจะไปเดินแฟชั่นวีก (แต่ในใจคือกะไปตายดาบหน้า) ยืนรอรถเมล์ที่ป้ายแบบเหงื่อแตกพลั่ก ๆ จนเมคอัพเริ่มเยิ้มแล้วเยิ้มอีก พอขึ้นรถเมล์ได้ก็คือคนแน่นยิ่งกว่าปลากระป๋อง ซ้ายทีขวาทีก็คือเบียดกันแบบไม่เกรงใจไขมันส่วนเกินใด ๆ ในตัวฉันเลยจ้ะ แต่ละคนก็คือเหงื่อท่วมเหมือนเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมา แต่พอลงเรือข้ามฟากไปเกาะเกร็ดเท่านั้นแหละค่ะคุณ! ลมเย็น ๆ พัดมาปะทะหน้า มันคือสวรรค์น้อย ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่า “เออ! อย่างน้อยวันนี้ก็ยังไม่ตายแฮะ!” ใครที่กำลังมองหาทริปใกล้ ๆ แบบขับรถไม่นาน (ถ้าไม่ติดแบบเรา) ได้ฟีลหนีความวุ่นวาย แต่ยังคงความปังของการกิน ถ่ายรูป และช็อปปิ้งเบา ๆ เกาะเกร็ดคือคำตอบที่ถูกต้องค่ะซิส!

📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง

มาถึงเกาะเกร็ดทั้งที ถ้าไม่ได้รูปกลับไปลงโซเชียลก็เหมือนมาไม่ถึงจริงป่ะ? (พูดอย่างจริงจังแบบตัวแม่!) ฉันนี่เตรียมชุด เตรียมพร็อพมาอย่างดีค่ะ มั่นใจว่ายอดไลก์ต้องพุ่งเหมือนกราฟหุ้น! มาดูกันว่าจุดไหนที่ฉันว่าปังสุด ๆ บ้าง

มุมที่ 1: เจดีย์เอียงวัดปรมัยยิกาวาส (เจดีย์ที่ไม่แคร์โลก!)

มาเกาะเกร็ดแล้วไม่ถ่ายกับเจดีย์เอียงที่วัดปรมัยยิกาวาสนี่คือบาปนะคะ! เจดีย์องค์นี้เขามีความคูล ความชิค ความไม่ตรงเหมือนชีวิตจริงของเรานี่แหละค่ะ! โพสท่าตรงนี้ต้องเป็นฟีล "สวยและสตรอง ไม่แคร์ว่าเจดีย์จะเอียงแค่ไหน" หรือ "ฉันนี่แหละเป็นคนทำให้เจดีย์เอียง" ไปเลย!

  • **การโพส:** ลองยืนเอียงตัวตามเจดีย์แบบแกล้ง ๆ ทำหน้าเหมือนกำลังแบกเจดีย์ไว้ หรือจะยืนเท้าสะเอว เชิดหน้า มองข้ามเจดีย์ไปเลยก็ได้ค่ะ ฟีลแบบ “ฉันสวยกว่าเจดีย์” ไปเลย หรือถ้าอยากได้ฟีลแบบอินฟลูฯ สายเท่ ๆ ก็อาจจะยืนหันหลังครึ่งตัว เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มือเท้ากำแพงวัด แล้วให้เจดีย์เอียงเป็นฉากหลัง รับรองว่าได้รูปที่ดูมีสตอรี่ มีอะไรแน่นอนค่ะ ส่วนใครเป็นสายฮา แนะนำให้ทำท่าเหมือนจะผลักเจดีย์ให้ตั้งตรง หรือทำท่าประหลาด ๆ ที่มันขัดกับความเอียงของเจดีย์ไปเลยค่ะ!
  • **แสง:** ช่วงเช้าตรู่ที่แสงยังไม่แรงมาก หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แดดเริ่มอ่อนลงแล้วแสงเป็นสีทอง ๆ จะทำให้รูปดูละมุนนีมากค่ะ แต่ถ้ามาช่วงกลางวันแบบฉัน ก็ทำใจค่ะ! แต่ก็ได้รูปที่คอนทราสต์จัด ๆ แดดจ้า ๆ ไปอีกแบบ ฟีลแบบ “สู้แดดเมืองไทย” ไปเลย! ถ่ายย้อนแสงก็สวยนะ ได้ฟีลลึกลับ ดราม่าเบาๆ แต่หน้าเราต้องพยายามไม่มืดเกินไป
  • **สไตล์การแต่งตัว:** แนะนำชุดที่ดูสบาย ๆ แต่มีดีเทล เช่น เดรสผ้าพลิ้ว ๆ สีสันสดใสหน่อย จะตัดกับสีของเจดีย์และท้องฟ้า หรือจะเป็นกางเกงผ้าลินินสีอ่อน แมทช์กับเสื้อครอปเก๋ ๆ ก็ได้ค่ะ ให้ฟีลชิลล์ ๆ แต่ก็ยังดูดี มีความมินิมอลอยู่

