กรี๊ดดดด! แกเอ๊ยยยยยย! เชื่อป่ะว่าทริปนี้น้องพอยื่นใบลาตายให้แดดเมืองไทยไปแล้วสามรอบ! คือเอาจริงนะ...ใครที่เคยบ่นว่าร้อนนั่นน่ะยังไม่เคยมานครศรีธรรมราชของแทร่! ฉันนั่งเครื่องจากกรุงเทพฯ มานครฯ แค่ชั่วโมงกว่าๆ แต่รู้สึกเหมือนผ่านสมรภูมิรบมาแล้ว 10 วัน 10 คืน เพราะแค่ก้าวขาลงจากเครื่องบิน กลิ่นไอความร้อนก็ปะทะหน้าจนหน้าแทบไหม้ เป็นความร้อนระดับที่ว่าถ้าเอาไข่ไปวางบนพื้น รับรองสุกแบบไม่ต้องง้อกระทะ! แต่ถามว่าแคร์ไหม? ก็แคร์แหละค่ะคุณพี่! ผิวพรรณอันบอบบางของดิฉันจะกลายเป็นเกรียมแดดได้ยังไงก่อน แต่เรื่องอะไรจะยอมแพ้! ชุดสวยๆ ที่เตรียมมามันต้องได้อวดป่ะ! แขนยาวขายาว เสื้อครอปเก๋ๆ แว่นกันแดดเริ่ดๆ หมวกบักเก็ตที่สั่งตัดมาอย่างดี คือต่อให้แดดแผดเผาขนาดไหน ตัวแม่จะไม่มีวันยอมแพ้เรื่องแฟชั่น! ฉันสู้ทุกวิถีทาง สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้าตลอดเวลา โบกกันแดด SPF5000+ ทุก 15 นาที จิบน้ำมะนาวเย็นๆ ทุก 5 นาที คือกว่าจะรอดมาถึงวัดพระธาตุได้นี่ต้องใช้สกิลเอาชีวิตรอดระดับเทพเจ้าแห่งทะเลทรายเลยนะแก!
แล้วจะบอกว่ากว่าจะตัดสินใจมานครฯ ได้ก็คิดแล้วคิดอีกนะ เพราะปกติฉันก็เป็นสายคาเฟ่ สายทะเลฟีลซากุระเกาหลีเกาใจมากกว่า แต่เพื่อนสาวตัวดีดันอินกับมูเตลูหนักมาก นางบอกว่า "แกต้องไปนครฯ นะ ไปไหว้พระธาตุ ขอพรเรื่องผู้เรื่องงานเนี่ย ปังไม่ไหว!" ตอนแรกก็คิดในใจ "หือ? วัด? แดดร้อนๆ แบบนี้? ไปเดินถ่ายรูปวัดเนี่ยนะ? จะมีมุมปังๆ ให้ตัวแม่ลงรูปไอจีจริงดิ?" แต่พอมาถึงเท่านั้นแหละ! ฉันกรี๊ดสลบ! คือสวยกว่าที่คิดไว้เป็นล้านเท่า! ยิ่งใหญ่ อลังการ ตระการตาจนอยากจะกราบงามๆ ขออภัยที่เคยดูแคลน! บรรยากาศรอบๆ วัดคือสงบแต่ก็ดูขลังแบบบอกไม่ถูก เห็นองค์เจดีย์สีขาวทองตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางฟ้าสีคราม คือภาพตรงหน้ามันจึ้งจนลืมไปเลยว่าเมื่อกี้เพิ่งจะสาปแช่งแดดไปเมื่อกี้ แดดก็คือแดดค่ะ แต่ฉันสวย! เพราะฉะนั้นเตรียมเมมเต็มได้เลยจ้ะทริปนี้! ถึงแดดจะแรงไปนิด แต่ความสวยของวัดพระธาตุก็คือแรงกว่าจ้า! พร้อมแล้วใช่มั้ย? มาดูพิกัดถ่ายรูปสับๆ ที่ฉันไปฟาดมากันเลยดีกว่า!
📸 จุดถ่ายรูปสับ ๆ ยอดไลก์พุ่ง
เอาล่ะ! เตรียมเมมกล้องให้พร้อม เตรียมชุดให้เป๊ะ! เพราะวัดพระธาตุฯ ไม่ได้มีดีแค่ความศักดิ์สิทธิ์ แต่ความสวยแบบจึ้งๆ ก็มีไม่แพ้ใคร! ตัวแม่ตัวคลอดบุตรอย่างฉันจะมาสอนเทคนิคถ่ายรูปให้ยอดไลก์พุ่งกระฉูดกันไปเลย!
1. องค์พระบรมธาตุเจดีย์: มุมมหาชน แต่มงต้องลง!
แน่นอนว่ามาถึงนี่แล้ว สิ่งแรกที่ต้องฟาดคือองค์พระบรมธาตุเจดีย์นี่แหละค่ะแก! สูงตระหง่านเด่นเป็นสง่า ใครไม่ถ่ายตรงนี้ถือว่ามาไม่ถึง!
- การจัดท่าโพส: ท่ายอดฮิตที่คนทำเยอะคือยืนหันหลัง หรือหันข้างเล็กน้อย มือประสานกันเหมือนกำลังขอพร หรือจะโพสแบบเผลอๆ มองไปที่องค์เจดีย์ด้วยความเลื่อมใสก็ได้ (แต่ในใจคือกำลังคิดว่า “เมื่อไหร่จะได้ลงรูปวะ!”) อีกท่าที่ตัวแม่ชอบทำคือยืนกางแขนออกเบาๆ เหมือนกำลังโอบกอดความยิ่งใหญ่ของเจดีย์ อันนี้คือได้ฟีลลิ่งแบบ “ฉันคือราชินีของที่นี่” สุดๆ! อย่าลืมยืนให้ตัวตรง เชิดหน้าขึ้นนิดๆ ให้ดูสง่างามเข้ากับสถานที่นะจ๊ะ!
- การเลือกแสง: ถ้าอยากได้รูปที่องค์เจดีย์เป็นสีทองอร่ามแบบมีออร่า แนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่ประมาณ 7-8 โมงเช้า หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ใกล้พระอาทิตย์ตกดินไปเลยค่ะ (ประมาณ 4-5 โมงเย็น) แสงมันจะนวลๆ ละมุนๆ ถ่ายออกมาแล้วผิวจะดูผ่อง ยิ่งถ้าฟ้าใสๆ นะแก ยอดไลก์พุ่งแน่นอน! ส่วนใครที่มาตอนเที่ยงตรงแบบฉัน (เพราะตื่นสาย!) แดดมันจะแรงมากกกก! วิธีแก้คือหามุมที่มีเงาช่วยบ้าง หรือใช้แฟลชช่วยให้หน้าไม่มืดไปเลยก็ได้! สู้ชีวิตให้สุดแล้วหยุดที่รูปสวยๆ!
- สไตล์การแต่งตัว: แนะนำชุดสีขาว ครีม หรือสีเอิร์ธโทนค่ะ คือมันจะขับกับสีทองของเจดีย์และทำให้เราดูคลีน ดูแพง ดูเป็นสาวเรียบร้อยแต่แฝงไปด้วยความเปรี้ยว! ชุดไทยสวยๆ ก็ดีงามไม่ไหว หรือจะเป็นชุดกระโปรงพลิ้วๆ ยาวๆ ก็เริ่ด ถ่ายรูปออกมาแล้วดูมี story ดุจดั่งนางในวรรณคดีที่หลงยุคมา!
2. ระเบียงคต (รอบองค์พระธาตุ): มุมขลังๆ ที่ได้รูปปังแบบมูเตลู!
เดินรอบองค์เจดีย์ไปเรื่อยๆ แกจะเจอกับระเบียงคตที่มีพระพุทธรูปเรียงรายกันเป็นร้อยๆ องค์ บอกเลยว่ามุมนี้โคตรขลัง! ถ่ายรูปออกมาคือได้ฟีลแบบสงบ แต่ก็แอบมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่!