มุมที่ 2: บ้านเครื่องปั้นดินเผา & ถนนคนเดิน (ฟีลอาร์ตติสท์สุด ๆ)

มาเกาะเกร็ดแล้ว ถ้าไม่ถ่ายรูปกับเครื่องปั้นดินเผาคือพลาดมาก! ที่นี่มีร้านเครื่องปั้นดินเผาเยอะมากค่ะคุณ เลือกมุมดี ๆ จะได้ฟีลแบบอาร์ตติสท์ มีความโบฮีเมียนสุด ๆ

  • **การโพส:** ลองเข้าไปนั่งยอง ๆ ตรงที่มีเครื่องปั้นดินเผาเยอะ ๆ ทำท่าเหมือนกำลังเลือกซื้อ หรือจะลองยกแก้วดินเผาขึ้นมาทำท่าจิบกาแฟแบบเก๋ ๆ ก็ได้ค่ะ หรือจะเดินไปตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ที่มีร้านค้าเรียงราย แล้วให้เพื่อนแอบถ่าย candid ให้ก็ได้ ฟีลแบบ "เผลอ ๆ แต่สวยปัง!" เน้นความเป็นธรรมชาติ ใบหน้าผ่อนคลาย มือจับเครื่องปั้นดินเผาเบาๆ หรือจะลองเล่นกับเงาของกระถางดินเผาขนาดใหญ่ก็ได้มุมที่ดูแปลกใหม่ดีค่ะ
  • **แสง:** แสงธรรมชาติคือดีที่สุดค่ะ เพราะจะทำให้สีของดินเผาดูสวยงาม มีความคลาสสิก แต่ถ้าอยากได้ฟีลดิบๆ ก็ลองถ่ายแบบคอนทราสต์สูงๆ ตอนแดดจัดๆ ก็ได้ค่ะ
  • **สไตล์การแต่งตัว:** เสื้อผ้าโทนสีเอิร์ธโทน เช่น ครีม เบจ น้ำตาลอ่อน จะเข้ากับบรรยากาศมากค่ะ หรือจะใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายแบบชนเผ่า หรือเสื้อผ้าผ้าฝ้าย ผ้าลินินก็ได้ ฟีลสบาย ๆ แต่มีสไตล์

มุมที่ 3: ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (แสงสุดท้ายของวันคือเดอะเบสท์!)

ช่วงเย็น ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แสงที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคือสวยมากกกก! ได้ฟีลโรแมนติกเบา ๆ แต่ก็ยังมีความคูลตามสไตล์ฉันนี่แหละ

  • **การโพส:** ยืนหันหลังให้กล้อง มองไปที่แม่น้ำ ให้แสงสุดท้ายของวันส่องกระทบตัวเรา ได้ฟีลแบบ "อินโทรเวิร์ตที่กำลังหาแรงบันดาลใจ" หรือจะนั่งห้อยขาตรงท่าน้ำ ถ่ายแบบซิลลูเอทก็ได้ค่ะ ได้รูปสวย ๆ ที่มีเงาของเราและวิวแม่น้ำเป็นฉากหลังแบบชิค ๆ หรือจะถ่ายรูปคู่กับเพื่อนซี้ นั่งหันหน้าคุยกันแบบสบายๆ หัวเราะกันคิกคัก ให้ฟีลความสุขของมิตรภาพ แล้วให้แสงสีทองของพระอาทิตย์ยามอัสดงเป็นฉากหลัง รับรองว่ารูปออกมาดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวามาก ๆ ค่ะ ใครอยากได้ฟีลนางเอกเอ็มวีก็จัดไปเลยค่ะ!
  • **แสง:** อันนี้ต้องบอกเลยว่า "แสงเย็น" หรือ "Golden Hour" คือช่วงเวลาทองคำค่ะ! แสงจะเป็นสีทองอ่อน ๆ ทำให้ผิวดูผ่อง ถ่ายออกมาแล้วปังทุกรูป!
  • **สไตล์การแต่งตัว:** ชุดที่ดูสบาย ๆ พริ้วไหว เช่น เดรสยาว หรือกางเกงขากว้างกับเสื้อครอป ให้ฟีลผ่อนคลาย แต่ก็ยังดูมีสไตล์ เหมาะกับการเดินเล่นรับลมริมน้ำค่ะ

☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด

เดินจนขาขวิด เหงื่อท่วม เมคอัพละลายไปครึ่งหน้า แถมยังต้องต่อสู้กับแดดเมืองไทยที่โหดร้ายยิ่งกว่าอะไรดีเนี่ย! ไม่ไหวแล้วค่ะคุณ! สิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนี้คือ "ความเย็น" และ "ของหวาน" ด่วน ๆ! ระหว่างทางเดินที่คดเคี้ยวไปตามตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ของเกาะเกร็ด ฉันก็สะดุดตากับร้านกาแฟโบราณเล็ก ๆ ข้างวัด (จำชื่อร้านไม่ได้ แต่ฟีลมันใช่!) ที่มีป้ายไม้เก่า ๆ ดูคลาสสิกมากค่ะ หน้าร้านมีถังน้ำแข็งใบใหญ่ตั้งอยู่ และมีคุณป้าใจดีคนหนึ่งกำลังชงกาแฟอยู่ค่ะ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ชวนให้ต้องเดินเข้าไปซบตัวในร้านทันที! ร้านเป็นแบบโอเพ่นแอร์ มีโต๊ะไม้เก่า ๆ ไม่กี่ตัว แต่บรรยากาศคือชิลล์มากกกก ลมพัดโชยมาเย็น ๆ ผิดกับข้างนอกลิบลับ

เมนูที่สั่งไปก็คือ "โอเลี้ยง" กับ "ชาเย็น" ค่ะ (มาถึงที่แล้วจะพลาดได้ไง!) โอเลี้ยงนี่คือเข้มข้นถึงใจมาก! หวาน มัน ชื่นใจสุด ๆ เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้น 7 เลยค่ะคุณ! คือแบบ แค่จิบแรกก็รู้สึกถึงพลังงานชีวิตที่กลับคืนมาทันที! ส่วนชาเย็นก็คือดีงามไม่แพ้กัน หอมกลิ่นชาไทยแท้ ๆ รสชาติกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป (แต่ก็หวานอยู่ดี เพราะฉันสั่งหวานปกติ!) คือมันเป็นความฟินที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้อ่ะแก มันเป็นความเย็นที่ซึมซาบเข้าไปในทุกอณูของร่างกายหลังจากต้องฟาดฟันกับแดดมานานแสนนาน! คุณป้าเจ้าของร้านก็ใจดีมากค่ะ ชวนคุยเหมือนรู้จักกันมานาน ให้ความรู้สึกเหมือนมาบ้านญาติผู้ใหญ่ที่ต่างจังหวัด คือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้แค่ดื่มกาแฟ แต่ได้ซึมซับวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ของคนเกาะเกร็ดไปด้วย ถือเป็นพิกัดลับที่อยากบอกต่อมาก ๆ ใครมาเกาะเกร็ดต้องแวะนะคะ! แนะนำให้นั่งจิบไป มองผู้คนเดินผ่านไปมาไป มันคือความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หาซื้อไม่ได้ในกรุงเทพฯ เลยจริง ๆ ค่ะ!

🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้

สำหรับน้อง ๆ วัยรุ่นสายเที่ยว สายคอนเทนต์ ที่อยากตามรอยแม่มาเกาะเกร็ด นี่คือข้อมูลและทริคที่ต้องรู้ค่ะ!