- การจัดท่าโพส: ท่าที่ตัวแม่แนะนำคือยืนหันข้างเล็กน้อยให้เห็นความลึกของระเบียงคต โชว์ความต่อเนื่องของพระพุทธรูปที่เรียงรายไปสุดสายตา หรือจะนั่งพับเพียบข้างๆ องค์พระพุทธรูป (แต่ระวังอย่าบังท่านะจ๊ะ) แล้วหันหน้ามองออกไปข้างนอกแบบเผลอๆ อันนี้คือได้ฟีลแบบกำลังนั่งวิปัสสนา (แต่แท้จริงคือกำลังคิดว่าเมื่อไหร่จะได้กินข้าว!) ลองหามุมที่แสงส่องลอดช่องหน้าต่างเข้ามาแล้วถ่ายแบบ silhouette ก็สวยเก๋ไม่ซ้ำใครเลยนะ!
- การเลือกแสง: มุมนี้แสงค่อนข้างจะร่มกว่าด้านนอก แต่ก็ยังมีความสว่างจากแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามา การถ่ายย้อนแสงอ่อนๆ ตอนเช้าหรือเย็นจะช่วยเพิ่มความลึกลับและมีมิติให้รูปได้ดีมาก! ส่วนกลางวันก็อาศัยแสงที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาเป็นจังหวะๆ ถ่ายแบบ candid ไปเลยก็ได้!
- สไตล์การแต่งตัว: ชุดที่ใส่มาในวันนั้นถ้าเป็นชุดไทย หรือชุดที่ดูเรียบร้อยหน่อยจะเข้ากับบรรยากาศสุดๆ ค่ะ หรือถ้าเป็นชุดสีดำ สีเทา ก็จะให้ฟีลลึกลับน่าค้นหาดีนะ เหมือนนางพญาที่แอบซ่อนตัวอยู่ในวัด! แต่อย่าลืมว่าชุดต้องสุภาพนะจ๊ะ ไม่โป๊ ไม่สั้นเกินไปนะ!
3. วิหารคดด้านหน้า (ทางเข้าหลัก): มุมอาร์ตๆ ที่ไม่ควรพลาด!
ก่อนจะเข้าไปถึงองค์พระธาตุ แกจะเจอกับวิหารคดด้านหน้าที่เป็นเหมือนทางเดินยาวๆ มีซุ้มประตูและลวดลายปูนปั้นสวยงาม อันนี้เป็นอีกมุมที่หลายคนมองข้าม แต่บอกเลยว่าถ่ายออกมาแล้วเหมือนอยู่เมืองนอก!
- การจัดท่าโพส: ใช้ความยาวของทางเดินเป็นองค์ประกอบ ให้เห็นซุ้มประตูที่เรียงรายไป ท่าโพสก็ง่ายๆ เลยค่ะ เดินหันหลังแบบเผลอๆ มองไปข้างหน้าเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ประตูมิติ (ประตูวัดนั่นแหละ!) หรือจะยืนพิงเสาแล้วเอียงคอนิดๆ ทำหน้าแบบ "ฉันเบื่อโลกแล้วค่ะ" ก็ได้ฟีลอาร์ตๆ ดีนะ หรือจะนั่งยองๆ ลงไปแล้วถ่ายจากมุมต่ำขึ้นมา ก็จะเห็นเพดานที่สวยงามและได้ภาพที่ดูยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก!
- การเลือกแสง: มุมนี้เหมาะกับการถ่ายช่วงที่มีแสงลอดเข้ามาเป็นริ้วๆ ตอนเช้าตรู่หรือเย็นก็ได้ค่ะ แสงจะช่วยสร้างมิติและเงาให้รูปดูมีอะไรมากขึ้น หรือถ้ามาช่วงบ่ายๆ ที่แดดแรง มุมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งมุมหลบแดดที่ถ่ายรูปสวยนะ! แสงไม่จ้าเกินไป กำลังพอดี ถ่ายง่าย!
- สไตล์การแต่งตัว: มุมนี้จะแต่งตัวสไตล์มินิมอล หรือสไตล์เรียบๆ คลีนๆ ก็เข้าหมดเลยค่ะ หรือจะใส่ชุดสีสดใสตัดกับความขรึมของวิหารก็ได้! แต่ที่สำคัญคือต้องมีพร็อพ! แว่นกันแดดเริ่ดๆ หมวกเก๋ๆ กระเป๋าผ้าสักใบ คือมันจะช่วยเสริมให้รูปดูมีอะไรมากขึ้นเยอะเลยแก!
☕ พิกัดลับ ดับร้อนข้างวัด
หลังจากที่ตากแดดสู้ชีวิต ฟาดท่าโพสไปเป็นร้อย ถ่ายรูปไปเป็นพันรูปจนเมมเต็ม ขาแข้งก็เริ่มจะล้าเหมือนเดินมาราธอนมา 42 กิโลเมตร หน้าก็เริ่มจะเยิ้ม เมคอัพก็เริ่มจะละลายตามแรงโน้มถ่วง ฉันก็ต้องพุ่งตัวเข้าสู่เซฟโซนแห่งความเย็นฉ่ำทันที! ไม่ต้องไปไหนไกลเลยแก! ข้างๆ วัดพระธาตุฯ นี่แหละ มีร้านกาแฟโบราณในตำนานชื่อ "ร้านโอเลี้ยงเจ๊แมว" ร้านนี้คือโคตรคลาสสิก! ตัวร้านเป็นอาคารไม้เก่าๆ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ธรรมดาๆ เปิดพัดลมเสียงหึ่งๆ แต่บรรยากาศคือชิลล์มาก เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสมัยคุณยายยังสาว! เจ๊แมวเจ้าของร้านก็น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส เสียงดังฟังชัดตามสไตล์คนใต้! ไม่ต้องสั่งอะไรเยอะเลยแก! สิ่งที่ต้องสั่งคือ "โอเลี้ยงไม่หวาน" กับ "ชาเย็นหวานน้อย" อย่างละแก้ว! โอเลี้ยงที่นี่คือเข้มข้นถึงใจ หอมกลิ่นกาแฟโบราณคั่วใหม่ๆ รสชาติออกขมปลายๆ กำลังดี ส่วนชาเย็นก็คือหอมกลิ่นชาไทยแท้ๆ ไม่ใช่ชาสำเร็จรูปที่ไหน ชงแบบร้อนๆ แล้วเทลงแก้วที่มีน้ำแข็งเต็มๆ ตูดแก้วคือสะใจ! จิบไปคำแรกเท่านั้นแหละ... "อื้อหือออออ!" มันเย็นชื่นใจไปถึงขั้วหัวใจจริงๆ แก! เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด! ความเหนื่อยล้า ความร้อนรุ่มที่สั่งสมมาทั้งวันคือสลายไปในพริบตา! นั่งพักขา จิบชาเย็นไป ฟังเสียงเจ๊แมวคุยกับลูกค้าคนอื่นไป คือมันเป็นความสุขแบบเรียบง่ายที่หาได้ยากในเมืองกรุง! ร้านนี้คือพิกัดลับที่ตัวแม่แนะนำเลยนะ! ใครไม่มาคือพลาด! ได้พักทั้งกาย พักทั้งใจ แถมยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านแบบออริจินัลด้วยนะ!
🚗 ข้อมูลการเดินทางและทริคควรรู้
สำหรับแก๊งวัยรุ่นสายเที่ยวอย่างเราๆ ที่อยากจะตามรอยตัวแม่มานครศรีธรรมราช ไม่ต้องห่วงค่ะแก! การเดินทางง่ายกว่าพลิกฝ่ามือ!
- การเดินทาง:
- เครื่องบิน: อันนี้คือสะดวกสุดแล้วค่ะแก! นั่งเครื่องบินมาลงสนามบินนครศรีธรรมราชเลย (Nakhon Si Thammarat Airport - NST) ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ พอถึงสนามบินก็เรียกแท็กซี่ หรือ Grab เข้าเมืองได้เลยค่ะ ระยะทางจากสนามบินไปวัดพระธาตุฯ ก็ประมาณ 20-30 นาทีแล้วแต่สภาพจราจร!
- รถไฟ/รถบัส: ใครเป็นสายชิลล์ อยากนั่งรถไฟชมวิว หรือสายประหยัดก็รถบัสก็ได้ แต่บอกเลยว่าใช้เวลานานมากกกกกก! ส่วนตัวแม่ไม่แนะนำค่ะ เพราะเสียเวลาเที่ยว! แต่ถ้าแกมีเวลาเหลือเฟือและอยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ก็ลองดูนะ!