  • **การเดินทาง:**
    • **รถยนต์ส่วนตัว/แท็กซี่/รถสาธารณะ:** ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ก็ขับรถมาที่ "ท่าน้ำปากเกร็ด" ค่ะ หรือจะนั่งรถเมล์/แท็กซี่มาลงที่นั่นก็ได้ แล้วจากท่าน้ำปากเกร็ด เราจะนั่งเรือข้ามฟากไปเกาะเกร็ดค่ะ ค่าเรือถูกมากก แค่ 3 บาทเองมั้ง (แต่คุ้มค่าความเหนื่อยนะ!) คือนั่งไม่กี่นาทีก็ถึงเกาะแล้ว ง่ายกว่าที่คิดเยอะค่ะ! ส่วนใครขับรถมา แนะนำให้ไปจอดที่วัดสนามเหนือ แล้วเดินมาขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าน้ำปากเกร็ด หรือจอดที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ แล้วนั่งวินหรือแท็กซี่มาที่ท่าเรือก็ได้ค่ะ
    • **เรือด่วนเจ้าพระยา:** อันนี้เหมาะสำหรับสายชิลล์ที่ไม่รีบมาก สามารถนั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ "ท่าน้ำนนทบุรี" แล้วต่อรถเมล์หรือแท็กซี่ไปท่าน้ำปากเกร็ดได้ค่ะ เป็นอีกทางเลือกที่ได้ชมวิวสองฝั่งแม่น้ำด้วยนะ
  • **ช่วงเวลาที่ควรไป:**
    • **วันเสาร์-อาทิตย์:** เกาะเกร็ดจะคึกคักเป็นพิเศษ ร้านค้าเปิดเยอะ ของกินเยอะ แสงสีเสียงจัดเต็ม แต่คนก็จะเยอะมากกกก แดดก็ร้อนมากก ดังนั้นเตรียมร่ม พัดลมพกพา และสกายแคร์ให้พร้อมค่ะ!
    • **วันธรรมดา:** คนจะน้อยกว่ามากค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสงบ อยากเดินชิลล์ ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ แบบไม่ต้องแย่งมุมกับใคร แต่บางร้านค้าก็อาจจะปิดนะคะ ลองเช็กข้อมูลดูก่อน
    • **ช่วงเช้าตรู่:** แนะนำให้ไปถึงประมาณ 9-10 โมงเช้าค่ะ อากาศจะยังไม่ร้อนมาก คนไม่เยอะเกินไป เดินสบาย ๆ แล้วค่อยกลับช่วงบ่ายแก่ ๆ ก่อนแดดจะพีคสุด ๆ
  • **ข้อควรระวังและทริคควรรู้:**
    • **รองเท้า:** ใส่รองเท้าผ้าใบที่เดินสบายที่สุดในชีวิตค่ะ! เพราะต้องเดินเยอะมากกกก แล้วถนนบางช่วงก็ไม่ได้เรียบกริ๊บเหมือนพื้นห้างนะแก!
    • **กันแดด:** ครีมกันแดดคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์! โบกไปเลยค่ะ! โบกแบบไม่ต้องยั้ง! ไม่ต้องกลัวเปลือง! SPF 50 PA++++ คือขั้นต่ำ! พกหมวก แว่นกันแดด ร่ม หรือผ้าคลุมไหล่ไปด้วยค่ะ กันแดดได้หมด!
    • **เงินสด:** เตรียมเงินสดไปบ้างนะคะ เพราะร้านค้าเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ยังใช้เงินสดค่ะ (ฟีลแบบย้อนยุคหน่อย ๆ)
    • **ชุด:** แต่งตัวให้สบาย ระบายอากาศได้ดีค่ะ เพราะอากาศเมืองไทยคือเตาอบเคลื่อนที่! แต่ถ้าจะเข้าวัดก็อย่าลืมแต่งกายสุภาพด้วยนะจ๊ะแม่!
    • **ปั่นจักรยาน:** บนเกาะเกร็ดไม่มีรถยนต์นะคะ มีแต่จักรยาน ถ้าใครฟิต ๆ หน่อยจะเช่าจักรยานปั่นรอบเกาะก็ได้ค่ะ ได้ฟีลผจญภัยเบา ๆ
    • **น้ำดื่ม:** พกน้ำดื่มไปด้วยเยอะ ๆ เลยค่ะ! ดื่มน้ำเยอะ ๆ จะได้ไม่เป็นลมกลางทางนะสาว ๆ!

สรุปเลยนะ เกาะเกร็ดคือทริปสั้น ๆ ใกล้กรุงที่ทำให้ฉันได้หลุดพ้นจากความเบื่อหน่ายในเมืองหลวงจริง ๆ ค่ะ! แม้ว่าระหว่างทางจะต้องต่อสู้กับแดดเมืองไทยจนเหงื่อหยดติ๋ง ๆ เมคอัพละลายไปบ้าง แต่พอได้มาสัมผัสบรรยากาศความคูล ความชิค ของที่นี่ ทั้งของกินอร่อย ๆ เครื่องปั้นดินเผาน่ารัก ๆ และมุมถ่ายรูปปัง ๆ มันก็คุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อเลยค่ะ! ได้รูปสวย ๆ กลับไปลงไอจีรัว ๆ จนเพื่อน ๆ ถามว่าไปไหนมาเนี่ย! แถมยังได้กินจนพุงแตกสมชื่อบทความเลยค่ะ! ใครกำลังเบื่อ ๆ อยากหาที่เที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพฯ แบบได้ฟีลหนีโลกมาพักกายพักใจ เกาะเกร็ดคือคำตอบที่ถูกต้องค่ะซิส! ไปโลดดดด! แล้วอย่าลืมแท็กแม่ด้วยนะ!

#เกาะเกร็ด #เที่ยวนนทบุรี #เที่ยวใกล้กรุงเทพ #เที่ยววันเดียว 

admin

-พนักงานประจำ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

Ads