- ช่วงเวลาที่ควรไป:
- หลีกเลี่ยงเที่ยง: อันนี้ตัวแม่ขอเน้นย้ำร้อยล้านรอบ! ถ้าไม่อยากแปลงร่างเป็นหมูแดดเดียว อย่าไปวัดตอนเที่ยงเด็ดขาด! แดดเมืองไทยไม่เคยปราณีใคร!
- เช้าตรู่/บ่ายแก่ๆ: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตอนเช้าตรู่ประมาณ 7-9 โมงเช้า หรือไม่ก็ช่วงบ่ายคล้อยไปเลยค่ะ ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป แสงจะสวยกำลังดี ไม่ร้อนมาก ถ่ายรูปออกมาก็จะละมุนตุ้น!
- เทศกาล: ถ้ามาช่วงเทศกาลสำคัญอย่างวันมาฆบูชา หรือวันวิสาขบูชา จะได้เห็นพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ซึ่งเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวนครฯ สวยงามและน่าประทับใจมากๆ! แต่คนก็จะเยอะเป็นพิเศษนะจ๊ะ!
- ข้อควรระวังสำหรับวัยรุ่น:
- กันแดดเท่านั้นแม่! พกไปเลยค่ะกันแดดแบบหลอดใหญ่ SPF5000+ โบกเข้าไป อย่าได้ขาด! หมวก แว่นกันแดด ร่ม คือพร็อพจำเป็นที่ขาดไม่ได้!
- ชุดสุภาพ: ถึงจะเป็นสายแฟชั่น แต่เวลาเข้าวัดก็ต้องแต่งกายสุภาพนิดนึงนะแก! เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า อันนี้คือเบสิกที่ต้องรู้! ถ้าเผลอใส่ขาสั้นไป เขาก็มีผ้าถุงให้ยืมนะจ๊ะ!
- รองเท้าผ้าใบคือเพื่อนแท้: อย่าหาทำใส่ส้นสูงมาเดินวัดนะ เดี๋ยวล้มหัวทิ่มแล้วจะหาว่าตัวแม่ไม่เตือน! รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าแตะที่เดินสบายๆ นี่แหละคือที่สุด! เพราะแกจะต้องเดินเยอะมาก!
- น้ำเปล่า/พัดลมพกพา: พกไปเลยค่ะ! น้ำเปล่าเย็นๆ จิบตลอดเวลา พัดลมพกพาตัวจิ๋วก็คือชีวิต! มันจะช่วยให้แกไม่เป็นลมแดดตายกลางลานวัดนะ!
- เคารพสถานที่: ถึงเราจะเป็นสายฮา สายโจ๊ะ แต่เวลาอยู่ในวัดก็ต้องสำรวมนิดนึงนะจ๊ะ! เสียงดังไปก็ไม่ใช่เรื่อง!
เอาล่ะแก! สรุปสั้นๆ แต่ได้ใจความเลยนะว่า "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" ที่นครศรีธรรมราชนี่คือที่สุดของที่สุด! เป็นสถานที่ที่สวยงามเกินบรรยาย สวยจนอยากจะบวช (แต่ขอถ่ายรูปให้หนำใจก่อน!) ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งรูป ได้ทั้งประสบการณ์! ใครที่ยังไม่เคยมา หรือคิดว่านครฯ ไม่มีอะไร ตัวแม่ขอให้แกเปลี่ยนความคิดซะเดี๋ยวนี้! คือมันดีงามพระรามสี่ พระรามแปด พระรามสิบมากแก! คุ้มค่าทุกวินาทีที่ต้องต่อสู้กับแดดเมืองไทยจริงๆ! เตรียมชุดให้พร้อม เตรียมกล้องให้แน่น แล้วมาฟาดรูปสวยๆ ขอพรปังๆ ที่นี่กันเลยจ้า! ตัวแม่คอนเฟิร์มว่าทริปนี้คือจึ้ง! ไม่มาคือพลาด! แล้วเจอกันที่นครฯ นะ! บรัยยย!
#วัดพระมหาธาตุ #เที่ยวนครศรีธรรมราช #เที่ยววัด #วัดในภาคใต้ #วัดพระธาตุวรมหาวิหาร